O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.

นายนพจร โคกแพ ม.4/8 เลขที่20

546 visualizações

Publicada em

Publicada em: Educação
  • These are one of the best companies for review articles. High quality with cheap rates. ⇒⇒⇒WRITE-MY-PAPER.net ⇐⇐⇐ I highly recommend it :)
       Responder 
    Tem certeza que deseja  Sim  Não
    Insira sua mensagem aqui
  • If you are looking for trusted essay writing service I highly recommend ⇒⇒⇒WRITE-MY-PAPER.net ⇐⇐⇐ The service I received was great. I got an A on my final paper which really helped my grade. Knowing that I can count on them in the future has really helped relieve the stress, anxiety and workload. I recommend everyone to give them a try. You'll be glad you did.
       Responder 
    Tem certeza que deseja  Sim  Não
    Insira sua mensagem aqui
  • Seja a primeira pessoa a gostar disto

นายนพจร โคกแพ ม.4/8 เลขที่20

  1. 1. ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต จัดทาโดย 1. ด.ช.นที พลอยดี เลขที่ 8 2. ด.ญ. ชนากานต์ สุขถวิล เลขที่ 8 3. ด.ญ. สุทธิดา คงถาวร เลขที่ 8 4. ด.ญ.อินทิรา เอื้อบุญนา เลขที่ 8 5. ด.ญ.อุดมพร อื้อบุญนา เลขที่ 8 เสนอ อาจาร์ย กุศล งามเนตร วิชานี้เป็นส่วนหนึ่งของ วิชา วิยาศาสตร์เพิ่มเติม ว 20206 โรงเรียน สตรีนครสวรรค์ ตาบล บากน้า อาเภอ เมือง จังหวัด นครสวรรค์ ชั้นมัธยมศึกษา ม.3/8
  2. 2. ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ไห้นักเรียนสารวจชนิดและปริมาณ ของพืชที่ในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ ที ชื่อพืช ชื่อวิทยาศาสตร์ รูป-ลักษณ์ ของพืช 1 ใบเตย Pandanus amaryllifolius Roxb. ไม้พุ่มขนาดเล็ก เจริญเติบโตลักษณะเป็นกอ มีลาต้นเป็นเห อบใบเรียบปลายใบเรียวแหลม ใบมีสีเขียวสด กลิ่นหอม
  3. 3. 2 พลับพรึง Crinum asiaticum Linn. พลับพลึงเป็นพรรณไม้ล้มลุกขึ้นเป็นกอ และมีหัวอยู่ใต้ดิน ลาต้นกลมมีความกว้าง ขอบใบจะเป็นคลื่น ตรงปลายใบจะแหลม ใบจะมีความยาวประมาณ 1 เมต ตอนดอกยง
  4. 4. 3 อบเชย Cinnamomum bdjolghota Sweet ไม้ยืนต้นขน 4 ลาใย Dimocarpus longan ลาไยเป็นไม้ผลเมืองร้อนโตเต็มที่สูง
  5. 5. 5 เฟิร์นใบมะขาม Nephrolepsis biserratacr. furcan ต้นเป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก ลาต้นเป็นข้อ ใบ ใบสีเขียว ส่วนปลา 6 ไผ่ฟิลิปฟินส์ Dracaenna surculosa Lindl ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลา
  6. 6. 7 พลูด่าง Scindapsus aureus เป็นไม้เลื้อยเขตร้อน ใบมีลักษณะเป็นรูปหัวใจสีเขียวสด สลับกับสีเหลืองนวล ชอบแสงสว่าง ต้นมีลักษณะอ่อนซ้อย นามาปลูก พลูด่างเป็นพืชที่มีรากอากาศ และจะเจริญ
  7. 7. 8 ราชฟฤกษ์ Dracaena goldieana ต้น เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลาต้นมีควา เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยวแตกออกจากลาต้นส่วนยอดเรียงซ้อนกันเวียนรอบลาต้นเป็นรูปวงกลมลักษณะใบเรียวยาดอก ออกดอกเป็นช่อ
  8. 8. 9 กวนอิม Ribbon Plant เป็นพรรณไม้พุ่มยืนต้นคล้ายสกุลหวายลาต้นโตประมาณ 1-2 เซนติเมตร ลาต้นสูงประมาณ 1-3 เมตร ลาต้นกลมตรงเล็ก ลาต้นเป็นข มีกาบใบห้อหุ้มลาต้นสลับกันเป็นชั้นๆ ตามข้อของลาต
  9. 9. 10 กาแฟ Robusta Coffee, Coffea canephora Pierre ex Froehner กาแฟ เป็นไม้พุ่ม สูง 2-4 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน กว้าง 8-12 ซม. ยาว 15-20 ซม. หูใบอยู่ระหว่างก้านใบ ดอกช่อ ออ
  10. 10. 11 อินทนิลน้า agerstroemia speciosa (L.) Pers. ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ แต่ผลิใบใหม่ไว สูง 5-20 เมตร ลาต้น ต้นเล็กมักคดงอ แต่พอใหญ่ขึ้นจะเปลา ตรง ทรงใบร เป็นมันทั้งสองด้านกลีบดอกบาง รูปช้อนที่มีโคนกลีบเป็นก้านเรียว ผิวกลีบเป็นคล
  11. 11. 12 ตีนเป็ดฝรั่ง Cresentia alata L ไม้ต้นสูง 4-10 เมตร ลาต้น เรือนยอดโปร่ง แผ่กว้างเปลือกต้นสีน้าตาลเข้ม ใบ เป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ ออกเป มีลายสีม่วงแดง กลิ่นเหม็นหืน ผล กลม เปลือกเข็งหนา ผิวเกลี้ยง มีเมล็ด
  12. 12. 13 มะยม Phyllanthus acidus (L.) Skeels ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ 3 – 10 เมตร ลาต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขาบริเวณปลายยอใบ เป็น ออกเป็นช่อตามกิ่ง ดอกย่อยสีเหลืองอมน้าตาลเรื่อๆ ผล เมื่ออ่อนสีเขียว เมื่อแ
  13. 13. 14 หวายเขียว Dracaena reflexa หวายเขียวนี้จัดเป็นตัวต้นแบบของหวายและซองออฟทั้งหลายใบจะมีสีเขียวเข็ม ลักษณะของใบแคบ ยาวปลายใบแหลม ใบจะ สนามหญ้าหรือจัดสวน
  14. 14. 15 กระทุ้มบก Anthocephalus chinensis (Lamk.) A. Rich. ex Walp. ต้นขนาดกลางถึงขนาด รูปไข่ รูปรี หรือรูปขอบขนาน ยาว 12-25 ซม. (ใบอ่อนมีขนาดใหญ่และยาวกว่าน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-5 ซม. ก้านช่อยาว 1.5-4 ซม. ดอกเล็กอัดกันแน่น ติด ข
  15. 15. 16 ต้นสาโรง Sterculia Foetida L. ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 30เมตร ผลัดใบ เรือนยอดรูปไข่ ถึงทรงกระบอก ลาต้นเปลาตรง โคนมีพูพอนต่าๆ เปลือกเรียบสีน้าตาลปนเทา ใบ ใบประกอบรูปนิ้วมือ กางแผ่ออกจาก เรียงเวียนจากจุดเดียวกัน เรียงเวียนตอนปลายกิ่ง ใบย่อย5-7 ใบ ดอก สีแดงหรือสีแสด มีกลิ่นเหม็นมาก ออก ผิวมันและเกลี้ยงเมื่อ แก่แตกเป็นสองซีกกว้าง
  16. 16. 17 กระเบาใหญ่ Hydnocarpus anthelminthicus Pierre ex Laness. ไม้ยืนต้น สูง 10 - 20 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนาน ดอกออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่คนละต้น ต้นตัวเมียเรียกว่า กระเบา ต้นตัวผ มีเมล็ดจานวนมาก
  17. 17. 18 รางเงิน Hippeastrum reticulatum (L.Herit) Harl. ลักษณะพืช ไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดิน ใบ ใบเดี่ยว ออกจากหัวใต้ดิน รูป แถบกว้าง 3.5 - 4 เซนติเมตร ยาว 25 - 35 เซนติเมตร ปลายแห กลีบดอกรูประฆังโคนเชื่อมกันเป็น ยาว 2 - 2.5 เซนติเมตร ปลายแยกเป็น 6 กลีบ มีลายสีเข้ม เมื่อบาน เส้นผ่าศูนย์กลาง 7 - 8
  18. 18. 19 ฟิโลเดนดรอน Philodendron spp ฟิโลเดนดรอนมีถิ่นกาเนิดอยู่ตามธรรมชาติ ในอเมริกาเขตร้อนและหมู่เกาะอินเดียตะวันตก เป็นพันธ์ไม้ใบหรือไม้ปร เป็นไม้ที่ชอบเลื้อยชอบไต่ตามสิ่งที่อยู่ใกล้เคียง โดยใช้รากอาศัยเกาะพยุงต้นไว้ลักษณะใบมีรูปร่างแปลกๆ ส่วนมาก เมื่อใบแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวบางชนิดมีใบคล้ายใบลั่นทม เส้นใบสีแดงหรือชมพู พื้นใบสีเขียวอ่อน บางชนิดมีแฉกลึกเกือบถึงเส้น ดังนั้นใบใหม่ที่เพิ่งผลิตออกมาจึงมีขนาดเล
  19. 19. 20 หวายด่าง Dracaena sonderiana"silver" ไม้ยืนต้น คล้ายกับสกุลหวายลาต้นโตประมาณ 1-2 เซนติเมตร ลาต้นมีความสูงประมาณ 1-3 เมตร ลาต้นกลมตรงเล็กลาต้นเป็นข้อๆสีเขียวไม่มีกิ่งก้านสาขามีการเจริญการยืดตัวของข้อใบเป็นใบเดี่ยวแตกออกจากส่วนยอด ของลาต้น มีกาบใบหุ้มห่อลาต้น สลับกันเป็นชั้นๆ ตามข้อของลาต้น ใบแคบเรียวยาว ปลายใบแหลม โคนใบสอบลงมาถึงกาบ ใบพื้นใบมีสีเขียวหรืมีสีขาวพาดตามยาวของใบ ขนาดความกว้างของใบประมาณ 2-3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6-8 เซนติเมตร
  20. 20. 21 เล็บครุฑ Polyscias fruticosa Harms. ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงราว 2 เมตร ลักษณะต้นเป็นข้อ ลาต้นอ่อนมีสีเขียวอ่อนแกมน้าตาลอ่อน เมื่อลาต้นแก่เต็มที่ก็จะเปล ใบย่อยมีรูปร่างและขนาดแตกต่างกัน ขอบใบหยักย่อยละเอียด ปลายใบเรีย
  21. 21. 22 ดีปลี Piper retrofractum Vahl ไม้เถารากฝอยออกบริเวณข้อเพื่อใช้ยึดเกาะ ใบ เดี่ยวรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว 7-10 ซม. สีเขียวเข้มเป็นมัน ดอก ช่อ ออ
  22. 22. 23 สัตบรรณ Blackboard Tree, Devil Tree, Alstonia scholaris (Linn.) R. Br. อบข้อ ใบเดี่ยว เรียงรอบข้อๆ ละ 6-9 ใบ รูปขอบขนานแกมใบหอกกลับหรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-6 ซม. ยาว 5-18 ซม. ปลายทู่กลม รูปกลมยาว
  23. 23. 24 ปาล์มน้ามัน Elaeis guineensis Jacq. ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : ปาล์มต้นเดี่ยว ใบ (Foliage) : ใบประกอบแบบขนนก เร รูปขอบขนาน กว้าง 2-5 เซนติเมตร ยาว 75-90 เซนติเมตร ดอก (Flower) : สีขาว ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงร
  24. 24. 25 ปาล์มหางกระรอก Wodyetia bifurcata A.K. Irvine ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : ปาล์มต้นเดี่ยว ลาต้นป่องกลางเล็ก ใบ (Foliage) : ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ทางใบยาว 2-2.50 เมตร ดอก (Flower) : สีขาว ออกเ ผล (Fruit) : ผลสดแบบมีเนื้อเมล็ดเดียว ติดผลจานวนมาก ทรงกลม
  25. 25. 26 ฤษีผสม Coleus atropurpurrus Benth. เป็นพรรณไม้ที่มีอยู่หลากหลายพรรณ และยังมากด้วยสีสันอีกด้วยซึ่งก็สวยงามมาก แต่ถ้าเราหมั่นเด็ดยอดอาจจะเป็นไม้คลุมดินหรือลักษณะคล้ายไม้เลื้อยก็ได้ ลักษณะของใบม ฟันเลื่อย สีของใบจะมีทั้งสีแดงเข้ม แดงอ่อน ชมพู แดงทอง น้าตาล เขียวอ่อน และม่วงแด สีขาวหรือเขียวอ่อน มีใบที่นุ่มมาก ถ้าหมั่นเด็ดยอดใบจะแตกเป็นพุ่มดกงามมาก ดอกออกเป มีขนาดเล็กมาก และจะมีสีต่าง ๆ กันแล้วแต่พรรณของฤาษีผสมนั้น เป็นพ 27 หว้า Syzygium cumini ลักษณะ ลาต้น ไม้ยืนต้นสูง 10-35 เมตร เปลือกต้นค่อนข้างเรียบ สีน้าตาล ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 3-7 เซนติเมตร ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด ฐานรองดอกเป็นรูปกรวย กลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ เกสรตัวผู้มีจานวนมาก ออกดอกและติดผล
  26. 26. ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ไห้นักเรียนสารวจชนิดและปริมาณ ของสัตว์ที่ในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ เซนติเมตร ผลแก่ ราวเดือนพฤษภาคม เมล็ด มี 1 เมล็ด รูปไข่ 28 ปาล์มพัด Prichardia Pacifica Seem. & H.A. Wendl. ลักษณะทั่วไป: เป็นปาล์มที่มีลาต้นเดี่ยว สูงประมาณ 30 ฟุต ลาต้นจะตั้งตรง เกลี้ยงเรียว ใบเป็นรูปพัดมีสีเขียวอ่อน และเป็นมัน ใต กว้างประมาณ 5 ฟุต ทางใบยาว 3 ฟุต ออกดอกเป็นช่อ ๆ ดอกสีเหลืองอมน้าตาล ช่อหนึ่งจะมีดอกเป็นจานวนมาก แต่เป็นดอกที่ไม่ส ประมาณ 1 เซนติเมตร ในเวลาที่ผลสุกจะมีสีดา ข้างในผลจะมีเมล็ด
  27. 27. ที่ ชื่อสัตว์ ชนิด- ประเภ ท รูป-ลักษณ์ –ของสัตว์และที่อยู่ ปริมาณที่พ บ 1 แมลงปอ เป็นแมลงมีปีก 4 ปีก กินแมลงเป็นอาหาร บางคนเรียกว่า นักล่าแห่งเวหา เพราะมีความสามารถในการบินสูงมาก แมลงปอสามารถบินได้ไกลถึง 100 ก.ม. การขยับปีกขึ้น-ลง จะใช้ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 500 ครั้งต่อวินาที แมลงปอขนาดใหญ่ ซึ่งอาจจัดอยู่ในกลุ่มแมลงปอบ้าน แต่มีปีกคู่หลังเท่ากับปีกคู่หน้าและมีหนวด 1 ตัว
  28. 28. 2 แมว แมว หรือ แมวบ้าน (ชื่อวิทยาศาสตร์: Felis catus) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านม อยู่ในตระกูล Felidae ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับสิงโตและเสือดาว ต้นตระกูลแมวมาจากเสือไซบีเรีย น (Felis tigris altaica) ซึ่งมีช่วงลาตัวตั้งแต่จมูกถึงปลายหางยาวประมาณ 4 เมตร แมวที่เลี้ยงตามบ้าน จะมีรูปร่างขนาดเล็ก ขนาดลาตัวยาว ช่วงขาสั้นและจัดอยู่ในกลุ่มของประเภทสัตว์กินเนื้อเป็นอาหาร มีเขี้ยวและเล็บแหลมคมสามารถหดซ่อนเล็บได้เช่นเดียวกับเสือ 1 ตัว
  29. 29. 3 จิ้งโจน้า จิงโจ้น้า (Water Striders / Pond Skaters) เป็นแมลงที่จัดอยู่ในกลุ่มประเภทมวนอยู่ในอันดับ Hemiptera วงศ์ Gerridae ชื่อสามัญ Water Striders หรือ Pond skaters มีชื่อเรียกต่างกันคือ จิงโจ้น้า มวนจิงโจ้น้า แมงกะพุ้งน้า 1 ตัว
  30. 30. 4 หอยเชอ รี่ เป็นหอยน้าจืดจาพวกหอยฝาเดียว สามารถแบ่งหอยเชอรี่ได้2 พวก คือ พวกที่มีเปลือกสีเหลืองปนน้าตาล เนื้อและหนวดสีเหลือง และพวกมีเปลือกสีเขียวเข้มปนดา และมีสีดาจาง ๆ พาดตามความยาว เนื้อและหนวดสีน้าตาลอ่อน หอยเชอรี่เจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ลูกหอยอายุเพียง 2 – 3 เดือน จะจับคู่ผสมพันธุ์ได้ตลอดเวลา หลังจากผสมพันธุ์ได้1 – 2 วัน ตัวเมียจะวางไข่ในเวลากลางคืน โดยคลานไปวางไข่ตามที่แห้งเหนือน้า เช่น ตามกิ่งไม้ ต้นหญ้าริมน้า 1 ตัว
  31. 31. 5 มด มด เป็นสัตว์ในวงศ์ Formicidae อันดับ Hymenoptera มีจานวนชนิดมากกว่า 12,000 ชนิด โดยพบมากในเขตร้อนของโลก มดมีการสร้างรังเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่ บางรังมีจานวนประชากรมากถึงล้านตัว มีการแบ่งวรรณะกันทาหน้าที่คือ วรรณะมดงาน เป็นมดเพศเมียเป็นหมัน ทาหน้าที่หาอาหาร สร้างและซ่อมแซมรัง ปกป้ องรังจากศัตรู ดูแลตัวอ่อน และงานอื่นๆ ทั่วไป เป็นวรรณะที่พบได้มากที่สุด วรรณะสืบพันธุ์ เป็นมดเพศผู้และราชินี เพศเมีย มีหน้าที่สืบพันธุ์ 1 ตัว
  32. 32. ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ให้นักเรียนสารวจและศึกษา ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิติกับสิ่งไม่มีชีวิตในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ ภาวะความสัมพันธ์ บริเวณที่พ บ ชนิดของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่ว มกัน การได้รับผลประโยชน์ของสิ่งมี ชีวิต
  33. 33. รูปภาพ ได้รับ (+) ไม่ได้- ไม่เสีย(0) เสีย (-) 1. ภาวะพึ่งพา Mutualism หน้าตึก 1 รากับต้นไม้ใหญ่  - - 2. ภาวะอ้างอิงCommensalism กล้วยไม้กับต้นไม้ใหญ่   - -
  34. 34. 3.ภาวะได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน(Protocoope ration) ผีเสื้อกับดอกไม้  - - 4.ภาวะปรสิต(Parasitism) กาฝากกับต้นไม้ใหญ่  -  5.ภาวะการล่าเหยื่อ(Predation) กิ้งก่ากับแมลง  - 
  35. 35. 6.ภาวะการแข่งขัน(Competition) กวางกับกวาง - -  7.ภาวะเป็นกลาง(Competition) มดกับเพลีย -  -
  36. 36. ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ไห้นักเรียนจาแนกพืช ที่นักเรียนสารวจได้ที่ในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ ที่ division ตัวอย่างพืช ลัษณะเด่น ชนิดพืชที่พบในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ชนิดที่พบ บริเวณที่พบ 1 Division Pterophyta พวกเฟิร์น เป็นหนึ่งในกลุ่มของพืชที่มีราว ๆ 20,000 สปีชีส์ ที่ถูกจาแนกในไฟลัม Pteridophyta หรือ Filicophyta[ต้องการอ้างอิง] พืชกลุ่มนี้ยังเป็น Polypodiophyta หรือ Polypodiopsida ด้วย เมื่อถือตามส่วนย่อยของพืชมีท่อลาเลียง คาว่า เทอริโดไฟต์ (pteridophyte) ใช้เพื่อกล่าวถึงพืชมีท่อลาเลียงที่ไม่มีเมล็ดทั้งหมด ทาให้มันหมายถึง "เฟิร์นและพืชใกล้เคียงเฟิร์น" พวกเฟิร์น หน้าตึก 1
  37. 37. ซึ่งสามารถสร้างความสับสนเมื่อสมาชิกของเฟิร์นในส่วน Pteridophyta บางครั้งอ้างเป็นเทอริโดไฟต์ได้ด้วยเหมือนกัน การศึกษาในเรื่องของเฟิร์นและเทอริโดไฟต์อื่น ๆ เรียกว่า วิทยาเฟิร์น (pteridology)
  38. 38. 2 Psilopyta หวายทะนอย ต้นหวายทะนอยที่พบทั่วไปคือ ต้นสปอร์โรไฟต์ ชอบขึ้นในที่ชุ่มชื้นมีลักษณะดังนี้ - ลาต้นเป็นเหลี่ยม ขนาดเล็กมีสีเขียว สังเคราะห์เเสงได้ - เเตกกิ่งเป็นคู่ๆ ( dichotomous branching ) - มีอับสปอร์สีออกเหลืองที่ปลายกิ่งสั้นๆ เรียกว่า sysnaning ( fused sporangia ) สร้างสปอรื ( n ) โดยการเเบ่งเซลล์เเบบไมโอซิส - มีใบเป็นเกล็ดเล็กๆตามข้อ - มีลาต้นใต้ดินเรียกว่า ไรโซม ( rhizoid ) - ไม่มีราก มีไรซอยด์ ( rhizoid ) ทาหน้าที่เเทนราก หวายทะนอย หน้าตึก 1
  39. 39. 3 Lycophyta หญ้ารังไก่ - ต้นที่เห็นทั่วไปคือ สปอโรไฟต์ ที่เริ่มเจริญมาเป็นราก ลาต้นและใบ - สาหรับรากและลาต้นมักแตกเป็นคู่ (dichotomous branching) - ใบที่ยอดจะรวมตัวกันเป็นรูปคล้ายกรวยหรือกระบอง เรียกว่าstrobilus (cone) ใบที่รวมกลุ่มเป็น strobilus แต่ละใบเรียกว่า sporophyll ทาหน้าที่สร้างสปอร์ หญ้ารังไก่ หน้าตึก 1 4 Pinophyta ปรง ปรง หน้าตึก 1
  40. 40. ลาต้นจะเป็นข้อๆ มีรากและใบที่แท้จริง เช่นหญ้าถอดปล้อง สนหางม้า 5 Pinicae แปะก๊วย เป็นพืชยืนต้น มีเนื้อไม้มีท่อลาเลียงที่พัฒนาขึ้น มีราก ใบ เมล็ด แปะก๊วย หน้าตึก 1
  41. 41. แต่เมล็ดไม่มีเปลือกหุ้ม แบ่งออกเป็น 3 sub-division คือ sub-division cycadicae เช่น ปรง และsub-division Pinicae เช่น แป๊ ะก๊วย สนสองใบ สนสามใบ และ sub- division Gneticae เช่น มะเมื่อย และพืชในทะเลทรายแอฟริกา
  42. 42. 6 Magnoliophyta พืชใบเลี้ยงคู่ ได ้แก่พืชไม ้ดอกที่มีท่อลำเลียง มีใบและรำก มีเมล็ดที่มีรังไข่หุ้ม แบ่งเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว (monocots) และพืชใบเลี้ยงคู่ (dicots) พืชใบเลี้ยงคู่ หน้าตึก 1 7 Lycophyta หญ้ารังไก่ หญ้ารังไก่ หน้าตึก 1
  43. 43. เป็นพืชโบราณ มีใบและรากที่แท้จริง เช่น ต้นตีนตุ๊กแก หญ้ารังไก่
  44. 44. 8 Coniferophyta สนสามใบ พืชที่สร้างเมล็ดเปือย ส่วนใหญ่เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ได้แก่ พวกสน ( Pinus ) เช่น สนสองใบและสนสามใบ สนสามใบ หน้าตึก 1
  45. 45. 9 Anthophyta พืชดอก พืชที่สร้างเมล็ดมีสิ่งห่อหุ้ม ถือว่ามีวิวัฒนาการสูงสุด พบมากที่สุด ได้แก่ พืชดอก (Flowering plant) พืชดอก หน้าตึก 1
  46. 46. ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ไห้นักเรียนจาแนกสัตว์ที่นักเรียนสารวจได้ที่ในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ ที่ phaylum ตัวอย่างสัตว์ ลักษณะเด่น ชนิดสัตว์ที่พบในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ชนิดที่พบ บริเวณที่พบ 1 Porifera ฟองน้า 1. มีสมมาตรแบบรัศมี (radial symmetry) หรือไม่มีสมมาตร (asymmetry) 2. ผนังตัวของฟองน้าประกอบด้วยเซลล์ที่มาเรียงตัวเป็นชั้นของเซลล์ 2 ชั้น คือชั้นเซลล์ผิว ด้านนอกหรือเอพิเดอมิส (epidermis) ประกอบด้วยเซลล์เพียงชนิดเดียวคือ พินาโคไซท์(pinacocyte) จึงอาจเรียกเซลล์ผิวนี้ว่า พินาโคเดิร์ม (pinacoderm) ส่วนด้านเซลล์บุช่องกลางตัว คือ โคเอโนไซท์ (choanocyte or collar ฟองน้า หน้าตึก 1
  47. 47. cell ) จึงเรียกว่า โคเอโนเดิร์ม (choanoderm) โคเอโนไซท์เป็นเซลล์ที่มีรูปร่างคล้ายปลอกคอ มีแส้ (flagellum) 1 เส้นทาหน้าที่ให้น้าไหลเวียนและย่อยอาหาร ระหว่างชั้นของเซลล์ 2 ชั้นนี้จะมีสารคล้ายวุ้น (gelatinous matrix) แทรกอยู่ ซึ่งจะมีเซลล์ที่เคลื่อนที่แบบอะมีบา(amoeboid cell) หรือ อะมีโบไซท์ (amoebocyte) เรียกชั้นนี้ว่า มีโซฮิล (mesohyl) หรือมีเซนไคม์ (mesenchyme) 3. ฟองน้ามีระบบโครงร่างค้าจุนให้คงรูปอยู่ได้บางชนิดแข็งเรียกว่า ขวาก (spicule) ซึ่งมักเป็น หินปูน และซิลิกา (silica) เช่นฟองน้าหินปูน ฟองน้าแก้ว บางชนิดเป็นเส้นใยโปรตีน เรียกว่า สพองจิน (spongin) ได้แก่ ฟองน้าถูตัว 4. ไม่มีระบบหมุนเวียน ระบบหายใจ ระบบขับถ่าย และระบบประสาท ซึ่งจะอาศัยการไหลเวียนน้าเป็นตัวการสาคัญในกระบวนการเหล่านี้ ฟองน้ากินอาหารโดยกรองอาหารที่อยู่ในน้าผ่านเข้ารูพรุนรอบตัว หายใจโดยการดูดซึมออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้าผ่านผนังลาตัว 5. มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ โดยการสร้างสเปิร์มและไข่ผสมกัน และจะได้ตัวอ่อนที่มี ซิเลียว่ายน้าได้ การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยการแตกหน่อ (budding) 6. ตัวเต็มวัยจะเกาะอยู่กับที่ (sessile animal)
  48. 48. 2 Coelenterata ปะการัง กัลปังหา ดอกไม้ทะเล แมงกะพรุน 1. มีสมมาตรแบบรัศมี (Radial symmetry) 2. มีเนื้อเยื่อ 2 ชั้น คือ เนื้อเยื่อชั้นนอกทาหน้าที่เป็นผิวลาตัวเรียกว่า เอพิเดอร์มิส (Epidermis) และเนื้อเยื่อชั้นในทาหน้าที่เป็นเยื่อบุทางเดินอาหารเรียกว่า แกสโทรเดอร์มิส (Gastrodermis) ระหว่างเนื้อเยื่อชั้นนอกและเนื้อเยื่อชั้นในมีสารซึ่งมีลักษณะคล้ายวุ้น แทรกอยู่เรียกว่าชั้นโซเกลีย (Mesoglea) 3. ทางเดินอาหารเป็นแบบถุงไม่สมบูรณ์มีปากแต่ไม่มีทวารหนักช่อง ทางเดินอาหารนี้อยู่กลางลาตัวทาหน้าที่เป็นทั้งทางเดินอาหารและ ระบบหมุนเวียน เรียกว่าแกสโทรวาสคูลาร์ คาวิตี (Gastrovascular ปะการัง หน้าตึก 1
  49. 49. carvity) 4. มีเข็มพิษหรือเนมาโทซีสต์(Nematocyst)ใช้ในการป้ องกันและฆ่า เหยื่อเนมาโทซีสต์มักจะอยู่กันหนาแน่นที่บริเวณหนวด(Tentacle) ซึ่งอยู่รอบปากมากกว่าบริเวณอื่นๆทาให้การหาอาหารและการต่อสู้กับ ศัตรูมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น 5. ไม่มีระบบหายใจ ระบบหมุนเวียนโลหิต ระบบขับถ่ายโดยเฉพาะ แต่โดยทั่วไปอาศัยการแพร่ของก๊าซและของเสียต่างๆระหว่างน้าที่ อยู่รอบๆตัวกับผิวลาตัวโดยตรง หรือมีเซลล์ชนิดพิเศษเช่นเซลล์ ที่ทาหน้าที่ในการย่อยอาหาร (nutritive cell) ช่วยทาหน้าที่ ย่อยและดูดซึมสามอาหาร เพื่อส่งไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายต่อไป 6. ระบบประสาทเป็นแบบข่ายใยประสาท(Nerve net)แผ่กระจายทั่วตัว และหนาแน่นบริเวณหนวดดังนั้นการนากระแสประสาทจึงเป็นไปใน ลักษณะทุกทิศทุกทางทาให้กระแสประสาทเคลื่อนที่ไปได้ช้าและมีทิศ ทางไม่แน่นอนซึ่งแตกต่างจากสัตว์ชั้นสูงอื่นๆ 7. สัตว์กลุ่มนี้มีรูปร่างเป็น 2 แบบ คือ รูปร่างแบบต้นไม้เรียกว่า โพลิป (Polyp) เช่น ไฮดรา ปะการังดอกไม้ทะเลและรูร่างคล้ายร่มหรือกระ ดิ่งคว่า เรียกว่า เมดูซา(Medusa) ได้แก่แมงกระพรุน 8. การสืบพันธุ์ มีทั้งแบบอาศัยเพศและแบบไม่อาศัยเพศแบบอาศัยเพศ เช่น แมงกะพรุน โอบีเลียมีการสืบพันธุ์
  50. 50. 3 Nematoda นอนตัวกลม 1. มีสมมาตรแบบผ่าซีก (Bilateral symmetry) 2. มีช่องว่างในลาตัวแบบเทียม ลาตัวกลม ยาว แหลมหัวแหลมท้าย ไม่มีข้อปล้อง ผิวลาตัวเรียบ มีสารคิวทิเคิลหนาหุ้มตัว 4. ไม่มีระบบหมุนเวียนเลือด แต่ใช้ของเหลวในช่องว่างเทียมช่วยในการลาเลียงสาร 5. ไม่มีอวัยวะหายใจโดยเฉพาะ พวกที่ดารงชีพวิตแบบปรสิตหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน แต่พวกที่อยู่อย่างอิสระใช้ผิวหนังเป็นส่วนแลกเปลี่ยนก็าซกับสิ่งแวดล้อ ม 6. ระบบขับถ่ายประกอบด้วยเส้นข้างลาตัว (Lateral line) ซึ่งภายในบรรจุท่อขับถ่าย (Excretory canal) ไว้ 7. ทางเดินอาหารสมบูรณ์ประกอบด้วยปากและทวารหนัก 8. ระบบประสาท ประกอบด้วยปมประสาทรูปวงแหวน (Nerve ring) อยู่รอบคอหอยและมีแขนงประสาทแยกออกทางด้านท้องและทางด้านห นอนตัวกลม หน้าตึก 1
  51. 51. ลัง 9. มีระบบกล้ามเนื้อยาวตลอดลาตัว (Longitudinal muscle) 10. เป็นสัตว์แยกเพศตัวเมียมักมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้เนื่องจากตัวเมียต้องทาห น้าที่ในการออ
  52. 52. 4 Arthropoda กุ้ง . มีสมมาตรแบบผ่าซีก 2. มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น และมีช่องตัวแบบแท้งจริง 3. ลาตัวมีลักษณะเป็นปล้อง และแบ่งออกเป็นส่วนๆโดยทั่วไปแล้วมี 3 ส่วน คือ ส่วนหัว(Head) ส่วนอก( Thorax) และส่วนท้อง(Abdomen) เช่นพวกแมลง แต่บางชนิดส่วนหัวและส่วนอกจะรวมกันเป็นส่วนเดียวแยกออกจากกันไม่ได้เรียก ว่า เซฟาโลทอแรกซ์ (Cephalothorax) เช่น กุ้ง ปู นอกจากนี้ในพวกกิ้งกือและ ตะขาบส่วนของอกและท้องจะมีลักษณะเหมือนกัน 4. มีรยางค์ยื่นออกจากลาตัวเป็นคู่ๆ เช่น ขาเดิน ขาว่ายน้า อวัยวะส่วนปาก หนวด ปีก และรยางค์เหล่านี้มักมีลักษณะต่อกันเป็นข้อๆด้วย 5. มีโครงร่างภายนอก (Exoskeleton) เป็นสารจาพวกไคทิน(Chitin) แข็งหุ้มรอบตัว ดังนั้นในขณะที่มีการเจริญเติบโต สัตว์ในไฟลัมนี้หลายชนิดจึงต้องมีการลอกคราบ (Molting) เพื่อเอาเปลือกเก่าซึ่งมีขนาดเล็กออกเล็กแล้วสร้างเปลือกใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าขึ้ นมาแทน 6. ทางเดินอาหารเป็นแบบสมบูรณ์ มีปากและทวารหนัก สาหรับส่วนปากมีอวัยวะที่ช่วยในการกินอาหารและมีการดัดแปลงไปเพื่อให้เหมา ะสมกับ สภาพของอาหาร เช่นมีปากแบบกัดกิน ดูดกิน เจาะดูด กุ้ง หน้าตึก 1
  53. 53. 5 Chordata จึ้งโจ้ 1. การมีโนโตคอร์ด (notochord) พวกคอร์เดตทุกชนิดจะต้องมีโนโตคอร์ดอย่างน้อยช่วงหนึ่งของชีวิต พวกคอร์เดตชั้นต่า เช่น แอมฟิออกซัสจะมีโนโตคอร์ด ตลอดชีวิต พวกคอร์เดตชั้นสูงเช่นสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังจะมีโนโตคอร์ดในระยะตัวอ่อนเท่านั้ น พอเจริญเติบโตจะเกิดกระดูกสันหลังขึ้นมาแทนที่โนโตคอร์ด ลักษณะของโนโตคอร์ดจัดเป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่เจริญมาจากเนื้อเยื่อชั้นมีโซเดิร์ม ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ที่ค่อนข้างอ่อนคล้ายวุ้น แต่มีเปลือกหุ้ม (sheath) หุ้มอีกชั้นทาให้มีลักษณะเป็นแท่งแข็งแรง แต่ยืดหยุ่นได้ดี และไม่แบ่งเป็นปล้อง แท่งโนโตคอร์ดเป็นโครงสร้างค้าจุนที่อยู่ทางด้านหลังใต้ระบบประสาทส่วนกลางแ ต่อยู่เหนือทางเดินอาหาร notochord = a rod-shaped supporting axis, or backbone 2. การมีช่องเหงือก (pharyngeal gill slits) คอร์เดตทุกชนิดโดยเฉพาะพวกที่อยู่ในน้าจะมีช่องเหงือกตลอดชีวิต ส่วนพวกที่อาศัยอยู่บนบกจะพบช่องเหงือกในระยะตัวอ่อนเท่านั้น เมื่อเจริญเติบโตขึ้น ช่องเหงือกจะปิดซึ่งอาจจะพบร่องรอยเพียงเล็กน้อย (ในคนเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นท่อยูสเตเชียนเชื่อมระหว่างหูส่วนกลางกับหลอ จึ้งโจ้ หน้าตึก 1
  54. 54. ดลมบริเวณคอ)
  55. 55. 6 Echinodermata ปะการั้ง 1. รูปร่างในวงชีวิตของสัตว์กลุ่มนี้มีรูปร่าง 2 แบบ คือ มีสมมาตรครึ่งซีก ซึ่งพบในระยะที่เป็นตัวอ่อน เมื่อตัวอ่อนเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยแล้ว รูปร่างจึงค่อยเปลี่ยนไปเป็นแบบสมมาตรรัศมี ไม่มีส่วนหัวและไม่มีปล้อง 2. ร่างกายประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ชั้นนอกเป็นเอพิเดอร์มิสชั้นเดียวบาง ๆ ปกคลุมโครงร่างภายใน (endoskeleton) ซึ่งเป็นแผ่นหินปูนที่เจริญมาจากชั้นมีโซเดอร์ม (mesoderm) เช่นเดียวกับระบบโครงกระดูกของสัตว์มีกระดูกสันหลัง แผ่นหินปูนบางแผ่นมีหนาม (calcareous spine) ติดอยู่ด้วย 3. ลาตัวแบ่งออกเป็น 5 ส่วนในแนวรัศมีเท่า ๆกัน มีลักษณะเป็น 5 แฉก (pentamerous) แต่ละแฉกเรียกว่า แขนหรืออัมบูลากา (arm หรือ ambulaca) ด้านล่างมีเท้าท่อ (tube feet) ซึ่งช่วยในการเคลื่อนที่หรือจับอาหาร 4. มีระบบท่อน้า (water vascular system) ภายในร่างกายซึ่งเจริญมาจากช่องตัวในระยะตัวอ่อน ภายในท่อบรรจุด้วยน้าเค็มจากภายนอก ลักษณะภายนอกของระบบนี้ที่พอเห็นได้คือ เท้าท่อ (tube feet) เมื่อทางานร่วมกันทาให้สามารถเคลื่อนไหวจับอาหาร หายใจและรับความรู้สึกได้ ปะการั้ง หน้าตึก 1
  56. 56. ระบบนี้ถือว่าเป็นระบบไฮดรอลิก (hydraulic system) ซึ่งไม่มีในสัตว์ไฟลัมอื่น 5. มีช่องตัวกว้าง และมีเยื่อบุช่องตัว (peritoneum) บุอยู่ภายใน ภายในช่องตัวมีของเหลวและมีเซลล์อะมีโบไซต์ (amoebocyte) ลอยเคลื่อนที่อยู่ 6. การหายใจ อวัยวะที่ใช้ในการหายใจ คือ เหงือกที่ผิวหนัง

×