O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.

Supply chain management

510 visualizações

Publicada em

Supply chain management

Publicada em: Negócios
  • Entre para ver os comentários

  • Seja a primeira pessoa a gostar disto

Supply chain management

  1. 1. บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 ทฤษฎีการจัดการโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) 2.1.1 ความหมายของการจัดการโซ่อุปทาน ธนิต โสรัตน์ (2547) หมายถึง กระบวนการในการบูรณาการเกี่ยวกับการจัดการความ สัมพันธ์ (Relationship) ระหว่างคู่ค้าตั้งแต่ต้นน้าอันเปนนแห่่งกาเนิดของสินค้าหรออวัตถุดิบจน สินค้าหรออวัตถุดิบนั้นได้มีการเค่อ่อนย้าย จัดเกนบ แ่ะส่งมอบในแต่่ะช่วงของโซ่อุปทานแ่ะไปถึง ผู้รับคนสุดท้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพแ่ะประสิทธิผ่ทั้งในเชิงต้นทุนแ่ะระยะเว่าการส่งมอบ Robert B. Handfield & Ernest L.Nichols, Jr. (2550) Supply Chain เปน นกิจกรรมที่ เกี่ยวข้องกับบูรณาการ (Integration) แ่ะการจัดการในองค์กรที่ได้มีการนาห่วงโซ่อุปทานแ่ะยัง รวมถึงกิจกรรมต่างๆ แ่ะเกี่ยวข้องกับกิจกรรมความสัมพันธ์แ่ะความร่วมมออ ซึ่งมีผ่กระทบต่อ กระบวนการทางธุรกรรมในอันที่จะสร้างเสริมให้มีมู่ค่าเพิ่มในสินค้าแ่ะบริการอันนามาซึ่งความ สามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยอน The International Centre of Competitive Excellence (2545) หมายถึง การประสานงาน รวมกระบวนการทางธุรกิจที่ครอบคุ่มจากผู้จัดส่งวัตถุดิบผ่านระบบธุรกิจไปสู่ผู้บริโภคขั้นสุดท้าย ซึ่งมีการส่งผ่านทั้งผ่ิตภัณฑ์การบริการแ่ะข้อมู่สารสนเทศต่างๆ อันเปนนการสร้างคุณค่าในตัว ผ่ิตภัณฑ์ไปสู่ผู้บริโภคขั้นสุดท้าย 2.1.2 กระบวนการทางโซ่อุปทานประกอบด้วยกระบวนการต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. กระบวนการส่งเสริมด้านการต่าด (Customer Promotion) แ่ะการจัดการู่กค้า สัมพันธ์ (Customer Relationship Management) 2. การคาดคะเนยอดขาย (Sales Forecast) 3. การวางแผนการผ่ิตแ่ะการกระจายสินค้า (Production and Distribution Planning) 4. การรับคาสั่งซอ้อ (Purchase Order) 5. การจัดซอ้อจัดจ้าง (Procurement) 6. การบริหารสินค้าคงค่ัง (Inventory Management) 7. การบรรจุหีบห่อ (Packing) 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  2. 2. 8 8. การจัดการด้านการเค่อ่อนย้ายแ่ะการขนส่ง (Transportation Management) 9. การจัดการความสัมพันธ์ด้านอุปทาน (Supplier Relation Management) 10. การจัดการด้านข้อมู่สารสนเทศ (Information Management) 2.2 ทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management) สินค้าคงค่ังแบ่งได้เปนน 4 ประเภทใหญ่ๆ คออ 1. วัตถุดิบ (Raw Material) คออสิ่งของหรออชิ้นส่วนที่ซอ้อมาใช้ในการผ่ิต 2. งานระหว่างทา (Work-in-Process) คออชิ้นงานที่อยู่ในขั้นตอนการผ่ิตหรออรอคอยที่ จะผ่ิตหรออรอคอยที่จะผ่ิตในขั้นตอนต่อไป โดยที่ยังผ่านกระบวนการผ่ิตไม่ครบทุกขั้นตอน 3. วัสดุซ่อมบารุง (Maintenance/Repair/Operating Supplies) คออชิ้นส่วนหรอออะไห่่ เครอ่องจักรที่สารองไว้เผอ่อเป่ี่ยนเมอ่อชิ้นส่วนเดิมเสียหรออหมดอายุการใช้งาน 4. สินค้าสาเรนจรูป (Finished Goods) คออปัจจัยการผ่ิตที่ผ่านทุกกระบวนการผ่ิต ครบถ้วนพร้อมที่จะขายใหู้่กค้าได้ 2.2.1 บทบาทของสินค้าคงค่ังในซัพพ่ายเชน สินค้าคงค่ังมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความสมดุ่ในระบบโซ่อุปทาน เพอ่อให้ระดับ สินค้าคงค่ังต่าสุด โดยไม่กระทบต่อระดับการให้บริการ โดยปัจจัยนาเข้าของกระบวนการผ่ิตที่มี ความสาคัญอย่างยิ่งคออ วัตถุดิบ ชิ้นส่วนแ่ะวัสดุต่างๆ ที่เรียกรวมกันว่าสินค้าคงค่ัง ซึ่งเปนน องค์ประกอบที่ใหญ่ที่สุดของต้นทุนการผ่ิตผ่ิตภัณฑ์ห่ายชนิดนอกจากนั้นการที่สินค้าคงค่ังที่ เพียงพอยังเปนนการตอบสนองความพึงพอใจของู่กค้าได้ทันเว่า ดังนั้นจะเหนนได้ว่าสินค้าคงค่ังมี ความสาคัญต่อกิจกรรมห่ักของธุรกิจเปนนอย่างมาก การบริหารสินค้าคงค่ังที่มีประสิทธิภาพจึง ส่งผ่กระทบต่อผ่กาไรจากการประกอบการโดยตรงในปัจจุบันนี้มีการนาเอาระบบต่างๆมาจัดการ ข้อมู่ของสินค้าคงค่ัง เพอ่อให้เกิดความถูกต้อง แม่นยา แ่ะทันเว่ามากยิ่งขึ้น การจัดซอ้อวัตถุดิบ หรออสินค้าคงค่ังได้ตรงตามความต้องการ ปริมาณเพียงพอ ราคาเหมาะสม ทันเว่าที่ต้องการโดย ซอ้อจากผู้ขายที่ไว้วางใจได้ แ่ะนาส่งยังสถานที่ที่ถูกต้องตามห่ักการจัดซอ้อที่ดีที่สุด เปนนจุดเริ่มต้น ของการบริหารสินค้าคงค่ัง วัตถุประสงค์ใหญ่ๆ ของการจัดการสินค้าคงค่ังมีสองอย่างคออ 1.สามารถมีสินค้าคงค่ังบริการู่กค้าในปริมาณที่เพียงพอ แ่ะทันต่อการความต้องการ ของู่กค้าเสมอ เพอ่อสร้างยอดขายแ่ะรักษาระดับของส่วนแบ่งต่าดไว้ 2.สามารถ่ดระดับการ่งทุนในสินค้าคงค่ังต่าที่สุดเท่าที่จะทาได้ เพอ่อทาให้ต้นทุนการ ผ่ิตต่า่ง 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  3. 3. 9 โดยทั่วไปจะเปนนการยากที่จะทาให้วัตถุประสงค์ทั้งสองอย่างไปด้วยกันได้ เพราะการ ่งทุนในสินค้าคงค่ังต่าที่สุดมักจะต้องใช้วิธี่ดระดับสินค้าคงค่ังให้เห่ออแค่เพียงพอใช้ป้ อน กระบวนการผ่ิต เพอ่อให้สามารถดาเนินการผ่ิตได้โดยไม่หยุดชะงัก แต่ระดับสินค้าคงค่ังที่ต่า เกินไปกนทาให้บริการู่กค้าไม่เพียงพอหรออไม่ทันตามความต้องการของู่กค้าในทางตรงกันข้ามการ ถออสินค้าคงค่ังไว้มากเพอ่อผ่ิตหรออส่งใหู้่กค้าได้เพียงพอแ่ะทันเว่าเสมอทาให้ต้นทุนสินค้าคง ค่ังสูงขึ้น ดังนั้นการบริหารสินค้าคงค่ังโดยรักษาความสมดุ่ของวัตถุประสงค์ทั้งสองข้อนี้จึง เปนนเรอ่องยาก แ่ะเนอ่องจากการบริหารการผ่ิตในปัจจุบันจะต้องคานึงถึงคุณภาพเปนนห่ักสาคัญซึ่ง การบริการู่กค้าที่ดีกนเปนนส่วนหนึ่งของการสร้างคุณภาพที่ดี ซึ่งทาใหู้่กค้ามีความพึงพอใจสูงสุด ด้วยจึงดูเหมออนว่าการมีสินค้าคงค่ังในระดับสูงจะเปนนประโยชน์กับกิจการในระยะยาวมากกว่า เพราะจะรักษาู่กค้าแ่ะส่วนแบ่งต่าดได้ดี แต่อันที่จริงแ่้วต้นทุนสินค้าคงค่ังที่สูง ซึ่งทาให้ ต้นทุนการผ่ิตสูงด้วยมีผ่ด้วยมีผ่ให้ไม่สามารถต่อสู้กับคู่แข่งในด้านราคาได้ จึงต้องทาให้ต้นทุน ต่า คุณภาพดี แ่ะบริการที่ดีด้วยในขณะเดียวกัน 2.2.2 วัตถุประสงค์ของการบริหารสินค้าคงค่ังPurpose of Inventory Management) 1.สามารถมีสินค้าคงค่ังบริการู่กค้าในปริมาณที่เพียงพอ แ่ะทันต่อความต้องการของ ู่กค้าเสมอ เพอ่อสร้างยอดขายแ่ะรักษาระดับของส่วนแบ่งต่าดไว้ 2.สามารถ่ดระดับการ่งทุนในสินค้าคงค่ังต่าที่สุดเท่าที่จะทาได้เพอ่อทาให้ต้นทุนการ ผ่ิตต่า่งด้วย 2.2.3 ประโยชน์ของสินค้าคงค่ัง 1.ตอบสนองความต้องการของู่กค้าที่ประมาณการไว้ในแต่่ะช่วงเว่าทั้งใน แ่ะนอก ฤดูกา่ โดยธุรกิจต้องเกนบสินค้าคงค่ังไว้ในค่ังสินค้า 2.รักษาการผ่ิตให้มีอัตราคงที่สม่าเสมอ เพอ่อรักษาระดับการว่าจ้างแรงงาน การเดิน เครอ่องจักร หรออส่วนสนับสนุนออ่นให้สม่าเสมอได้โดยจะเกนบสินค้าที่ขายไม่หมดในช่วงขายไม่ดีไว้ ขายตอนช่วงขายดีซึ่งช่วงนั้นอาจจะผ่ิตไม่ทันขาย 3.ทาให้ธุรกิจได้ส่วน่ดปริมาณจากการจัดซอ้อจานวนมากต่อครั้ง ป้ องกันการเป่ี่ยน แป่งราคาแ่ะผ่กระทบจากความผันผวนทางการเงิน 4.ป้ องกันของขาดมออด้วยสินค้าเผอ่อขาดมออ เมอ่อเว่ารอคอย่่าช้าหรออได้คาสั่งซอ้อเพิ่มขึ้น กระทันหัน 5.ทาให้กระบวนการผ่ิตสามารถดาเนินการต่อเนอ่องอย่างราบรอ่น ไม่มีการหยุดชะงัก เพราะของขาดมออจนเกิดความเสียหายแก่กระบวนการผ่ิตซึ่งจะทาให้คนงานว่างงาน เครอ่องจักร ถูกปิด ผ่ิตไม่ทันคาสั่งซอ้อของู่กค้า 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  4. 4. 10 2.2.4 อุปสงค์หรออความต้องการของู่กค้า จุดเริ่มต้นของการจัดการสินค้าคงค่ัง จะเริ่มจากอุปสงค์ของู่กค้า เพอ่อจัดการให้เปนน ไป ตามความต้องการของู่กค้า ซึ่งต้องให้ห่ักการพยากรณ์โดยอุปสงค์แบ่งเปนน 2 ชนิด ดังนี้ 1.อุปสงค์แปรตาม (Dependent Demand) เปนนอุปสงค์ของวัตถุดิบ ชิ้นส่วนแ่ะสินค้าที่ใช้ ต่อ เนอ่องในกระบวนการผ่ิต ซึ่งเปนนสิ่งจาเปนนอย่างมากเพราะอาจส่งผ่เสียหายอย่างรุนแรงถ้าขาด วัตถุดิบประเภทนี้ 2.อุปสงค์อิสระ (Independent Demand) เปนนอุปสงค์ของวัตถุดิบ ชิ้นส่วน แ่ะสินค้าที่ไม่ ใช้ต่อ เนอ่องในกระบวนการผ่ิต ส่วนมากจาหน่ายในู่กค้าโดยตรง ถ้าไม่มีอาจจะเสียโอกาส 2.2.5 สินค้าคงค่ังแ่ะการจัดการคุณภาพ (Inventory and Quality Management) การจัดการคุณภาพเปนนเรอ่องที่เกี่ยวข้องกับบุคค่สองกุ่่มคออู่กค้า แ่ะเจ้าของผ่ิตภัณฑ์ โดยทั้งสองฝ่ายตก่งกัน โดยู่กค้าจะพิจารณาเรอ่อง่ักษณะสินค้า ราคาที่สามารถซอ้อได้ แ่ะเว่าที่ ส่งมอบ ส่วนเจ้าของผ่ิตภัณฑ์ ต้องจัดหาทรัพยากรที่เปน นปัจจัยนาเข้า ไม่ว่าจะเปน นวัตถุดิบ แรงงาน เครอ่องจักร แ่ะทุน เพอ่อนามาผ่ิตให้มีสินค้าตามทีู่่กค้าต้องการ ในต้นทุนที่ดี ไม่ขาดทุน แ่ะจัดส่งใหู้่กค้าทันเว่า โดยไม่เสียค่าปรับ ซึ่งปัญหาส่วนมากในโซ่อุปทานจะเกิดจากปัจจัย ภายนอก เช่นเศรษฐกิจ สังคม การเมออง คู่แข่ง ู่กค้า ผู้ขายปัจจัยการผ่ิต จึงเกิดการจัดเกนบสินค้า คงค่ังเพอ่อรองรับระบบคุณภาพ 2.2.5.1 ต้นทุนของสินค้าคงค่ัง (Inventory Cost) ต้นทุนสินค้าคงค่ังมี 4 ชนิด คออ 1. ต้นทุนการสั่งซอ้อหรออติดตั้ง (Ordering or Setup Costs) ต้นทุนการสั่งซอ้อจะเกี่ยวข้อง กับการจัดหาวัตถุดิบ แ่ะพัสดุจากภายนอกองค์การขณะที่ต้นทุนการติดตั้ง หรออดาเนินงาน จะ เกี่ยวข้องกับต้นทุนการจัดหา แ่ะการดาเนินงานภายในระบบ เพอ่อให้ระบบการผ่ิตดาเนินงาน ซึ่ง จะเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายที่เปนนเงิน แ่ะเว่า 2. ค่าใช้จ่ายในการเกนบรักษา Inventory Carrying or Holding Costs) จะมีส่วนประกอบ สาคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ต้นทุนของเงิน (Capital Costs), ต้นทุนการจัดเกนบ (Storage Costs) แ่ะต้นทุน ความเสี่ยง (Risk Costs) 3. ค่าใช้จ่ายเนอ่องจากสินค้าขาดแค่น Shortage Cost or Stock out Cost) เปนนวัสดุคงค่ัง ที่ขาดมออ เมอ่อเกิดความต้องการ ซึ่งจะทาให้ธุรกิจเสียจังหวะในการดาเนินงาน หรออโอกาสในการ ตอบสนองความต้องการของู่กค้า 4. ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Costs) เกิดขึ้นจากการแ่กเป่ี่ยน (Trade-off) ระหว่างการตัดสินใจเ่ออกที่จะดาเนินการอย่างหนึ่ง กับทางเ่ออกอย่างออ่น 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  5. 5. 11 5. ต้นทุนสินค้า (Cost of Goods) ในการจัดเกนบเพอ่อรอการสั่งซอ้อแ่ะจัดส่ง 2.3 ระบบการควบคุมสินค้าคงคลัง (Inventory Control System) ภาระงานอันหนักประการหนึ่งของการบริหารสินค้าคงค่ัง คออ การ่งบัญชีแ่ะตรวจ นับสินค้าคงค่ัง เพราะแต่่ะธุรกิจจะมีสินค้าคงค่ังห่ายชนิด แต่่ะชนิดอาจมีความห่ากห่าย เช่นขนาดรูปร่างสี ซึ่งทาให้การตรวจนับสินค้าคงค่ังต้องใช้พนักงานจานวนมากเพอ่อให้ได้จานวน ที่ถูกต้องภายใต้ระยะเว่าที่กาหนด เพอ่อที่จะได้ทราบว่าชนิดสินค้าคงค่ังที่เริ่มขาดมออ ต้องซอ้อมา เพิ่ม แ่ะปริมาณการซอ้อที่เหมาะสม ระบบการควบคุมสินค้าคงค่ังที่มีอยู่ 3 วิธี คออ 2.3.1 ระบบสินค้าคงค่ังอย่างต่อเนอ่อง (Continuous Inventory System Perpetual System) เปนน ระบบสินค้าคงค่ังที่มีวิธีการ่งบัญชีทุกครั้งที่มีการรับแ่ะจ่ายของ ทาให้บัญชีคุมยอดแสดงยอด คงเห่ออที่แท้จริงของสินค้าคงค่ังอยู่เสมอ ซึ่งจาเปนนอย่างยิ่งในการควบคุมสินค้าคงค่ังรายการที่ สาคัญที่ป่่อยให้ขาดมออไม่ได้ แต่ระบบนี้เปนนวิธีที่มีค่าใช้จ่ายด้านงานเอกสารค่อนข้างสูง แ่ะต้อง ใช้พนักงานจานวนมากจึงดูแ่การรับจ่ายได้ทั่วถึง ในปัจจุบันการนาเอาคอมพิวเตอร์เข้ามาประยุกต์ ใช้กับงานสานักงานแ่ะบัญชีสามารถช่วยแก้ไขปัญหาในข้อนี้ โดยการใช้รหัสแท่ง (Bar Code) หรออรหัสสาก่สาหรับผ่ิตภัณฑ์ (EAN13) ติดบนสินค้าแ่้วใช้เครอ่องอ่านรหัสแห่ง (Laser Scan) ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะมีความถูกต้อง แม่นยา เที่ยงตรงแ่้ว ยังสามารถใช้เปนนฐานข้อมู่ของการบริหาร สินค้าคงค่ังในระบบโซ่อุปทานของสินค้าได้อีกด้วย ข้อดีของระบบสินค้าคงค่ังแบบต่อเนอ่อง 1. มีสินค้าคงค่ังเผอ่อขาดมออน้อยกว่า โดยจะเผอ่อสินค้าไว้เฉพาะช่วงเว่ารอคอยเท่านั้น แต่่ะระบบเมอ่อสิ้นงวดต้องเผอ่อสินค้าไว้ทั้งช่วงเว่ารอคอย แ่ะเว่าระหว่างการสั่งซอ้อแต่่ะครั้ง 2. ใช้จานวนการสั่งซอ้อคงที่ซึ่งจะทาให้ได้ส่วน่ดปริมาณได้ง่าย 3. สามารถตรวจสินค้าคงค่ังแต่่ะตัวอย่างอิสระ แ่ะเจาะจงเข้มงวดเฉพาะรายการที่มี ราคาแพงได้ 2.3.2 ระบบสินค้าคงค่ังเมอ่อสิ้นงวด (Periodic Inventory System) เปนนระบบสินค้าคงค่ังที่มี วิธีการ่งบัญชีเฉพาะในช่วงเว่าที่กาหนดไว้เท่านั้น เช่นตรวจนับแ่ะ่งบัญชีทุกป่ายสัปดาห์หรออ ป่ายเดออน เมอ่อของถูกเบิกไปกนจะมีการสั่งซอ้อเข้ามาเติมให้เตนมระดับที่ตั้งไว้ ระบบนี้จะเหมาะกับ สินค้าที่มีการสั่งซอ้อแ่ะเบิกใช้เปนนช่วงเว่าที่แน่นอน โดยทั่วไปแ่้วระบบสินค้าคงค่ังเมอ่อสิ้นงวดมักจะมีระดับสินค้าคงค่ังเห่ออสูงกว่า ระบบสินค้าคงค่ังอย่างต่อเนอ่องเพราะจะมีการเผอ่อสารองการขาดมออโดยไม่คาดคิดไว้ก่อน่่วงหน้า บ้าง แ่ะระบบนี้จะทาให้มีการปรับปริมาณการสั่งซอ้อใหม่ เมอ่อความต้องการเป่ี่ยนแป่งไปด้วย 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  6. 6. 12 การเ่ออกใช้ระบบสินค้าคงค่ังแบบต่อเนอ่องแ่ะระบบสินค้าคงค่ังเมอ่อสิ้นงวดมีข้อดีของแต่่ะ แบบดังนี้ ข้อดีของระบบสินค้าคงค่ังเมอ่อสิ้นงวด 1. ใช้เว่าน้อยกว่าแ่ะเสียค่าใช้จ่ายในการควบคุมน้อยกว่าระบบต่อเนอ่อง 2. เหมาะกับการสั่งซอ้อของจากผู้ขายรายเดียวกันห่ายๆชนิด เพราะจะได้่ดค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับเอกสาร ่ดค่าใช้จ่ายในการสั่งซอ้อ แ่ะสะดวกต่อการตรวจนับยิ่งขึ้น 3. ค่าใช้จ่ายในการเกนบข้อมู่สินค้าคงค่ังต่ากว่า 2.3.3 ระบบการจาแนกสินค้าคงค่ังเปนนหมวดเอบีซี (ABC) ระบบนี้เปนนวิธีการจาแนกสินค้า คงค่ังออกเปนนแต่่ะประเภทโดยพิจารณาปริมาณแ่ะมู่ค่าของสินค้าคงค่ังแต่่ะรายการเปนน เกณฑ์ เพอ่อ่ดภาระในการดูแ่ ตรวจนับ แ่ะควบคุมสินค้าคงค่ังที่มีอยู่มากมาย ซึ่งถ้าควบคุม ทุกรายการอย่างเข้มงวดเท่าเทียมกัน จะเสียเว่าแ่ะค่าใช้จ่ายมากเกินความจาเปนน เพราะในบรรดา สินค้าคงค่ังทั้งห่ายของแต่่ะธุรกิจจะมักเปนนไปตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้ A เปนนสินค้าคงค่ังที่มีปริมาณน้อย (5-15% ของสินค้าคงค่ังทั้งหมด) แต่มีมู่ค่ารวม ค่อนข้างสูง (70-80% ของมู่ค่าทั้งหมด) B เปนนสินค้าคงค่ังที่มีปริมาณปานก่าง (30% ของสินค้าคงค่ังทั้งหมด) แ่ะมีมู่ค่า รวมปานก่าง (15% ของมู่ค่าทั้งหมด) C เปนนสินค้าคงค่ังที่มีปริมาณมาก (50-60% ของสินค้าคงค่ังทั้งหมด) แต่มีมู่ค่ารวม ค่อนข้างต่า (5-10% ของมู่ค่าทั้งหมด) การจาแนกสินค้าคงค่ังเปนนหมวด ABC จะทาให้การควบคุมสินค้าคงค่ังแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้ A: ควบคุมอย่างเข้มงวดมาก ด้วยการ่งบัญชีทุกครั้งที่มีการรับจ่าย แ่ะมีการตรวจนับ จานวนจริงเพอ่อเปรียบเทียบกับจานวนในบัญชีอยู่บ่อยๆ (เช่น ทุกสัปดาห์) การควบคุมจึงควรใช้ ระบบสินค้าคงค่ังอย่างต่อเนอ่องแ่ะต้องเกนบของไว้ในที่ป่อดภัย ในด้านการจัดซอ้อกนควรหาผู้ขาย ไว้ห่ายรายเพอ่อ่ดความเสี่ยงจากการขาดแค่นสินค้าแ่ะสามารถเจรจาต่อรองราคาได้ B: ควบคุมอย่างเข้มงวดปานก่าง ด้วยการ่งบัญชีคุมยอดบันทึกเสมอเช่นเดียวกับ A ควรมีการเบิกจ่ายอย่างเปนนระบบเพอ่อป้ องกันการสูญหาย การตรวจนับจานวนจริงกนทาเช่นเดียวกับ A แต่ความถี่น้อยกว่า (เช่น ทุกสิ้นเดออน) แ่ะการควบคุม B จึงควรใช้ระบบสินค้าคงค่ังอย่าง ต่อเนอ่องเช่นเดียวกับ A C: ไม่มีการจดบันทึกหรออมีกนเพียงเ่นกน้อย สินค้าคงค่ังประเภทนี้จะวางให้หยิบใช้ได้ ตามสะดวกเนอ่องจากเปนนของราคาถูกแ่ะปริมาณมาก ถ้าทาการควบคุมอย่างเข้มงวด จะทาให้มี 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  7. 7. 13 ค่าใช้จ่ายมากซึ่งไม่คุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้ป้ องกันไม่ให้สูญหาย การตรวจนับ C จะใช้ระบบสินค้า คงค่ังแบบสิ้นงวดคออเว้นสักระยะจะมาตรวจนับดูว่าพร่องไปเท่าใดแ่้วกนซอ้อมาเติม หรอออาจใช้ ระบบสองก่่อง ซึ่งมีก่่องวัสดุอยู่ 2 ก่่องเปนนการเผอ่อไว้พอใช้ของในก่่องแรกหมดกนนาเอาก่่อง สารองมาใช้แ่้วรีบซอ้อของเติมใส่ก่่องสารองแทน ซึ่งจะทาให้ไม่มีการขาดมออเกิดขึ้น การตรวจนับจานวนสินค้าคงค่ัง เปนนการตรวจนับสินค้าเพอ่อให้เกิดความมั่นใจว่า สินค้า ที่มีอยู่จริง แ่ะในบัญชีตรงกันมีห่ายวิธีดังนี้ 1. วิธีปิดบัญชีตรวจนับ คออ เ่ออกวันใดวันหนึ่งที่จะทาการปิดบัญชีแ่้วห้ามมิให้มีการ เบิกจ่ายเพิ่มเติม หรออเค่อ่อนย้ายสินค้าคงค่ังทุกรายการ โดยต้องหยุดการซอ้อ-ขายหรออผ่ิตตามปกติ แ่้วตรวจนับของทั้งหมด วิธีนี้จะแสดงมู่ค่าของสินค้าคงค่ัง ณ วันที่ตรวจนับได้อย่างเที่ยงตรง แต่กนทาให้เสียรายได้ในวันที่ตรวจนับของ 2. วิธีเวียนกันตรวจนับ จะปิดการเค่อ่อนย้ายสินค้าคงค่ังเปนนๆ เพอ่อตรวจนับเมอ่อส่วนใดตรวจนับ เสรนจกนเปิดขายหรออเบิกจ่ายได้ตามปกติ แ่ะปิดแผนกออ่นตรวจนับต่อไปจนครบทุกแผนก วิธีนี้จะไม่ เสียรายได้จากการขายแต่โอกาสที่จะค่าดเค่อ่อนมีสูง 2.4 การพยากรณ์ (Forecasting) คาว่า พยากรณ์ หรออ ทานาย หมายถึง การคาดว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แ่ะเกิดขึ้น มากน้อยเพียงใด ปัจจัยที่ต้องการเพอ่อการพยากรณ์ให้ใก่้ความเปนนจริง การพยากรณ์จะถูกต้องใก่้เคียงความเปนนจริง ถ้ามีเหตุที่เกอ้อกู่ต่อไปนี้ 1. ทราบถึงความเปนนไปได้ เช่น อีก 10 ปีจะสามารถปู่กพอชเมอองหนาวในภาคอีสานได้ 2. ทราบข้อมู่ในอดีตเพอ่อเปนนฐานพยากรณ์ เช่น ทราบว่าอดีตราคาน้ามันเพิ่มปี่ะ 5% 3. ทราบถึงสภาพเศรษฐกิจแ่ะการเมอองในอนาคต ช่วงเว่าของการพยากรณ์ 1. Short – Range Forecast : ต่ากว่า 1 ปี ปกติจะต่ากว่า 3 เดออน เช่น การจัดซอ้อต่างๆ 2. Medium – Range Forecast : 3 เดออน ถึง 1 ปี เช่นการกาหนด KPI ของบริษัท 3. Long – Range Forecast : 3 ปีขึ้นไป เช่นการวางแผนผ่ิตสินค้าตัวใหม่ วิธีการพยากรณ์ แบ่งได้เปนนสองวิธีห่ักๆ คออ 1) Quantitative 2. Qualitative 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  8. 8. 14 วิธีตามคุณภาพ (Qualitative) 1. จากความเหนนของผู้บริหารหรออผู้มีประสบการณ์ในเรอ่องนั้นๆ 2. จากการประมาณการของพนักงานขาย 3. จากการใช้กุ่่มผู้เชี่ยวชาญสอบถามบุคค่ในพอ้นที่ที่ต้องการทาการพยากรณ์ห่ายๆ ครั้ง 4. จากการสอบถามู่กค้าโดยตรง วิธีตามปริมาณ (Quantitative) เปนนวิธีการพยากรณ์โดยใช้ห่ักการทางสถิติมาช่วยใน การพยากรณ์โดยแบ่งเปนน 2 เทคนิคการพยากรณ์ได้ดังต่อไปนี้ 1) เทคนิคพยากรณ์โดยอาศัยข้อมู่อนุกรมเว่า (Time Series Forecasting Techniques) การพยากรณ์แบบอนุกรมเว่า (Time Series Method) เปนนวิธีการที่ใช้พยากรณ์อุปสงค์ในอนาคต โดยคาดว่าจะมี่ักษณะเช่นเดียวกับปัจจุบันหรอออนาคต โดยอุปสงค์ในความเปนนจริงได้รับ อิทธิพ่จากแนวโน้ม (Trend) ฤดูกา่ (Seasonal) วัฎจักร (Cycle) แ่ะเหตุการณ์ผิดปกติ (Irregular Variation) การใช้อนุกรมเว่ามี 3 วิธี คออ 1. การพยากรณ์อย่างง่าย (Naive Forecast) เปนนการพยากรณ์ว่ายอดขายในอนาคตจะ เท่ากับยอดขายปัจจุบัน เช่น เดออนมกราคมขายได้ 100 ชิ้น เดออนกุมภาพันธ์ควรจะขายได้ 100 ชิ้น เช่นกัน ถ้าเดออนกุมภาพันธ์ขายได้จริง 50 ชิ้น กนจะพยากรณ์ว่าเดออนมีนาคมว่าขายได้ 50 ชิ้นเช่นกัน วิธีการพยากรณ์นี้ง่ายแ่ะมีค่าใช้จ่ายต่า แต่ต่อเมอ่อมียอดขายส่งผ่สม่าเสมอ เท่านั้น แต่ถ้ามี เหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นจะเกิดความค่าดเค่อ่อนสูง 2. การหาค่าเฉ่ี่ยเค่อ่อนที่ (Moving Average) เปนนการหาค่าเฉ่ี่ยของยอดขายโดยใช้ จานวนข้อมู่ 3 ช่วงเว่าขึ้นไปในการคานวณ เมอ่อเว่าผ่านไป 1 ช่วงกนใช้ข้อมู่ใหม่มาเฉ่ี่ยแทน ข้อมู่ในช่วงเว่าไก่ที่สุดซึ่งจะถูกตัดทิ้งไป  อุปสงค์หรออยอดขายในช่วงเว่า n ครั้ง ( 2.1 ) n การพยากรณ์แบบค่าเฉ่ี่ยเค่อ่อนที่ต้องการอย่างน้อย ข้อมู่ 3 ช่วงเว่า ดังนั้นค่า พยากรณ์ที่ได้ค่าแรกคออของช่วงที่ 4 เช่นถ้าเริ่มเกนบข้อมู่ยอดขายเดออนมกราคม ในเดออนกุมภาพันธ์ แ่ะมีนาคม กนยังพยากรณ์ไม่ได้จะเริ่มพยากรณ์ได้เมอ่อสิ้นเดออนมีนาคม โดยคานวณค่าพยากรณ์ของ เดออนเมษายนแ่ะใช้ค่านี้ทาการพยากรณ์เดออนพฤษภาคม โดยตัดยอดขายจริงของเดออนมกราคมที่ ค่าเฉ่ี่ยเค่อ่อนที่ = 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  9. 9. 15 อยู่ไก่ที่สุดออกไป เอายอดขายจริงของเดออนเมษายนเข้าแทนที่แ่้วคานวณหาค่าเฉ่ี่ยเค่อ่อนที่ซึ่ง เปนนค่าพยากรณ์ของเดออนพฤษภาคมต่อไป ในการพยากรณ์จริงๆ จะมีอีกปัจจัยหนึ่งที่เข้ามามีผ่ต่อการพยากรณ์คออความสาคัญ หรออน้าหนักของความสาคัญของสินค้านั้นๆ จึงเกิดวิธีการพยากรณ์อีกแบบหนึ่งที่เอาน้าหนักเข้าไป เกี่ยวข้องด้วยเรียกว่าการหาค่าเฉ่ี่ยเค่อ่อนที่แบบถ่วงน้าหนัก (Weighted Moving Average) ซึ่ง สามารถแสดงเปนนสูตรการคานวนได้ดังนี้ W 1t A 1t +W 2t A 2t +…….+W nt A nt ( 2.2 ) w น้าหนักของช่วงเว่าที่ใก่้ค่าพยากรณ์จะมากกว่าน้าหนักของช่วงเว่าที่ไก่ 3. การปรับเรียบด้วยเอนกซ์โปเนนเชีย่ (Exponential Smoothing) เปนนการหาค่าเฉ่ี่ย เค่อ่อนที่แบบถ่วงน้าหนักที่จัดค่าพยากรณ์ออกมาในรูปการใช้สมการคานวณ ซึ่งจะใช้ค่าข้อมู่ เริ่มต้นค่าเดียวแ่ะถ่วงน้าหนักโดยใช้สัมประสิทธิ์เชิงเรียบ ( ) ที่มีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1.00 ค่าเฉ่ี่ยเอนกซ์โปเนนเชีย่ (F 1t ) = F 1t +  (A 1t - F 1t ) ( 2.3 ) หรออ =  A 1t + (1- )F 1t โดยที่ F 1t เปนนค่าพยากรณ์ในช่วงเว่าก่อนการพยากรณ์ 1 ช่วง A 1t เปนนค่าจริงในช่วงเว่าก่อนการพยากรณ์ 1 ช่วง ในการคานวณค่าเฉ่ี่ยเอนกซ์โปเนนเชีย่ จะกาหนดให้ค่าพยากรณ์ค่าแรกเท่ากับค่าจริง ของช่วงเว่าก่อนหน้านั้น 1 ช่วง สาหรับค่า  ถ้า  มีค่าสูงจะเปนนการถ่วงให้ข้อมู่ที่ใก่้ช่วงพยากรณ์มีน้าหนักมากกว่า ที่มีต่า ดังนั้น ที่มีค่าใก่้เคียง 1 จะทาให้ค่าพยากรณ์สนองตอบต่อการเป่ี่ยนแป่งของข้อมู่ในแต่่ะ ช่วงได้มากกว่า เส้นกราฟของค่าพยากรณ์ที่ได้จะมี่ักษณะไม่ราบเรียบเท่าใดนัก จึงเหมาะกับ ยอดขายที่มี่ักษณะเป่ี่ยนแป่งขึ้น่งบ่อยๆ ถ้า เท่ากับ 1 จะทาให้ค่าพยากรณ์ (Ft) = 1.0A 1t คออค่าจริงในช่วงเว่าก่อนหน้านั้น 1 ช่วง ซึ่งจะก่ายเปนนวิธีของการพยากรณ์อย่างง่ายนั่นเอง ถ้า มีค่าต่าจะเปนนการถ่วงให้ข้อมู่ที่อยู่ไก่ช่วงพยากรณ์มีน้าหนักมากกว่า ที่มีค่า สูงดังนั้น  ที่มีค่าต่าใก่้เคียง 0 จะทาให้เส้นกราฟของค่าพยากรณ์ราบเรียบเปนนเส้นตรงจึงเหมาะ กับยอดขายที่มี่ักษณะราบเรียบเปนนเส้นตรง ค่าเฉ่ี่ยเค่อ่อนที่แบบถ่วงน้าหนัก = 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  10. 10. 16 ดังนั้น สูตรค่าเฉ่ี่ยเอนกซ์โปเนนเชีย่เขียนได้อีกแบบคออ Ft =  A 1t + (1- )A 2t + (1- )2 A 3t +….+ (1- )n A nt ( 2.4 ) 4. วิธีปรับเรียบแบบเอนกซ์โปเนนเชีย่ด้วยแนวโน้ม (Trend-adjusted Exponential Smoothing) ยอดขายนั้นประกอบด้วยปัจจัยห่ายอย่างเพอ่อทาให้การพยากรณ์มีความใก่้เคียงความ เปนนจริงมากที่สุดจึงมีการนาเอาแนวโน้ม (Trend) มาปรับค่าเฉ่ี่ยค่าพยากรณ์ซึ่งแสดงดังสมการ ต่อไปนี้ FIT = Ft + Tt Ft = (1-  )F 1t +  A 1t หรออ F 1t +  (A 1t - F 1t ) Tt = (1-  )T 1t +  ( Ft – F 1t ) เมอ่อ FITt = ค่าเฉ่ี่ยปรับเรียบแบบเอนกซ์โปเนนเชีย่ด้วยแนวโน้ม Ft = ค่าเฉ่ี่ยเอนกซ์โปเนนเชีย่ของยอดขายในช่วงเว่า t T t = ค่าเฉ่ี่ยเอนกซ์โปเนนเชีย่ของแนวโน้มในช่วงเว่า t  = สัมประสิทธิ์เชิงเรียบของค่าเฉ่ี่ย  = สัมประสิทธิ์เชิงเรียบของแนวโน้ม ค่าของ  จะมี่ักษณะเช่นเดียวกับค่า  คออต้องหาค่าที่เหมาะสมที่จะใช้ในการ พยากรณ์ด้วยการ่องพยากรณ์ด้วยค่า  ห่ายๆ ค่าแ่้วเ่ออกค่าที่พยากรณ์ได้แม่นยาที่สุด โดย ทั่วไปถ้าค่า  สูง จะใช้ได้ดีเมอ่อมีการเป่ี่ยนแป่งของแนวโน้มในช่วงสั้นๆ ถ้า ต่าจะให้ค่า พยากรณ์ของแนวโน้มออกมาใน่ักษณะเฉ่ี่ยมากกว่า 2) เทคนิคการพยากรณ์โดยการวิเคราะห์เชิงสาเหตุ การวิเคราะห์เชิงสาเหตุ (Causal or Associative Models) เปนนวิธีพยากรณ์เชิงปริมาณที่มี ข้อสมมุติที่แตกต่างจากการวิเคราะห์อนุกรมเว่า คออจะสมมุติว่าปัจจัยออ่นๆ ตั้งแต่ 1 ตัวแปรขึ้นไปมี ความสัมพันธ์กับตัวแปรที่ต้องการที่จะพยากรณ์ เช่น การพยากรณ์ปริมาณความต้องการซอ้อรถยนต์ จะมีการเป่ี่ยนแป่งไปอย่างไรเมอ่อราคาน้ามันเป่ี่ยนแป่งไป หรออว่าขึ้นอยู่กับการตั้งราคา การ โฆษณาดึงดูดใจ แ่ะของแถมต่างๆ เปนนต้น โดยจะเรียกตัวแปรที่ต้องการพยากรณ์ว่า ตัวแปรตาม (Dependent Variable) แ่ะข้อมู่ หรออตัวแปรออ่นๆ ที่มีความสัมพันธ์กับตัวแปรที่ต้องการพยากรณ์จะ เรียกว่า ตัวแปรอิสระ (Independent Variable) สาหรับตัวแบบที่นิยมใช้กันอย่างแพร่ห่าย คออ ตัวแบบการวิเคราะห์การถดถอย (Regression Analysis Model) ซึ่งสามารถจาแนกได้ 2 ประเภท คออ 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  11. 11. 17 1. ตัวแบบการวิเคราะห์การถดถอยอย่างง่าย ซึ่งเปนนตัวแบบที่กาหนดว่าตัวแปรตาม มีความสัมพันธ์หรออขึ้นอยู่กับตัวแปรอิสระเพียงตัวเดียว 2. ตัวแบบการวิเคราะห์การถดถอยเชิงซ้อน เปนนตัวแบบที่กาหนดว่าตัวแปรตามมี ความสัมพันธ์หรออขึ้นอยู่กับตัวแปรอิสระมากกว่า 1 ตัวแปรขึ้นไป การวัดความแม่นยาของการพยากรณ์ เป้ าหมายสูงสุดในการพยากรณ์ที่ผู้เกี่ยวข้องกับการพยากรณ์ทุกๆ ฝ่ายต้องการ คออการ ได้ค่าพยากรณ์ที่มีความถูกต้องแ่ะไม่เอียงเฉ แ่ะค่าความถูกต้องของการพยากรณ์จะมากหรออน้อย นั้นจะขึ้นอยู่กับค่าความค่าดเค่อ่อนในการพยากรณ์ (Forecast Error หรออ et) การวัดความถูกต้อง ของการพยากรณ์จะเปนนการตรวจสอบว่าค่าที่ได้จากการพยากรณ์แตกต่างจากค่าจริงมากน้อย เพียงใด ณ ช่วงเว่า t เดียวกันใด ๆ หากค่าจริงแตกต่างจากค่าพยากรณ์มาก ค่าความค่าดเค่อ่อน ของการพยากรณ์กนจะมีค่าสูง สาหรับค่าความค่าดเค่อ่อนในการพยากรณ์สามารถคานวณได้ดัง สมการต่อไปนี้ et =Yt–Ft ( 2.5 ) 1. ค่าความค่าดเค่อ่อนสัมบูรณ์เฉ่ี่ย (Mean Absolute Deviation: MAD) มีสูตรในการ คานวณดังนี้ ( 2.6 ) ค่าความค่าดเค่อ่อนสัมบูรณ์เฉ่ี่ย หรออ MAD เปนนตัวชี้วัดความถูกต้องของการ พยากรณ์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่ห่าย นอกจากนั้นยังนิยมนามาใช้วัดเพอ่อเปรียบเทียบวิธีการ พยากรณ์ โดยผู้พยากรณ์ควรจะเ่ออกสมการพยากรณ์ที่มีค่า MAD ต่าสุด 2. ค่าความค่าดเค่อ่อนกา่ังสองเฉ่ี่ย (Mean Squared Error: MSE) มีสูตรในการ คานวณดังนี้ ( 2.7 ) 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  12. 12. 18 การวัดความถูกต้องของการพยากรณ์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่ห่ายอีกวิธีหนึ่ง คออ การหา ค่าความค่าดเค่อ่อนกา่ังสองเฉ่ี่ย หรออ MSE ซึ่งค่านี้ใช้ห่ักการเดียวกันกับการหาค่าความ แปรปรวนในทางสถิติ การวัดค่าความค่าดเค่อ่อนด้วยวิธีนี้จะได้ค่าความค่าดเค่อ่อนที่สูงเนอ่องจาก เปนนการนาความค่าดเค่อ่อน ณ เว่าใดๆ มายกกา่ังสอง ก่อนที่จะหาผ่รวมแ่้วจึงนามาหา ค่าเฉ่ี่ยอีกครั้งหนึ่ง 3. ค่าร้อย่ะความค่าดเค่อ่อนสัมบูรณ์เฉ่ี่ย (Mean Absolute Percentage Error: MAPE) มีสูตรในการคานวณดังนี้ ( 2.8 ) การวัดความถูกต้องของการพยากรณ์โดยใช้ค่าร้อย่ะความค่าดเค่อ่อนสัมบูรณ์เฉ่ี่ย หรออ MAPE นั้นจะมีข้อได้เปรียบกว่าอีก 2 วิธีที่ก่่าวมา เนอ่องจากเปนนการวัดความค่าดเค่อ่อนของ การพยากรณ์เทียบกับค่าข้อมู่จริงจึงสามารถที่จะใช้ในการประเมินการพยากรณ์ได้เหมาะสมกว่า 2.5 วิธีระบบปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด (Economic Order Quantities) การคานวณหาปริมาณการสั่งซอ้อที่ประหยัดที่สุด (Economic Order Quantities) หรออ EOQ เปนนวิธีที่รู้จักกันแพร่ห่ายมานานแ่้ว ช่วยในการกาหนดปริมาณสินค้าที่ต้องการสั่งซอ้อในแต่ ่ะครั้ง ว่าเปนนครั้ง่ะเท่าไรจึงจะเหมาะสม แ่ะก่อให้เกิดต้นทุนหรออค่าใช้จ่ายต่าสุด โดยในการ คานวณ EOQ มีต้นทุนหรออค่าใช้จ่ายที่สาคัญอยู่ 2 ต้นทุนคออ 1. ต้นทุนการเกนบรักษา (Holding cost or Carrying Cost) คออ ต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการที่ กิจการมีสินค้าสารองอยู่ในโกดัง หรออ ค่ังสินค้า 2. ต้นทุนการสั่งซอ้อ (Ordering cost) คออ ต้นทุนหรออค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการที่ทาการ สั่งซอ้อสินค้าหรออสั่งผ่ิตสินค้า ได้แก่ ต้นทุนออกใบสั่งซอ้อสินค้า ค่าโทรศัพท์ ค่าขนส่ง เปนนต้น ถ้าสั่งซอ้อครั้ง่ะน้อยๆ ต้นทุนการสั่งซอ้อจะมาก เพราะต้องสั่งซอ้อห่ายครั้ง แ่ะถ้าสั่งซอ้อ ครั้ง่ะมากๆ จะต้องมีสินค้าเกนบไว้ในโกดังหรออค่ังสินค้าจานวนมาก ต้นทุนหรออค่าใช้จ่ายในการ เกนบรักษากนจะมาก เมอ่อนามาแสดงเปนนกราฟหาความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนการสั่งซอ้อ ต้นทุนการ เกนบรักษา กับจานวนสินค้า จะได้ความสัมพันธ์ ดังภาพ 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  13. 13. 19 ภาพที่ 2.1 กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนต่างๆ กับจานวนสินค้า ที่มา: http://e-book.ram.edu/e-book/c/CT487/CT487-9.pdf จากภาพ จะเหนนว่าจุดที่เหมาะสมที่สุดที่ทาให้ต้นทุนในการจัดให้มีสินค้าคงค่ังทั้งหมด (Total Inventory Cost หรออ TIC) ต่าสุด คออ ตรงจุดตัดของกราฟระหว่างต้นทุนการเกนบรักษากับ ต้นทุนการสั่งซอ้อขนาดการสั่งซอ้อที่ประหยัด เปนนระบบสินค้าคงค่ังที่ใช้กันอย่างแพร่ห่ายมานาน โดยที่ระบบนี้ใช้กับสินค้าคงค่ังที่มี่ักษณะของความต้องการที่เปนนอิสระไม่เกี่ยวข้องต่อเนอ่องกับ ความต้องการของสินค้าคงค่ังตัวออ่น จึงต้องวางแผนพิจารณาความต้องการอย่างเปนนเอกเทศด้วย วิธีการพยากรณ์อุปสงค์ของู่กค้าโดยตรง ระบบขนาดการสั่งซอ้อที่ประหยัดจะพิจารณาต้นทุนรวมของสินค้าคงค่ังที่ต่าสุดเปนน ห่ักเพอ่อกาหนดระดับปริมาณการสั่งซอ้อต่อครั้งที่เรียกว่า “ขนาดการสั่งซอ้อที่ประหยัด” การใช้ระบบขนาดการสั่งซอ้อที่ประหยัดมีการใช้ในสถานการณ์ต่างๆ 4 อย่างดังนี้ 1) ขนาดการสั่งซอ้อที่ประหยัดที่อุปสงค์คงที่แ่ะสินค้าคงค่ังไม่ขาดมออโดยมีสมมติฐาน ที่กาหนดเปนนขอบเขตไว้ว่า 1. ทราบปริมาณอุปสงค์อย่างชัดเจน แ่ะอุปสงค์คงที่ 2. ได้รับสินค้าที่สั่งซอ้อพร้อมกันทั้งหมด 3. รอบเว่าในการสั่งซอ้อ ซึ่งเปนนช่วงเว่าตั้งแต่สั่งซอ้อจนได้รับสินค้าคงที่ 4. ต้นทุนการเกนบรักษาสินค้าแ่ะต้นทุนการสั่งซอ้อคงที่ 5. ราคาสินค้าที่สั่งซอ้อคงที่ 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  14. 14. 20 6. ไม่มีสภาวะของขาดมออเ่ย การหาขนาดการสั่งซอ้อประหยัด (EOQ) แ่ะต้นทุนรวม (TC) จะทาได้จาก EOQ = Cc CoD2 ( 2.9 ) TCmin =             2 QCc Q CoD ( 2.10 ) โดย EOQ = ขนาดการสั่งซอ้อต่อครั้งที่ประหยัด (Q*) D = อุปสงค์หรออความต้องการสินค้าต่อปี (หน่วย) Co = ต้นทุนการสั่งซอ้อ หรออต้นทุนการตั้งเครอ่องจักรใหม่ ต่อครั้ง (บาท) Cc = ต้นทุนการเกนบรักษาต่อหน่วยต่อปี (บาท) Q = ปริมาณการสั่งซอ้อต่อครั้ง (หน่วย) TC = ต้นทุนสินค้าคงค่ังโดยรวม (บาท) ต้นทุนการสั่งซอ้อต่อปี = Co Q D       ต้นทุนการเกนบรักษาต่อปี = Cc Q     2 จานวนการสั่งซอ้อต่อปี = *Q D รอบเว่าการสั่งซอ้อ = *Q D ถ้าต้องการต้นทุนรวมที่ต่าสุด จานวนสั่งซอ้อต่อปี หรออรอบเว่าการสั่งซอ้อที่จะสามารถ ประหยัดได้มากที่สุด ให้แทน Q ด้วย EOQ หรออ Q* ที่คานวณได้ 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  15. 15. 21 2.6 จุดสั่งซื้อใหม่ (Reorder Point) ในการจัดซอ้อสินค้าคงค่ัง เว่ากนเปนนปัจจัยที่สาคัญอย่างยิ่งตัวหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าระบบการควบคุมสินค้าคงค่ังของกิจการเปนนแบบต่อเนอ่อง จะสามารถกาหนดที่จะสั่งซอ้อใหม่ได้ เมอ่อพบว่าสินค้าคงค่ัง่ดเห่ออระดับหนึ่งกนจะสั่งซอ้อของมาใหม่ในปริมาณคงที่เท่ากับปริมาณการ สั่งซอ้อที่กาหนดไว้ซึ่งเรียกว่า Fixed order Quantity System จุดสั่งซอ้อใหม่ในอัตราความต้องการ สินค้าคงค่ังที่แปรผันแ่ะรอบเว่าคงที่ เปนนสภาวะที่อาจเกิดของขาดมออได้เพราะว่าอัตราการใช้ หรออความต้องการสินค้าคงค่ังไม่สม่าเสมอ จึงต้องมีการเกนบสินค้าคงค่ังเผอ่อขาดมออ (Cycle- Service Level) ซึ่งจะเปนนโอกาสที่ไม่มีของขาดมออ จุดสั่งซอ้อใหม่ = (อัตราความต้องการ x รอบเว่า) + สินค้าคงค่ังเพอ่อความ ป่อดภัย = (d x L) + z L ( d ) ( 2.11 ) โดยที่ d = อัตราความต้องการสินค้าโดยเฉ่ี่ย L = รอบเว่าคงที่ z = ค่าระดับความเชอ่อมั่นว่าจะมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ d = ความเบี่ยงเบนมาตรฐานของอัตราความต้องการสินค้า สตนอคเพอ่อความป่อดภัย (Safety Stock) เปนนสตนอกที่สารองไว้กันสินค้าขาดเมอ่อสินค้า ถูกใช้แ่ะปริมาณ่ด่งจนถึงจุดสั่งซอ้อ (Reorder Point) เปนนจุดที่ใช้เตออนสาหรับการสั่งซอ้อรอบ ถัดไป เมอ่ออุปสงค์มากกว่าสินค้าคงค่ังที่เกนบไว้ เปนนการป้ องกันสินค้าขาดมออไว้่่วงหน้า หรอออีก คาอธิบายหนึ่งเปนนการเกนบสะสมสินค้าคงค่ังในช่วงของรอบเว่าในการสั่งซอ้อ 2.7 Vendor Managed Inventory (VMI) VMI(Vendor Managed Inventory) คออระบบการบริหารค่ังสินค้าโดยผู้ขายก่่าวคออ การที่ผู้ผ่ิตเข้าไปจัดการค่ังสินค้าของู่กค้านั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น บริษัทไทยน้าทิพย์เข้าไปดูแ่ น้าอัด่มในค่ังของทนอปส์ซูเปอร์มาร์เกนตแ่้วนาสินค้ามาส่งทันตามกาหนดเว่า(Just in Time : JIT) ซึ่งระบบVMI นี้ยังมีชอ่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปได้แก่ Supplier Managed Inventory(SMI) Supplier Assisted Inventory Management(SAIM) Remote Inventory Management(RIM)โดยอาศัย ความร่วมมออกับู่กค้าในการวางแผนรายการสินค้าเพอ่อวางโครงการความต้องการสินค้าในขั้นตอน ท้ายสุดจากนั้นตรวจสอบความต้องการเพอ่อให้ได้ระดับVMI ที่แท้จริง ตามระบบของ VMI แ่้ว การส่งมอบหน้าที่ในการเกนบแ่ะจัดส่งสินค้าให้ผู้ผ่ิต ดาเนินการแทนนั้นจะช่วย่ดปัญหาการเกนบสะสมของสตนอกสินค้าทั้งในส่วนของฝ่ายผ่ิตเอง แ่ะ 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  16. 16. 22 รวมไปถึงศูนย์กระจายสินค้าของผู้ค้าป่ีกเพราะเกิดการเกนบสินค้าไว้ที่จุดเดียวเท่านั้นเท่ากับเปนนการ ่ดปัญหาในการสอ่อสารจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งหรออที่เรียกว่า"การ่ดระยะของห่วงโซ่่ง" (Shorten the Chain) เช่นเดียวกันกับกระบวนการขายตรง(Multi Level Marketing) ที่ช่วยให้เกิดการ ่ดขั้นตอนของ Supply Chainได้หากคุณหรออผู้จัดจาหน่ายของคุณเกิดสินค้าขาดแค่นโดยที่บริษัท ในต่างประเทศได้มีการใช้ระบบVMIในห่ายบริษัทดังแสดงตัวอย่างตามตารางที่ 2.1ข้าง่่างนี้ ตารางที่ 2.1 ตารางแสดงบริษัทในต่างประเทศที่ได้หันมาใช้ระบบVMI ที่มา: http://www.thailandindustry.com/guru/view.php?id=11192&section=9&rcount=Y ซึ่งระบบVMIนั้นส่วนหนึ่งมาจาก EDI ดังนั้นจะขอก่่าว EDI ไว้บางส่วนดังนี้คออ EDI หรออ Electronic Data Interchange เปนนระบบข้อมู่ข่าวสารที่ไม่จาเปนนต้องใช้กระดาษใดๆทั้งสิ้น นิยามของEDI กนคออ“EDIคออระบบส่งถ่ายทอดข้อมู่ข่าวสารจากคอมพิวเตอร์เครอ่องหนึ่งไปยังอีก เครอ่องหนึ่งในรูปของสัญญาณอิเ่คทรอนิกส์โดยมนุษย์เราเข้าไปยุ่งเกี่ยวน้อยที่สุด” ข้อมู่ข่าวสารที่ EDI จะเปนนข้อมู่ข่าวสารที่จัดรูปแบบแ่ะมีคุณภาพความหมาย (Message Standards) ที่เปนน มาตรฐานตามที่ตก่งกันไว้ระบบจะทางานอย่างมีประสิทธิภาพดังนั้นถ้าบริษัทธุรกิจ2บริษัทใช้ EDIติดต่อกันจะต้องตก่งกันก่อนว่าจะใช้ข้อมู่แบบใดแ่ะติดต่อกันอย่างไร สรุปแ่้วในการใช้ EDI นั้น คู่ติดต่อจะต้องร่วมมออกันอย่างจริงจังแ่ะEDIจะเปนน เครอ่องมออเพอ่อธุรกิจที่มีประสิทธิภาพถึงแม้ใช้คน่ะระบบคอมพิวเตอร์กนสามารถเชอ่อมโยงEDIได้ยิ่ง ถ้าใช้ระบบ EANCOM การสอ่อข้อมู่ข่าวสารจะยิ่งรวดเรนวมีประสิทธิภาพถูกต้องแม่นยาไม่ว่า ฮาร์ดแวร์แ่ะซอฟต์แวร์ป่ายทางจะเปนนแบบใด 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  17. 17. 23 องค์ประกอบของEDI ระบบ EDI ประกอบด้วยองค์ประกอบที่สาคัญ3ส่วนดังนี้คออ 1. ข้อความมาตรฐาน (Standard Messages) 2. ซอฟต์แวร์ แ่ะ 3. ระบบโทรคมนาคม ซึ่งแต่่ะองค์ประกอบกนมีราย่ะเอียดโดยสังเขปดังต่อไปนี้ 1. ข้อความมาตรฐาน EDI พัฒนามาจากระบบการสอ่อสารข้อมู่แบบวงจรปิดมาก่อน ดังนั้นการมีเครออข่ายกว้างขวางมากขึ้นระบบที่ใช้จะต้องเปนนระบบเปิดข้อมู่ข่าวสารจะต้องเปนน มาตรฐานที่สามารถรับรู้กันได้เหมออนกับที่มนุษย์จะติดต่อกันในสังคมที่พูดภาษาเดียวกัน สรุปแ่้ว กนคออจะต้องสอ่อภาษาให้ได้ความหมายที่ตรงกันนั่นเองการติดต่อระหว่างคอมพิวเตอร์จะต้องมีภาษา ร่วมเพอ่อจะได้สามารถรู้เรอ่องกันได้คออ "EDI Message" อาทิเช่นในระบบ UN/EDIFACT หรออ EANCOM 2. Software ซอฟต์แวร์จะทาหน้าที่แป่งข้อมู่EDI Messageให้เปนนภาษาธรรมดาเมอ่อ EDI Message ส่งถึงป่ายทางขณะเดียวกันกนจะทาหน้าที่แป่งภาษาธรรมดาที่ต้นทางให้เปนนภาษา EDI Message เพอ่อส่งไปยังป่ายทางด้วยนอกจากนี้ซอฟต์แวร์ยังทาหน้าที่ออ่นๆอีกได้แก่แป่งภาษา ที่ไม่ใช่ EDI Messageให้เปนนEDI Message ช่วยดูแ่ข้อมู่ที่อยู่ในแฟ้ มอินเตอร์เฟซบริหารจัดการ ข้อมู่ข่าวสารที่เข้าหรออออกรวมทั้งตรวจสอบควบคุมการทางานของเมนูโปรแกรมแ่ะควบคุมการ ใช้โปรแกรมด้วยรหัสPassword 3. ระบบโทรคมนาคม การทางานของ EDI ห่ังจากซอฟต์แวร์แป่งข้อมู่ที่คีย์เข้าให้ เปนนEDI Message ข้อมู่กนจะถูกส่งไปยังป่ายทางโดยระบบโทรคมนาคมโดยการส่งจะมีจังหวะ ระเบียบแ่ะกฎเกณฑ์เพอ่อความเรียบร้อยไม่สับสนเปรียบเสมออนคน2คนพูดจาติดต่อกันถึงแม้พูด ภาษาเดียวกันแต่ถ้าพูดพร้อมๆกันหรออแซงกันกนจะไม่รู้เรอ่องจะต้องพูดกันสอ่อความกันคน่ะที นอกจากนี้ยังจะต้องมีระบบหรออเครออข่ายเพอ่อสารอง(Options) อีกห่ายชุดอาทิเช่น ระบบคมนาคม ่ับส่วนตัว (Private Line Communications) ระบบคมนาคมกับสายโทรศัพท์สาธารณะระบบ Third Party Value Added Network Serviceเ ปนนต้น VMI เปนนกิจกรรมหนึ่งในกระบวนการของการจัดการห่วงโซ่อุปทาน(SPM: Supply Chain Management) กิจกรรมของVMI ในฐานะผู้ให้บริการ Outsourcing จะให้บริการในการ จัดการสตนอกของคู่ค้าหรออของ Suppliers โดยภารกิจสาคัญของผู้ให้บริการ VMI Providers จะเปนน ผู้รับโอนสิทธิความเปนนเจ้าของสินค้าชั่วขณะหนึ่งขณะใด (Transfer of the same time) จากผู้ว่าจ้าง ซึ่งจะเปนนผู้ผ่ิตซึ่งซอ้อสินค้าจาก Vender หรออ Supplier โดยผู้ผ่ิตจะมอบสิทธิให้VMI เปนนคนก่าง 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  18. 18. 24 ในการติดต่อกับ Supplier แต่่ะรายโดยผู้ผ่ิตจะดาเนินขั้นตอนจัดซอ้อเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ คุณสมบัติของสินค้าจานวนของสินค้าที่จะซอ้อคุณภาพของสินค้าแ่ะตก่งเรอ่องราคาแ่ะเงอ่อนไข การชาระเงินส่วนกิจกรรมออ่นๆได้แก่เงอ่อนไขการส่งมอบปริมาณการส่งมอบแต่่ะครั้งการ ตรวจสอบจานวนวิธีการขนส่งการรับผิดชอบความเสียหายทั้งที่เกิดกับตัวสินค้าแ่ะการผิดนัดการ ส่งมอบรวมถึงการดูแ่การเกนบรักษาสินค้าแ่ะการควบคุมที่เกี่ยวข้องกับสตนอก (Inventory) จะมอบ ให้เปนนหน้าที่ของผู้ให้บริการ VMI ซึ่งจะเปนนผู้ติดต่อกับ Vender หรออ Supplier ทั้งในประเทศแ่ะ ต่างประเทศแทนผู้ว่าจ้างคออผู้ผ่ิตผู้ให้บริการVMI จึงทาหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความสัมพันธ์ ของสตนอกสินค้า(IMR : Inventory Management Relationship)โดยVMI จะก่อประโยชน์ในการ่ด สตนอกหรออInventory ซึ่งต้นทุนในการเกนบรักษาสินค้าจะเปนนต้นทุน 1ใน3 ของต้นทุน่อจิสติกส์ โดยVMI จะมีส่วนสาคัญที่ทาให้การเค่อ่อนย้ายสินค้าเปนนJust In Timeในห่วงโซ่อุปทานก่อให้เกิด การไห่่อ่นของสินค้าจาก Supplier ไปสู่ผู้ผ่ิตตามจานวนแ่ะเว่าที่ต้องการ แ่ะยังอาจทาหน้าที่ ในการกระจายสินค้าสาเรนจรูปไปสู่ร้านค้าย่อย (Retail Store) โดยVMI จะต้องเปนนการผสมผสาน ของข้อมู่ข่าวสารแ่ะเทคโนโ่ยีสารสนเทศจึงจะทาให้สามารถควบคุมการส่งมอบสินค้าในระดับ ที่ทันเว่า (Real Time Use) โดยจะต้องมีการผสมผสานของการนาระบบEDI มาใช้ร่วมกับ Barcode หรออ RFIDเพอ่อสามารถให้การส่งมอบเปนน“Just in Time at point of Sale” จะเหนนว่าภารกิจของ VMI จะค่้ายกับความหมายของ Logistics ทั้งนี้กระบวนการVMI จะเกิดประสิทธิภาพได้นั้นจะต้องเกิดจากความร่วมมออของทุกกิจกรรมในห่วงโซ่อุปทานทั้งที่เปนน Internal แ่ะ External Supply Chainโดยต้องให้มีกระบวนการส่งมอบข้อมู่ข่าวสารที่ทันสมัยการ พยากรณ์การผ่ิตแ่ะการขายที่แม่นยา โดยกิจกรรมห่ักของVMI นอกเหนออจากเปนนการ่ดสตนอก ทั้งวัตถุดิบแ่ะสินค้าสาเรนจรูปแ่้วยังมีส่วนที่ทาให้การเติมเตนมสินค้าให้กับู่กค้าเปนนไปอย่าง ต่อเนอ่องก่อให้เกิดความพอใจของู่กค้าแ่ะมีการสนองตอบที่ดีจากู่กค้า(ECR: Efficient Customer Response) ดังนั้นกระบวนการจัดการSupply Chain ยุคใหม่จึงให้ความสาคัญแก่ VMI ในฐานะเปนน Supply Chain Best Practiceในการเพิ่มขีดความสามารถในการจัดซอ้อแ่ะเปนนการ่ดค่าใช้จ่ายใน การเกนบรักษาสินค้าได้อย่างแน่นอน 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  19. 19. 25 รูปแบบจา่องการทาVMI สามารถแสดงได้ดังภาพที่ 2.2 ข้าง่่างนี้ ภาพที่ 2.2 แสดงแบบจา่องการทาVMI ที่มา: http://www.thailandindustry.com/guru/view.php?id=11192&section=9&rcount=Y 1. DCส่งข้อมู่การเบิกสินค้าของร้านแ่ะจานวนสินค้าคงเห่ออของDCของวันที่ผ่านมา 2. ผู้ผ่ิตทาใบเสนอให้สั่งสินค้าก่ับมาที่ฝ่ายจัดซอ้อของผู้ค้าป่ีก 3. ฝ่ายจัดซอ้อเหนนชอบแ่ะเป่ี่ยนข้อมู่สินค้าที่ผู้ผ่ิตเสนอเปนนคาสั่งซอ้อก่ับไปที่ผู้ผ่ิต 4. ผู้ผ่ิตจัดส่งสินค้าให้กับDCของผู้ค้าป่ีก ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้VMI สามารถแบ่งแยกได้ดังนี้ ประโยชน์ต่อผู้ค้าป่ีกมีดังต่อไปนี้ 1. ป้ องกันการเกิดสินค้าขาดแ่ะสูญเสียยอดขาย 2. เพิ่มความพึงพอใจให้แกู่่กค้า 3. ่ดปริมาณสินค้าหรออระดับสินค้าคงค่ังค่าใช้จ่ายในการเกนบแ่ะเพิ่มทุนหมุนเวียน 4. ย้ายความรับผิดชอบการสั่งซอ้อไปให้ผู้ผ่ิตทาแทน ประโยชน์ต่อผู้ผ่ิตมีดังต่อไปนี้ 1. ให้บริการกับคู่ค้าให้เกิดความสะดวกแ่ะประหยัดต้นทุนการจัดการแ่ะเว่าแทนที่ จะให้เปนนส่วน่ดราคาของสินค้า 2. ช่วยในการวางแผนการผ่ิตสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  20. 20. 26 จากที่ก่่าวมาข้างต้นเราสามารถสรุปได้ว่าประโยชน์ที่ได้รับจากการนาVMIมาใช้ใน ธุรกิจจะช่วยทาให้่ดต้นทุนในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเกนบรักษาสินค้า่ด Material in Process จานวนแรงงานเปนนห่ัก โกศ่ ดีศี่ธรรม (2547) ก่่าวว่า Vendor Managed Inventory เปนนระบบที่ตอบสนอง การเติมเตนมสินค้า (Order Fulfillment) เพอ่อ่ดความผันผวนทางอุปสงค์หรออความต้องการของู่กค้า แ่ะ่ดปัญหาการขาดสตนอก (Stock-out Reduction) ผู้ส่งมอบจะดาเนินการบริหารระบบสินค้าคงค่ัง ให้กับร้านค้าป่ีก เพอ่อให้มั่นใจว่าระดับสินค้าจะได้รับการเติมเตนมอย่างอัตโนมัติ (Replenishment automatically) ด้วยการใช้ระบบจัดเกนบข้อมู่อย่าง POS (การใช้บาร์โค้ด ณ จุดขาย) เมอ่อู่กค้านา สินค้าในร้านแ่้วมาชาระเงิน ณ จุดขาย ข้อมู่ที่ผ่านเรอ่องอ่านบาร์โค้ดจะถูกนาไปหักจากยอดค่ัง สินค้า ทาให้ผู้ส่งมอบทราบความเป่ี่ยนแป่งระดับสินค้าแบบ Real Time แ่ะเมอ่อระดับสินค้า ่ด่งถึงจุดสั่งซอ้อเพอ่อสั่งซอ้อกนจะมีการดาเนินการออกคาสั่งซอ้อไปยังผู้ส่งมอบโดยอัตโนมัติเพอ่อ ดาเนินการจัดส่งสินค้าให้ทันเว่าทาให้่ดภาระการจัดเกนบสารองสินค้าคงค่ังในสตนอก 2.8 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง วราธร ปัญญางาม อาภาศรี จิรศรีกุณฑ่ กม่อัญญะ มณีตระกู่ แ่ะ ศุภโรจน์ รัตน์ดิ่กพาณิชย์ (2551) ทาการศึกษาเพอ่อปรับปรุงระบบการควบคุมวัตถุดิบคงค่ังในโรงงาน ผู้ผ่ิตชิ้นส่วนยางแ่ะพ่าสติกโดยใช้ระบบการสั่งซอ้อขนาดประหยัด (EOQ) เปนนเครอ่องมออในการ ปรับปรุงระบบการจัดซอ้อของบริษัทตัวอย่างที่ประสบปัญหาสินค้าค่ังที่บางครั้งมีมากเกินความ ต้องการทาให้บริษัทประสบปัญหาพอ้นที่รองรับในการจัดเกนบไม่เพียงพอต้องเสียค่าใช้จ่ายในการหา พอ้นที่จัดเกนบแ่ะดูแ่วัตถุดิบเพิ่มเติม ในขณะที่บางครั้งกนประสบปัญหาวัตถุดิบไม่เพียงพอต่อการ ผ่ิตทาให้บริษัทสูญเสียโอกาสในการผ่ิตแ่ะการขายทีมงานผู้ทาการวิจัยได้ทาการเ่ออกวัตถุดิบเพอ่อ ทาการศึกษาด้วยวิธี ABC Analysis ตามมู่ค่าของวัตถุดิบ ซึ่งกนได้วัตถุดิบกุ่่มยางแ่ะกุ่่มสารเคมี เปนนวัตถุดิบตัวอย่างในการวิเคราะห์หาขนาดสั่งซอ้อที่ประหยัดที่สุด จุดสั่งซอ้อใหม่ ขนาดสต๊อกเพอ่อ ความป่อดภัย แ่ะต้นทุนรวมที่เกิดขึ้นทั้งหมด จากการศึกษาพบว่า การ่ดขนาดของสต๊อกเพอ่อ ความป่อดภัยในบริษัทตัวอย่างสามารถ ช่วยให้บริษัท่ดจานวนสินค้าคงค่ังให้มีปริมาณที่พอดี กับความต้องการแ่ะยังสามารถ่ดต้นทุน่งได้อีก ปริวัฒน์ ่ิ้มศิริ (2548) ทาการศึกษาแนวทางในการประยุกต์เอาระบบการบริหารวัสดุ คงค่ังโดยผู้ส่งมอบ (VMI) มาใช้เพอ่อปรับปรุงระบบการควบคุมสินค้าคงค่ังของบรรจุภัณฑ์ใน บริษัทผู้ผ่ิตผ่ิตภัณฑ์กันรั่วซึมแห่งหนึ่งซึ่งประสบปริมาณวัสดุคงค่ังของบรรจุภัณฑ์ ณ ช่วงสิ้น เดออนมีปริมาณสูง ปัญหาระยะเว่านาของการส่งมอบบรรจุภัณฑ์ไม่มีความแน่นอน ปัญหาบรรจุ 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50
  21. 21. 27 ภัณฑ์ขาดสต๊อก แ่ะปัญหาการส่งมอบบรรจุภัณฑ์ไม่ตรงตามที่สั่งซอ้อ การพัฒนาการจัดการวัสดุคง ค่ังเริ่มด้วยการเตรียมความพร้อม การกาหนดกรอบความร่วมมออระหว่างบริษัทกับผู้ส่งมอบ วัตถุดิบ การพัฒนาตัวแบบระบบการบริหารวัตถุดิบคงค่ัง การเติมเตนมวัตถุดิบคงค่ัง จากการ ศึกษานาระบบการบริหารวัสดุคงค่ังมาใช้ทาให้บริษัทตัวอย่างสามารถปรับปรุงระบบการควบคุม สินค้าคงค่ัง มีผ่ให้ปริมาณสต๊อกคงค่ังของบรรจุภัณฑ์่ด่ง อีกทั้งความถูกต้องแม่นยาแ่ะ ช่วงเว่านาในการส่งมอบกนมีความแน่นอนขึ้นด้วย จุฑามาศ ตรีมงค่ แ่ะวิจิตรสวัสดิ์ สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา (2551) ได้ทาการประยุกต์ แนวความคิดการบริหารสินค้าคงค่ังด้วยระบบ VMI ไปใช้ในการบริหารเวชภัณฑ์ยาของ โรงพยาบา่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเนอ่องจากเวชภัณฑ์แ่ะยาเปนนสินค้าคงค่ังหมุนเวียนที่มี มู่ค่าสูงสุดในโรงพยาบา่แ่ะองค์การเภสัชกรรมได้ริเริ่มนาระบบ VMI มาใช้โดยหวังที่จะให้เพิ่ม ประสิทธิภาพแ่ะความสามารถในการบริหารยาแ่ะเวชภัณฑ์ การศึกษานี้เปนนการประเมินการนา ระบบบริหารค่ังสินค้าด้วยระบบ VMI มาใช้ในโรงพยาบา่บริเวณพอ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพอ่อเสนอการวิเคราะห์แนวทางการประยุกต์ไปใช้ในการบริหารการจัดการค่ังยาแ่ะเวชภัณฑ์เพอ่อ สนองความต้องการที่แปรผันอย่างรวดเรนวของผู้ป่วย รวมทั้งศึกษาปัญหาแ่ะอุปสรรคในการนา ระบบการบริหารสินค้าคงค่ังด้วยระบบ VMI มาใช้ในโรงพยาบา่ตัวอย่าง การศึกษานี้ใช้ดัชนีวัด ประสิทธิภาพ fill rate มาประเมินประสิทธิภาพของการนาระบบ VMI ไปใช้งาน สิริอร เศรษฐมานิต (2551) ทาการศึกษาผ่กระทบของระบบ VMI ที่มีต่อสมาชิกใน โซ่อุปทานโดยใช้แบบจา่องสถานการณ์สองแบบคออแบบโซ่อุปทานดั้งเดิมที่สมาชิกแต่่ะราย พยายามหานโยบายที่เหมาะกับตัวเองโดยไม่ได้คานึงถึงผ่กระทบที่มีต่อสมาชิกออ่นๆ ในระบบโซ่ อุปทานแ่ะยังไม่มีการแ่กเป่ี่ยนข้อมู่ระหว่างสมาชิกในโซ่อุปทานกับแบบจา่องที่สมาชิกใน โซ่อุปทานได้นาเอาระบบ VMI มาใช้ การศึกษาพบว่าแบบจา่องที่มีการนา VMI มาใช้สามารถ ช่วย่ดต้นทุนโดยรวมของโซ่อุปทานได้แต่เมอ่อวิเคราะห์ในราย่ะเอียดพบว่าสัดส่วนต้นทุนที่่ด่ง ของแต่่ะสมาชิกในโซ่อุปทานนั้นที่ปริมาณแตกต่างกันไปดังนั้นการศึกษาจึงช่วยเปนนแนวทาง เสนอแนะว่าในการวางแผนตัดสินใจนาระบบ VMI มาใช้ในโซ่อุปทานใดกนตามจะต้องมีการตก่ง ร่วมกันถึงสัดส่วนในการ่งทุนแ่ะผ่ประโยชน์ที่จะได้รับระหว่างสมาชิกแต่่ะรายในโซ่อุปทาน นั้นๆ ก่อน โดยที่สมาชิกที่มีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์ในการ่ดต้นทุนมากกนควรที่จะมีการ ่งทุนมากกว่าหรออแบ่งผ่ประโยชน์ไปยังสมาชิกที่มีสัดส่วนได้รับผ่ประโยชน์น้อยกว่า เพอ่อ ทุกฝ่ายจะได้รับผ่ประโยชน์เท่าเทียมกัน สุมา่ี สวัสดิพงพันธ์ (2549) ทาการศึกษาการปรับปรุงประสิทธิภาพการเติมเตนมสินค้า ไปยังร้านค้าป่ีกของบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เค่อ่อนที่แห่งหนึ่ง การศึกษานี้เน้นแนวทางในการ 10.14458/DPU.the.2013.31 07/12/2562 13:18:50

×