O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.

Luangpoo luis

109 visualizações

Publicada em

คำสอนของหลวงปู่หลุย จันทสาโร

Publicada em: Espiritual
  • Seja o primeiro a comentar

  • Seja a primeira pessoa a gostar disto

Luangpoo luis

  1. 1. ธรรมชาติเทศนา ทั้งกลางวัน กลางคืน ทั้งภายนอกและภายใน ประกาศอยู่ตลอดเวลา แต่ทาไมจิตจึงไม่เห็น เหตุเพราะอวิชชา นักฟังเทศน์ที่ดี (คือ) มองเห็นความแปรปรวนของสังขาร เพราะจิตเขาไม่มัวเมา มีสติ ไม่ประมาท หลวงปู่หลุย จันทสาโร ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
  2. 2. ศีลมีอยู่แล้วในตน ไม่ต้องไปขอ คนที่ไปขอศีล คือ คนจน เพราะศีลอยู่ที่เจตนางดเว้นจากการทาชั่ว มีศีลตัวเดียว จิตยกเว้นทั้ง ๕-๘-๑๐-๒๒๗ หลวงปู่หลุย จันทสาโร ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน
  3. 3. เพราะความดี คือบุญก็ไม่เที่ยง.. ตัวยินดี “ติดดี” เท่ากับราคะ เป็นกามฉันทะ ฉันทะกับราคะในอวิชชา คือ ยังโง่กว่ากิเลสอยู่นั่นเอง หลวงปู่หลุย จันทสาโร ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
  4. 4. ให้วางสุข วางทุกข์นั้น มีบุญก็ไม่เอา มีบาปก็ไม่เอา เอารู้สุข รู้ทุกข์ รู้บุญ รู้บาป เข้าสายกลางเป็นยอดแห่งความสุขเสมอไป หลวงปู่หลุย จันทสาโร ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
  5. 5. จิตวิบัติก่อน จึงรู้ธรรมเห็นธรรมต่างๆ ได้ เท่ากับต้องพบทุกข์ เห็นทุกข์ด้วยใจตนเองก่อน จึงจะเห็นธรรมได้ ดังนั้นมารหรือกิเลส จึงเหมือนเป็นครูของเรา หากไม่มีกิเลส ก็ไม่มีครูผู้ทดสอบอารมณ์ของเรา เหมือนพระพุทธเจ้า หากไม่มีท่านเทวทัตทดสอบอารมณ์ ก็คงเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ หลวงปู่หลุย จันทสาโร ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน
  6. 6. เชื่อความกล้าเท่าไร ความกลัวมีเท่านั้น เชื่อความรักเท่าไร ความชังมีเท่านั้น เชื่อปัญญาเท่าไร ความเขลามีเท่านั้น เพราะจิตเดินผิด ไม่เดินตามสายกลาง หลวงปู่หลุย จันทสาโร
  7. 7. สุขในโลกกับสุขในธรรม ต่างกันฟ้ากับดิน สุขในโลกจริงๆ ไม่มี เช่น สุขในกาม-กิน-นอน ล้วนไม่ถาวร สุขจากโลกธรรม เป็นมายาหลอกคนโง่ สุขทางโลกจึงมีสภาพ ยิ่งสุขก็ยิ่งทุกข์ ตายแล้วสูญ เอาอะไรไปไม่ได้เลย ส่วนสุขในธรรมนั้นประเสริฐนัก เพราะเป็นของจริง ติดใจเราไปได้ ทั้งขณะยังไม่ตาย และเมื่อตายแล้ว หลวงปู่หลุย จันทสาโร
  8. 8. จิตวิปัสสนาก็เพื่อให้รู้เท่าทันสังขาร ไม่ติด ไม่หลงในสังขาร จนเกิดเบื่อหน่าย ไม่ติดในธาตุ ในขันธ์ทั้งหลาย บริสุทธิ์ด้วยไตรลักษณ์ หลวงปู่หลุย จันทสาโร
  9. 9. การประหารกิเลสที่ดีที่สุด คือ การไม่ยึดถือสิ่งใดเลย หลวงปู่หลุย จันทสาโร
  10. 10. การรู้ธรรม โดยผู้อื่นมาแนะนา ๑๐๐ ครั้ง ๑,๐๐๐ ครั้ง ก็สู้เรารู้เองเพียงครั้งเดียวไม่ได้ หลวงปู่หลุย จันทสาโร
  11. 11. งานของศาสนาดีกว่างานทางโลก งานทางโลก ทาไร่ ทานา หลายร้อยปี ทาแล้ว ก็ตกเป็นของคนอื่นหมด ส่วนงานทางศาสนา เช่น ทาทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เพียงแม้เล็กน้อย ชั่วครู่ยามต่อวัน กลับให้กุศลเป็นผลบุญ อยู่นานตั้งกัปทีเดียว หลวงปู่หลุย จันทสาโร
  12. 12. ผู้เพ่งอยู่กับความแปรปรวนของจิต (ผู้มีสติ เพ่งดูจิตของตนเองอยู่เสมอ) ย่อมรู้ธรรม เห็นธรรม หลวงปู่หลุย จันทสาโร
  13. 13. สุขจากโลกธรรม เป็นมายาหลอกคนโง่ สุขทางโลกจึงมีสภาพ ยิ่งสุขก็ยิ่งทุกข์ ตายแล้วสูญ เอาอะไรไปไม่ได้เลย ส่วนสุขในธรรมนั้นประเสริฐนัก เพราะเป็นของจริง ติดใจเราไปได้ ทั้งขณะยังไม่ตาย และเมื่อตายแล้ว หลวงปู่หลุย จันทสาโร
  14. 14. ฝ่ายโลกถือสุขกายเป็นใหญ่ ฝ่ายธรรมสุขใจเป็นใหญ่ เพราะรู้อริยสัจตามความจริงว่า ร่างกายนี้มันเป็นเพียงแค่ ธาตุ ๔ มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราจริงๆ คือจิต หรือ อทิสมานกาย ที่อาศัยขันธ์ ๕ อยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น ฝ่ายโลกเข้าใจผิดจึงยึดเอาตัวปลอม (เงา) ว่าเป็นตัวจริง บารุงบาเรอมัน แล้วทรมานตัวจริง (จิต) ขาดเมตตาตัวเอง ทาร้ายตนเอง เผาตนเองตลอด พอกายแตกดับไป ตัวจริงต้องไปรับผลกรรมที่ทาไว้ ตัวปลอมไม่ต้องไปรับ คงเป็นแค่ธาตุ ๔ อยู่กับโลกต่อไป หลวงปู่หลุย จันทสาโร
  15. 15. พระองค์สอนไว้ชัดแจ้งว่า ขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ ไม่ใช่เป็นสุข ใครที่รู้จักทุกข์ตามความจริง จะไม่ยอมสร้างทุกข์ให้เกิดขึ้นอีก ไม่ติดทุกข์ ละวางทุกข์ไว้ที่เดิม เพราะรู้ชัดว่าทุกข์ทางกายนั้นเป็นเพียงแค่กาหนดรู้เท่านั้น ละมันไม่ได้ เพราะเป็นทุกข์ตามปกติของกาย ใครมีกายก็มีทุกข์มากเป็นคู่บารมีจนกว่าจะตาย หลวงปู่หลุย จันทสาโร
  16. 16. ผู้ที่ถือราคะ โทสะ โมหะ อยู่เช่นนี้ นับว่ายังวุ่นวายอยู่ในโลก เป็นเรื่องที่ไม่สิ้นสุด ราคะ โทสะ โมหะ เป็นเรื่องของชาติทุกข์ ชราทุกข์ พยาธิทุกข์ มรณทุกข์ ทาให้หมุนเวียนอยู่ในวัฏสงสารไม่มีที่สุด หลวงปู่หลุย จันทสาโร
  17. 17. ทุกคนหนีโลกธรรมไม่พ้น จึงอย่าหนีมัน เพราะมันเป็นของธรรมดา คนส่วนใหญ่คิดว่าตนฉลาด (พระองค์ตรัสว่า เป็นคนโง่ตั้งแต่เริ่มคิด เพราะเป็นอารมณ์หลง) ดังนั้น เมื่อถูกด่า-ว่า-หรือติ หรือนินทา จะมีอารมณ์ไม่พอใจ โกรธ เก็บเอามาคิดปรุงแต่ง เกิดอาฆาต-พยาบาท-จองเวร เพราะอารมณ์โง่ โมหะหรือหลง หรือมิจฉาทิฏฐิ จึงทาร้ายตนเอง เผาตนเอง เบียดเบียนตนเอง ขาดเมตตาต่อตนเอง เหมือนกินยาพิษ เพราะโมหะ (โง่) แต่ใครเชื่อพระองค์ก็เป็นสุข เพราะถือเป็นของธรรมดา ให้ตั้งไว้ในอารมณ์ช่างมัน หรือวางเฉย หรือสักแต่ว่า หรืออุเบกขา จนถึงสังขารุเบกขาญาณในที่สุด หลวงปู่หลุย จันทสาโร
  18. 18. กามทั้งหลายมีทุกข์มาก มีความสุขน้อย ทุกข์จะน้อยกว่ากามไปไม่มี ผู้ใดชอบเสพกาม ผู้นั้นย่อมเข้าถึงนรก หลวงปู่หลุย จันทสาโร
  19. 19. อย่ารู้โลกแล้วหลงธรรม ดุจข้ามแม่น้าด้วยเรือ ถึงฝั่งแล้วปล่อยเรือ ไม่แบกหามเรือไปด้วย อัตตาเหมือนคลื่นหรือสัตว์ร้ายในน้า อนัตตาเหมือนเรือขี่เดินทาง เมื่อถึงฝั่งแล้วปลอดภัย ทิ้งเรือแล้วไปดังนี้ ไม่ควรยึดถือไว้โดยทั้งปวง หลวงปู่หลุย จันทสาโร
  20. 20. เมื่อรู้เท่าแล้ววางเฉย เป็นความสุขอย่างยิ่ง ถ้ามีความรักความชังอยู่นั้น เป็นทุกข์อย่างยิ่ง หลวงปู่หลุย จันทสาโร

×