O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.

Smart math

562 visualizações

Publicada em

เก่งคณิต

Publicada em: Educação
  • Seja o primeiro a comentar

  • Seja a primeira pessoa a gostar disto

Smart math

  1. 1. เคล็ดลับเก่ งคณิตศาสตร์ ่ ถ้าถามอาจารย์วาคนที่เก่งคณิ ตศาสตร์น้ น เก่งโดยพรสวรรค์หรื อพรแสวง อาจารย์กขอ ั ็ตอบว่าจาเป็ นทั้งสองอย่าง แม้จะมีพรสวรรค์ระดับอัจฉริ ยะก็ตองใช้เวลาในการคิดค้นสิ่ งใหม่ ๆ ้ ่อยูดี คงไม่ได้คิดทฤษฎีสัมพันธภาพได้ขณะเตะฟุตบอลแน่ ๆ ครับ จากประสบการณ์ การเรี ยนคณิ ตศาสตร์ 10 กว่าปี และ สอนคณิ ตศาสตร์ 10 ปี พอดี ็ ้ ัอาจารย์กมีขอแนะนาในการเรี ยนคณิ ตศาสตร์ให้กบนักศึกษาทุกคน ลองนาไปลองปรับใช้ดูครับถ้าทาได้ท้ ง 9 ข้อก็น่าจะเข้าใจคณิ ตศาสตร์ได้มากขึ้นครับ ั1. ยอมรับข้อตกลงและนิยาม การเริ่ มต้นเรี ยนคณิ ตศาสตร์ จะมีการตกลงสัญลักษณ์ และกติกาต่าง ๆ ที่เราต้องเปิ ดใจยอมรับให้ได้ เช่น ในสมัยประถมมีการให้นิยามการคูณว่าเป็ นการบวกซ้ า ๆ ตัวอย่าง 2 x 3 นั้น ็หมายถึง ให้นา 2 มาบวกกัน 3 ตัว ( 2+2+2 ) ถ้ายอมรับข้อตกลงเหล่านี้ไม่ได้กจะไม่สามารถเรี ยนต่อไป2. เข้าใจบทนิยาม และสัญลักษณ์ต่าง ๆ การเข้าใจบทนิยามในที่น้ ีไม่ได้หมายถึง ท่องจาได้ แต่จะต้องเข้าใจข้อตกลงเหล่านั้นด้วยเช่น สัญลักษณ์ (5)(2) + (4)(3) หมายถึง การนาจานวน 5 คูณกับ 2 แล้วนามาบวกกับ ผลคูณ ็ระหว่าง 4 และ 3 ซึ่งถ้าหากไม่เข้าใจสัญลักษณ์กอาจทาให้คานวณผิดพลาด3. เข้าใจทฤษฎีบท สู ตร หรื อสมบัติต่าง ๆ และพลิกแพลงใช้ให้เป็ น ทฤษฎี บท สู ตร หรื อสมบัติต่าง ๆ นั้นคือสิ่ งเดียวกัน ซึ่งหมายถึงข้อเท็จจริ งที่ตองมีการ ้พิสูจน์และยอมรับว่าเป็ นจริ ง จึงจะนามาใช้ได้ ซึ่งต่างจากบทนิยามเพราะบทนิยามเป็ นสิ่ งที่กาหนดขึ้นมาให้ยอมรับร่ วมกันโดย ไม่ตองพิสูจน์ ้ หลายคนเรี ยนคณิ ตศาสตร์ไม่เข้าใจเพราะเป็ นกังวลกับการท่องจาสู ตร ซึ่งแท้จริ งแล้วการจาสู ตรหรื อทฤษฎีได้หรื อไม่น้ นเป็ นเรื่ องรอง แต่เรื่ องหลักที่ตองให้ความสาคัญก่อนจะเริ่ มจา ั ้สู ตรคือ จะต้องเข้าใจว่า ทฤษฎีบทนี้ใช้เมื่อใด? และใช้อย่างไร?4. ท่องจาบ้างแต่จาเท่าที่จาเป็ น มีเทคนิคและเป็ นระบบ เรี ยนอะไรบ้างที่ไม่ตองจา? เรี ยนศิลป ดนตรี กีฬา ภาษา ฯลฯ ล้วนแต่ตองจาทั้งสิ้ น แต่ ้ ้วิชาคณิ ตศาสตร์เป็ นวิชาที่คิดมากกว่า จา ดังนั้นก่อนจะเริ่ มจา ให้ทาความเข้าใจก่อน และคิดหาวิธีจาที่ง่ายที่สุดสาหรับตนเอง โดยอาจจะใช้วธีเชื่อมโยงกับสิ่ งที่ตนเองคุนเคย ิ ้
  2. 2. 5. ฝึ กทักษะ สร้างประสบการณ์ เผชิญปัญหาบ่อย ๆ (อย่าวิงหนีปัญหา ถ้าไม่มีปัญหาใน ่ชีวตจริ ง ๆ ก็ใช้โจทย์ในหนังสื อคิดไปพลาง ๆ ) ิ ั ิ ทักษะนี้ใช้ได้กบชีวตจริ งและชีวตการเรี ยนทุกแขนงวิชาครับ สาหรับในการเรี ยน ิคณิ ตศาสตร์ถาหมันฝึ กฝนบ่อย ๆ จะเป็ นวิธีช่วยให้จาน้อยลง เพราะในขณะที่ฝึกฝน ก็จะต้อง ้ ่ประมวลความรู ้ที่มีออกมาแก้ปัญหาบ่อยๆ จึงทาให้สิ่งที่เราจะต้องจาถูกประมวลและเก็บรวบรวมเป็ นความจาโดยปริ ยายแบบ ที่ไม่ตองท่องจา ้ นอกจากนี้การได้เพิ่มประสบการณ์จากการฝึ กฝนมาก ๆ จะทาให้มุมมองในการแก้ปัญหาต่างไปจากเดิม สามารถที่จะเลือกใช้วธีที่ง่ายและเร็วที่สุดในการแก้ปัญหาได้ ต่างจาก ิคนที่ไม่เคยฝึ กฝน เมื่อพบปัญหามักจะเรี ยบเรี ยงความคิดไม่เป็ น หรื ออาจจะมองปัญหาไม่ออกเลยเป็ นต้น6. คิด และสร้างมุมมองต่อเรื่ องต่าง ๆ ให้ลึกซึ้งกว่าคนอื่น ๆ ทัวไป ่ ที่กล่าวมาข้างต้นอย่าเพิ่งเข้าใจว่าคนเก่งคณิ ตศาสตร์ตองทาโจทย์เป็ น 1000 ข้อนะครับ ้เพราะแท้จริ งแล้วคนเก่งคณิ ตศาสตร์อาจจะทาโจทย์เพียงไม่กี่ขอก็ได้ แต่จะต้องคิดมากกว่าคน ้อื่นๆ สังเกต และมีมุมมองต่อปัญหาต่าง ๆ ลึกซึ้งกว่าคนอื่น ๆ แล้วจึงเริ่ มลงมือแก้ปัญหา7. ฝึ กความคิดสร้างสรรค์ ื ่ แต่ละปัญหามีวธีแก้หลายวิธี และนักแก้ปัญหาที่ดีจะต้องมีความคิดที่ยดหยุน ถ้าเรา ิ ่ ่ ่สามารถยืดหยุนความคิดตนเองให้ใช้ความรู ้ที่ไม่ได้อยูในห้องเรี ยน อยูมาแก้ปัญหาได้เหมือนกับความรู ้ในห้องเรี ยนก็ถือว่าประสบความสาเร็จ เพราะปัญหาโดยทัวไปในชีวตจริ ง ๆ ไม่มีสูตร ่ ิสาเร็จ และไม่มีใครมาบอกเราว่าต้องใช้สูตรใด หรื อความรู ้เรื่ องใดมาแก้ปัญหา การฝึ กความคิดสร้างสรรค์จึงจาเป็ นและอาจจะช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยนความ เชี่ยวชาญของเรามาแก้ปัญหาที่พบได้8. ฝึ กสมาธิในสมัยเรี ยนระดับปริ ญญาตรี อาจารย์ฝึกสมาธิตนเองบ่อย ๆ โดยนังทบทวนตนเองหลังทาน ่อาหารกลางวันประมาณ 5 นาที นังสงบทาสมาธิก่อนเรี ยน อย่างน้อย 2 นาที หรื อก่อนอ่าน ่หนังสื อ 10 นาทีเป็ นต้น พบว่าการรับรู ้และการเรี ยนรู ้ทาได้รวดเร็วกว่าคนอื่น ๆ สามารถทาความเข้าใจเรื่ องที่เรี ยนได้จากครั้งแรกที่ฟัง ดังนั้นอาจารย์จึงอยากให้นกศึกษาลองนาเทคนิคนี้ ั ัไปใช้กนดู ซึ่งแท้จริ งแล้ววิธีน้ ีคนพบโดยพระพุทธเจ้ามา 2000 กว่าปี แล้ว ้
  3. 3. 9. เข้าเรี ยนตรงเวลา ธรรมชาติของเนื้อหาวิชาคณิ ตศาสตร์จะมีความต่อเนื่องกันเป็ นลูกโซ่ เช่น ถ้าบวกเลขช้าก็จะทาให้ ลบเลขช้า และทาให้คูณได้ชา และทาให้ หารได้ชา และส่ งผลต่อการเรี ยนเรื่ องอื่น ๆ ้ ้ที่ตามมา การเรี ยนคณิ ตศาสตร์ในชั้นเรี ยนเป็ นการเรี ยนเรี ยงความรู ้คณิ ตศาสตร์ที่นก ัคณิ ตศาสตร์ใช้เวลาเป็ น ร้อย ๆ ปี ในการคิดค้น ดังนั้นการเข้าเรี ยนจึงทาให้เราไม่ตองใช้เวลาเป็ น ้หลายร้อยปี เพื่อไปเรี ยน รู ้ดวยตนเอง ้ นอกเหนือจากนักศึกษาควรจะมาเรี ยนแล้ว นักศึกษาควรจะเข้าเรี ยนให้ตรงเวลาด้วยเพราะในการเรี ยนการสอนคณิ ตสาสตร์จะมีการกาหนดข้อตกลง และความคิดรวบยอดใน 10นาทีแรก ดังนั้นถ้านักศึกษาเข้าเรี ยนช้ากว่า 10 นาที ก็จะไม่สามารถเข้าใจการเรี ยนเรื่ องนั้นๆอย่างถ่องแท้ สุ ดท้ายอาจารย์หวังอย่างยิงว่าแนวทางที่ได้แนะนานี้จะเป็ นแนวทางที่ช่วยให้ เรี ยน ่คณิ ตศาสตร์ได้เข้าใจมากขึ้นครับ หากนักศึกษาต้องการข้อแนะนาเพิ่มเติมสามารถตั้งกระทู ้สอบถามได้เลยครับเครดิต อ.ณัฐวุฒิ http://blog.eduzones.com/siiam/77687

×