O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.

Cultural Environment (Ch.3) - Global Marketing

Cultural Environment (Ch.3), Global Marketing Class, Aj. Watjana Poopanee, Mahasarakham Business School, Mahasarakham University

  • Entre para ver os comentários

Cultural Environment (Ch.3) - Global Marketing

  1. 1. Cultural Environment สภาพแวดล้ อมทางวัฒนธรรม Watjana Poopanee Mahasarakham Business School Mahasarakham University E-mail : watjana.p@acc.msu.ac.th 1
  2. 2. เนือ (Content) ้• นิยาม ความหมาย และองค์ ประกอบของวัฒนธรรม (Culture)• ปั จจัยที่ทาให้ วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับการบริโภคมีความต่ างกัน 2
  3. 3. Culture (วัฒนธรรม) วัฒนธรรม (Culture) คือ ผลรวมที่เกิดจากการเรี ยนรู้ (Learned Sum)ความเชื่อ (Beliefs) ค่านิยม (Values) ธรรมเนียมปฏิบติ (Customs) ศิลปะ (Arts) ัคุณธรรม (Moral) กฎหมาย (Laws) ความสามารถ (Capabilities) อุปนิสย (Habits) ัซึงกาหนดพฤติกรรมของคนในสังคมใดสังคมหนึ่ง โดยคนในสังคมนันยอมรับและ ่ ้เผยแพร่ตอกันไป ่ 3
  4. 4. Culture (วัฒนธรรม) Learned Sum Habits Belief Capabilities Values Culture Laws Customs Moral Arts 4
  5. 5. องค์ ประกอบของวัฒนธรรม องค์มติ (Concept) องค์วตถุ ั วัฒนธรรม องค์การ (Instrumental and (Association or Symbolic Objects) (Culture) Organization) องค์พิธีการ (Usage) 5
  6. 6. องค์ ประกอบของวัฒนธรรม 1. องค์ มติ (Concept) หมายถึ ง ความเชื่ อ ความคิ ด เห็ น ตลอดจนอุด มการณ์ ต่า งๆ เช่ น ความเชื่ อในเรื่ อ งของพระเจ้ า องค์ เดี ย วหรื อหลายองค์ตลอดจนทัศนคติการยอมรับในสิงที่ถกต้ อง เหมาะสมหรื อไม่ซงแล้ วแต่กลุมชนจะ ่ ู ึ่ ่ใช้ มาตรฐานใดในการตัดสิน หรื อเป็ นเครื่ องวัดสภาพแวดล้ อมของตน 2. องค์ การ (Association or Organization) หมายถึง กลุ่มสังคมที่มีการจัดสภาพแวดล้ อมที่อยู่รอบตัวเราได้ เป็ นระเบียบ และมีระบบในการบริ หารงานอย่างชัดเจนเช่น สถาบัน สมาคม สโมสร โรงเรี ยน ที่ทางาน หรื อ ครอบครัว เป็ นต้ น 6
  7. 7. องค์ ประกอบของวัฒนธรรม 3. องค์ พธีการ (Usage) เป็ นขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยอมรับกันโดยทัวไป ิ ่ ซึงแสดงออกในรูปพิธีกรรม ต่างๆ เช่น พิธีการแต่งงาน การตายหรื อพิธีตงศพ เป็ น ่ ั้ ต้ น 4. องค์ วัตถุ (Instrumental and Symbolic Objects) คือ วัฒนธรรมทางวัตถุที่มีรูปร่ างสามารถมองเห็นสัมผัสแตะต้ องได้ เช่น เครื่ องมือเครื่ องใช้ ในระบบการเกษตรกรรม ตลอดจนผลผลิตของมนุษย์ในทางศิลปกรรม เช่น ภาพเขียน รู ปปั น ้ส่วนองค์วตถุที่ไม่มีรูปร่ างก็จะเป็ นเครื่ องหมายที่แสดงถึงสัญลักษณ์ ในการติดต่อ ัสื่อความหมาย เช่น ภาษา ตัวเลข มาตราชัง ตวง วัด่ 7
  8. 8. หน้ าที่ของวัฒนธรรม วัฒนธรรมเป็ นตัวกาหนดรู ปแบบของสถาบัน ซึ่งมีลกษณะแตกต่างกันไปใน ัแต่ละสังคม เช่น ครอบครัวชาวจีนที่นบถือเจ้ าแม่ กวนอิม ส่วนใหญ่จะไม่บริ โภคเนื ้อวัว ทาให้ ัเกิดการปลูกฝั งเรื่ องแนวคิดในการไม่บริ โภคเนื ้อวัวตังแต่เด็ก ซึงต่างจากของมุสลิมที่ไม่บริ โภค ้ ่เนื ้อหมู แต่กลับบริ โภคเนื ้อวัว เพราะปั จจัยทางศาสนา เป็ นต้ น หรื ออีกตัวอย่างเช่น วัฒนธรรมการใส่เสื ้อผ้ าของนักเรี ยนในประเทศแถบอเมริ กากับ ประเทศในแถบเอเชี ย ซึ่ ง มี รู ป แบบที่ ต่ า งกัน กล่ า วคื อ นัก เรี ย นอเมริ ก าสามารถใส่ชุดไปรเวท (Private suite) ไปโรงเรี ยนได้ ในขนาดที่นกเรี ยนไทยต้ องใส่ชดนักเรี ยนไปโรงเรี ยน ั ุเท่านัน้ 8
  9. 9. หน้ าที่ของวัฒนธรรม วัฒนธรรมเป็ นสิ่งที่กาหนดพฤติกรรมของมนุษย์ พฤติกรรมของคนจะเป็ นเช่นไรก็ขึ ้นอยู่กบวัฒนธรรมของกลุ่มสังคมนัน ๆ ตัวอย่างวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของแต่ ั ้ละชาติจะมีความแตกต่างกัน เช่น ประเทศไทยมักใช้ ช้อน-ส้ อม, ประเทศจีน ญี่ปน เกาหลี มัก ุ่ใช้ ต ะเกี ย บ ประเทศทางแถบยุโ รปและอเมริ ก า มักใช้ มี ด -ส้ อ ม ในการรั บ ประทานสเต็ กเป็ นต้ น วั ฒนธรรมเป็ นสิ่ง ที่ควบคุ มสั ง คม สร้ างความเป็ นระเบี ยบเรี ยบร้ อยให้ แ ก่ สังคม เพราะในวัฒนธรรมจะมีทงความศรัทธา ความเชื่อ ค่านิยม บรรทัดฐาน ตลอดจน ั้ ผลตอบแทนในการปฏิบติและบทลงโทษเมื่อฝ่ าฝื น ั 9
  10. 10. ปั จจัยที่ทาให้ วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับการบริโภคมีความต่ างกัน ภาษา ภาษา (Language) (Language)ลักษณะประชากร พฤติกรรม กลยุทธ์ การตลาด (Demographic) ผู้บริโภค ค่ านิยม (Values) สัญลักษณ์ หรื อการสื่อสารไม่ ใช้ วาจา (Nonverbal Communication) 10
  11. 11. Language (ภาษา) ภาษา (Language) หมายถึง คาพูดหรื อตัวอักษร ที่กาหนดใช้ ร่วมกันในสังคม ซึ่งหมายรวมทังเสียงและลายลักษณ์ อักษร ภาษาถ้ อยคาเป็ นภาษาที่ ้มนุษ ย์ สร้ างขึนอย่างมี ร ะบบ มี หลัก เกณฑ์ ทางภาษาหรื อไวยากรณ์ ซึ่ง คนใน ้สังคมต้ องเรี ยนรู้ และใช้ ภาษาในการฟั ง พูด อ่าน เขียนและคิด การใช้ ภาษาในการสื่อสารต้ องคานึงถึงความชัดเจนถูกต้ องตามหลักภาษาและความเหมาะสมกับลักษณะการสื่อสาร,ลักษณะงาน, สื่อและผู้รับสาร เปาหมาย้ 11
  12. 12. ความสาคัญของภาษาต่ อกระบวนการสื่อสารที่มีอทธิพลกับพฤติกรรมผู้บริโภค ิ Noise Noise 12
  13. 13. ปั จจัยที่ทาให้ วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับการบริโภคมีความต่ างกัน ภาษา (Language)ลักกษณะประชากร ลั ษณะประชากร พฤติกรรม กลยุทธ์ การตลาด (Demographic) (Demographic) ผู้บริโภค ค่ านิยม (Values) สัญลักษณ์ หรื อการสื่อสารไม่ ใช้ วาจา (Nonverbal Communication) 13
  14. 14. Demographic (ลักษณะประชากร) ลักษณะของประชากร (Demographic) หมายถึง ลักษณะทางสถิติที่สาคัญและสามารถวัดได้ ของประชาชน เช่น อายุ เพศ รายได้ อาชีพ การศึกษา ซึ่งในที่นี ้อาจรวมถึง สถานะทางสังคม ถิ่นฐาน หรื อแหล่งกาเนิดของประชากรด้ วย ซึ่งลักษณะของประชากรทาให้ เห็นถึงแนวโน้ มต่อเนื่ องที่ ชีนาโอกาสทาง ้ธุรกิจได้ เช่น การเคลื่อนตัวของกลุมอายุ (Age Shift) องค์ประกอบของคนเมื่อแบ่ง ่ตามเพศและรายได้ เช่น ในอเมริ กา ตลาดของผู้ใหญ่อายุ 50 ปี ขึนไปและมี ้รายได้ พร้ อมใช้ จ่าย พบว่ามีจานวนคนมากกว่ากลุ่มที่มีอายุน้อย จึงเป็ นส่วนตลาดที่สาคัญของสินค้ าและบริการ เป็ นต้ น 14
  15. 15. Demographic (ลักษณะประชากร)• อายุ (Age) ความจาเป็ นและความสนใจในสินค้ าหลายชนิดแปรผันตามอายุเช่น เด็กต้ องการของเล่น วัยรุ่ นต้ องการเสื ้อผ้ าและของใช้ ที่ทาให้ ตนเองเป็ นที่ยอมรับของกลุ่ม คนที่อายุมากมักจะมีความกล้ าเสี่ยงลดลง และมักจะยึดติดกับยี่ห้อสินค้ ามากกว่าวัยรุ่น เป็ นต้ น ซึงกลุมวัฒนธรรมที่แบ่งตามอายุที่สาคัญมี 4 กลุม ได้ แก่ ่ ่ ่ - Baby Boomers - Generation X - Generation Y - Generation Z (New Generation) 15
  16. 16. Demographic (ลักษณะประชากร)- Baby Boomers : คือกลุ่มคนที่ถือกาเนิดในหลังสงครามโลกที่สองสงบลง ส่วนใหญ่จะมีอายุมากแล้ ว มักเป็ นกลุ่มที่เป็ นผู้บริ หารระดับสูง หรื อเกษี ยณอายุแล้ ว มีความจงรักภักดีต่อตราสิ น ค้ าสู ง มองหาสิ น ค้ าที่ ส ามารถตอบสนองเรื่ อ งสุ ข ภาพ การรั ก ษาพยาบาลจิตวิญญาณ และการท่องเที่ยว เป็ นต้ น- Generation X : คือกลุ่มที่เกิดในช่วง ค.ศ. 1965 – ค.ศ. 1979 อายุระหว่าง 32 – 46 ปี คนในวัย Gen X มีลกษณะพฤติกรรมชอบความเรี ยบง่ายและไม่เป็ นทางการ ให้ ความสาคัญ ักับเรื่ องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว (Work-life Balance) จุดมุ่งหมายในชีวิตของคนกลุ่มนีคือ สร้ างครอบครั วและหาความมั่นคงให้ กับชีวิต ดังนันสิ่งที่จะมาตอบสนองความ ้ ้ต้ องการในกลุ่ม Gen X คือ ที่อยู่อาศัย เช่น บ้ าน หรื อ คอนโด ประกันชีวิตเพื่อความมันคง ่เป็ นต้ น 16
  17. 17. Demographic (ลักษณะประชากร)- Generation Y : คือกลุ่มคนที่เกิดในช่วง ค.ศ. 1980 – ค.ศ. 1990 อายุระหว่าง 21 – 31 ปีเป็ นกลุ่มที่เริ่ มต้ นทางาน หรื อกาลังเริ่ มต้ นชีวิต มีความมั่นใจในตัวเองสูง มีการศึกษาที่ดีเปลี่ยนงานบ่อย ชอบเข้ าสังคม สนใจในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ดังนันสิ่งที่จะมาตอบสนองความ ้ต้ องการของคนในกลุมนี ้คือ แฟชัน สินค้ าประเภทนวัตกรรม ความบันเทิง เป็ นต้ น ่ ่- Generation Z : คือกลุมคนที่เกิดระหว่างปี ่ ค.ศ. 1994 – ปั จจุบน มีอายุ 1 – 16 ปี เป็ นกลุ่ม ัผู้บริ โภคที่อายุน้อยที่สุด กลุ่ม Gen Z เป็ นกลุ่มตลาดที่มีความพิเศษคือ อานาจการซือ ้(Purchasing Power) จะไม่ได้ อยู่ที่ Gen Z แต่กลับมีมลค่าตลาดที่สง เนื่องจากกลุ่ม Gen Z ู ูเป็ นกลุ่มที่ได้ รับการเลี ้ยงดูจากพ่อแม้ เป็ นอย่างดี ทังเรื่ องอาหาร การกิน เสื ้อผ้ า การศึกษา ้และกิจกรรมต่างๆ เช่น เรี ยนดนตรี เรี ยนคอมพิวเตอร์ (มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีสงมาก) ูเรี ยนกีฬา เป็ นต้ น 17
  18. 18. Demographic (ลักษณะประชากร)• เพศ (Gender) บทบาทหน้ าที่ตามเพศ (Sex Roles) เป็ นส่วนที่สาคัญของทุกวัฒนธรรมและมีความสาคัญในการแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation) เช่น การกาหนดบทบาททางสังคมว่าเพศชายต้ องเป็ นผู้นาครอบครัว เพศหญิงต้ องเป็ นเพศที่อ่อนโยน รักสวยรักงามมีอารมณ์สนทรี ย์ เป็ นต้ น ุ แต่ในปั จจุบนบทบาทในเรื่ องเพศเริ่ มมีความสาคัญน้ อยลง ดังจะเห็นได้ วฒนธรรมการ ั ัทางานที่เปลี่ยนไป เพศหญิงมีการทางานนอกบ้ านมากขึ ้น ร่ วมถึงการเกิดขึ ้นของกลุ่มตลาดใหม่ ที่ใช้ เพศเป็ นเกณฑ์ในการแบ่งตลาด อันได้ แก่ กลุ่ม “LGBT Market” หรื อกลุ่มเลสเบี ้ยน(Lesbian) กลุ่ ม เกย์ (Gay) กลุ่ ม ไบเซ็ กชวล (Bisexual) แล ะกลุ่ ม ที่ มี กา รแปล ง เพ ศ(Transgender) ซึงเป็ นกลุมตลาดที่มีอตราการเติบโตสูงในปั จจุบน ่ ่ ั ั 18
  19. 19. Demographic (ลักษณะประชากร)• รายได้ การศึกษา อาชีพ (Income, Education, Occupation) ตัวแปรทัง 3 ้ชนิดนี ้มีความสัมพันธ์กนมาก เนื่องจากผู้ที่มีอาชีพดีเป็ นที่ยกย่องมักจะมีรายได้ ัสูงและมีการศึกษาสูงด้ วย หรื อผู้ที่มีการศึกษาสูงมักจะมีอาชีพที่ดีและรายได้ สง ูตามไปด้ วย ซึ่ ง นั ก การตลาดใช้ ปั จจั ย นี ใ นการแบ่ ง ส่ ว นตลาดเพื่ อ เป็ นสิ่ ง บ่ ง ชี ้ ้ความสามารถในการใช้ จ่ายของผู้บริ โภค และสามารถใช้ เป็ นเกณฑ์ในการแบ่งชนชันทางสังคมของผู้บริ โภคได้ อีกด้ วย เช่น ผู้มีรายได้ สูงมักจะนิยมใช้ สินค้ า ้แบรนด์เนม (Brand Name) ในขณะที่ผ้ มีรายได้ น้อยอาจจะคานึงถึงสินค้ าที่มี ูราคาย่อมเยาแต่ค้ มค่า เป็ นต้ น ุ 19
  20. 20. Demographic (ลักษณะประชากร)• ศาสนา (Religion) เป็ นความเชื่อและพิธีกรรมร่ วมกัน ซึ่งจะเกี่ยวข้ องกับความศรัทธา (Hill, 2007 : 98) นอกจากนี ้ อิทธิพลทางศาสนายังมีผลก่อให้ เกิดขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และพิธีกรรมต่าง ๆ ได้ อีกมากมาย โดยศาสนาที่สาคัญของโลกมีดงนี ้ ั - ศาสนาคริสต์ (Christianity) - ศาสนาอิสลาม (Islam) - ศาสนาฮินดู (Hinduism) - ศาสนาพุทธ (Buddhism) - ลัทธิ (Doctrine) และผู้ท่ ีไม่ นับถือ ศาสนา (Irreligion) 20
  21. 21. Demographic (ลักษณะประชากร)- ศาสนาคริสต์ (Christianity) ศาสนาคริ สต์เป็ นศาสนาที่มีผ้ นบถือ ู ัมากที่สดในโลก ประมาณ 29% - 32% ของคนทัวโลก โดยมากอาศัย ุ ่อยู่ในประเทศแถบยุโรปและอเมริ กา โดยมีนิกายที่สาคัญ 2 นิกาย คือโรมันคาทอลิก (Roman Catholic) และแบบดังเดิมหรื อออร์ โธด็อกซ์ ้(Orthodox) แต่ในศตวรรษที่ 16 ได้ มีการปฏิ รูป ตลอดจนการแบ่ ง แยกของปดระเทศโรมมั น ท าให้ เกิ ด นิ ก ายโปรเตสแตนต์(Protestantism) ขึน และเกิ ดการแตกย่อยออกไปอีกมากมาย ้(ณักษ์ กุลิสร์ ,2554 : 98) - ศาสนาอิสลาม (Islam) ซึงมีผ้ นบถือมากกว่า 1 พันล้ านคน ่ ู ั ศาสนาอิสลามถือว่าเป็ นศาสนาที่ใหญ่เป็ นอันดับ 2 ของโลก ผู้ ที่นับถื อ ศาสนาอิ สลามนัน เรี ยกว่ามุสลิม (Muslims) ซึ่ง มี ้ มากกว่า 35 ประเทศ และอาศัยอยู่ในทวีปต่าง ๆ ของโลก ตังแต่ ้ ในแอฟริ กา ตะวันออกกลาง จีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย 21
  22. 22. Demographic (ลักษณะประชากร)- ศาสนาฮินดู (Hinduism) มีผ้ นบถือประมาณ 750 ล้ านคน โดยทัวไปอาศัยอยู่ในประเทศ ู ั ่อินเดีย ศาสนาฮินดูได้ ถือกาเนิดในเทือกเขาอินดัส (Indus) ในประเทศอินเดียมากกว่า 4,000ปี ซึงถือว่าเป็ นศาสนาที่เก่าแก่ที่สดในโลก ต่างจากศาสนาคริ สต์และอิสลาม ่ ุ สิ่งที่น่าสนใจสาหรับวัฒนธรรมฮินดูก็คือการนับถื อวัวซึ่งชาวฮินดูถือว่าเป็ นของขวัญจากพระเจ้ าให้ กับมวลมนุษย์ การนับถื อวัวนันก่อให้ เกิ ดปั ญหาเมื่อธุรกิ จของอเมริ กาอย่าง ้McDonald’s เข้ าไปในประเทศอินเดียในช่วง ค.ศ. 1996 ซึงผู้ที่นบถือศาสนาฮินดูจะไม่กินเนื ้อ ่ ัและมีคนที่รับประทานมังสวิรัติจานวนมาก ทาให้ McDonald’s เผชิญกับปั ญหาจากการเข้ าไปดาเนินธุรกิจที่ประเทศอินเดีย 22
  23. 23. Demographic (ลักษณะประชากร)- ศาสนาพุทธ (Buddhism) ศาสนาพุทธถือกาเนิดในประเทศอินเดียก่อนพุทธศักราช 45 ปี นับว่าเป็ นศาสนาที่สาคัญศาสนาหนึ่งในโลก มีผ้ นบถือประมาณ 350 ล้ านคน ซึ่งอยู่ในเอเชียตอนกลาง ู ัและเอเชียตะวันออกเฉี ยงใต้ ในประเทศจีน เกาหลี ญี่ ปน กัมพูชา ุ่และไทย- ลัทธิอ่ ืน ๆ และกลุ่มไม่ นับถือศาสนาใด ๆ (Doctrine and Irreligion) : ลัทธิทางศาสนาจะมี ค วามหมายแคบกว่ า ศาสนา ซึ่ง เป็ นค าสอนเฉพาะกลุ่ม ของผู้นับ ถื อ ศาสนาเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันในสาระสาคัญ เช่น พุทธศาสนา มีลทธิมหายาน ลัทธิหินยาน ั(เถรวาท) หรื อใช้ คาว่า นิกาย แทนก็ได้ ลัทธิที่แสดงถึงความเชื่อหรื อแนวทางปฏิบติเพื่อเพื่อ ัความมันคงทางจิตใจของมนุษย์แต่ไม่มีลกษณะที่เรี ยกว่าศาสนาได้ เช่น ลัทธิบชาบรรพบุรุษ ่ ั ูลัทธินบถือผีสางเทวดา เป็ นต้ น ลัทธิเหล่านีมีแต่คาสังและพิธีกรรม แต่ไม่มีหลักคาสอนทาง ั ้ ่จริ ยธรรม ไม่มีคัมภีร์หรื อองค์ ศาสดา จึงไม่อาจเรี ยกว่าศาสนาได้ เช่น ลัทธิ ขงจื๊อ ลัทธิ เต๋าลัทธิวดู เป็ นต้ น ู 23
  24. 24. จานวนประชากรแบ่ งตามศาสนา (ปี 2009) 24Source: http://www.un.org/esa/population/publications/wpp2008/wpp2008_text_tables.pdf
  25. 25. ปั จจัยที่ทาให้ วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับการบริโภคมีความต่ างกัน ภาษา (Language) ลักษณะประชากร พฤติกรรม กลยุทธ์ การตลาด (Demographic) ผู้บริโภค ค่ านิยมยม ค่ านิ (Values) (Values) สัญลักษณ์ หรื อการสื่อสารไม่ ใช้ วาจา (Nonverbal Communication) 25
  26. 26. Values (ค่ านิยม) ค่ านิยม (Values) เป็ นความเชื่อที่คนในสังคมมี และนิยมใช้ ร่วมกัน (Shared Beliefs)หรื อเป็ นบรรทัดฐานของกลุ่ม (Group Norms) ที่ถกปลูกฝั งเข้ าสู่ตวบุคคล ซึงเป็ นได้ ทงค่าของ ู ั ่ ั้ของวัฒนธรรมหรื อค่านิยมของสังคม (Culture Values or Social Values) และค่านิยมของตัวบุคคล (Personal Values) ค่ านิยม (Values) ตามความหมายของ Milton Rokeach (1973) ซึงเป็ นผู้ทาการสารวจที่ ่เรี ยกว่า “Rokeach Value Survey (RVS)” โดยแบ่งค่านิยมออกเป็ น 2 กลุม คือ ่- Terminal Values คือ เปาหมายหรื อสถานะสุดท้ ายที่พึงปรารถนาเป็ นสิ่งที่มนุษย์ต้องการ ้ได้ รับในชัวชีวิตหนึง เช่น ความสุข ความสะดวก ความสบาย เป็ นต้ น ่ ่- Instrumental Values คือ วิถีการปฏิบติตนเพื่อช่วยให้ เราบรรลุถึงเปาหมาย Terminal Values ั ้เช่น ประพฤติซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบ เป็ นต้ น 26
  27. 27. Values (ค่ านิยม) Terminal Values Instrumental Valuesชีวิตเป็ นสุข เจริ ญรุ่งเรื อง ความทะเยอทะยาน มุงานหนัก มุงมัน ่ ่ชีวิตตื่นเต้ น กระฉับกระเฉง ให้ อภัย พร้ อมที่จะยกโทษเสรี ภาพ อิสระ เสรี ในการเลือก ความซื่อสัตย์ จริ งใจ รักความจริ งความสุขทางกาย และจิตใจ ความรับผิดชอบ ไว้ วางใจ เชื่อใจความเสมอภาค โอกาสเท่าเทียมกัน ความกล้ าหาญ ยืนหยัดในสิงที่ตนเชื่อ ่ 27
  28. 28. Values (ค่ านิยม) ค่ านิยม (Values) ตามความหมายของ Geert Hofstede ซึงเกิดจาก ่การศึกษาวิจัยเชิงเปรี ยบเทียบระหว่างวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ จากพนักงานบริ ษัทไอบีเอ็มทัวโลกกว่า 116,000 คน ของประเทศทังหมด 40 ่ ้ประเทศ ระหว่าง พ.ศ. 2510 – 2516 ได้ สรุปความแตกต่างออกเป็ น 5 มิติซึงเรี ยกว่า “Hofstede’s Cross-cultural value” โดยมีรายละเอียดดังนี ้ ่ Hofstede’s Culture value dimension Eu & USA Asia1. ระยะของอานาจ (Power distance : PDI) Low High2. ปั จเจกนิยมกับคติรวมหมู่ (Individualism : IDV ) High Low3. ความเป็ นชาย กับ ความเป็ นหญิง (Masculinity : MAS) Low High4. การหลีกเลี่ยงความไม่ แน่ นอน (Uncertainty avoidance : UAI) High Low5. การมองระยะยาว (Long-term orientation : LTO) Low High 28
  29. 29. Hofstede’s Culture value dimension : Thailand Source : http://geert-hofstede.com/ 29
  30. 30. ปั จจัยที่ทาให้ วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับการบริโภคมีความต่ างกัน ภาษา (Language) ลักษณะประชากร พฤติกรรม กลยุทธ์ การตลาด (Demographic) ผู้บริโภค ค่ านิยม (Values) สัญลัญลักษณ์ หรือการสื่อสารไม่วใช้ วาจา สั กษณ์ หรื อการสื่อสารไม่ ใช้ าจา (Nonverbal Communication) (Nonverbal Communication) 30
  31. 31. ความสาคัญของการสื่อสารด้ วยอวัจนภาษากับการบริโภค การสื่อสารด้ วยอวัจนภาษา (Nonverbal Communication) เป็ นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่นักการตลาดโดยเฉพาะผู้ที่ทาการตลาดในต่างประเทศต้ องทาความเข้ า ใจ เพื่ อ เลี่ย งปั ญหาที่ เกิ ดขึนโดยไม่ตังใจ ซึ่ง อาจจะเป็ น ภาษากาย ้ ้(Body Language) การแสดงทางอารมณ์ หรื อสีหน้ า (Feeling, Emotion) ซึ่งมักจะมีความส าคั ญ ต่ อ กระบวนการการตลาดในเรื่ อ งของการสื่ อ สารการตลาด(Marketing Communication) เช่น การทาปายโฆษณาบิลบอร์ ด (Billboard) การทา ้โฆษณาทางโทรทัศน์ (TV Commercial) เป็ นต้ น 31
  32. 32. SUMMARY &QUESTION 32

×