O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.

ธรรมะจากหลวงพ่อชา 1

ธรรมะ

  • Seja o primeiro a comentar

ธรรมะจากหลวงพ่อชา 1

  1. 1. คนส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาเรื่องการได้ยิน... แต่มักมีปัญหาการฟังให้เข้าใจ คนส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียน.. .แต่มักมีปัญหาเรื่องการรู้ให้จริง คนส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาเรื่องการเปล่งเสียง... แต่มักมีปัญหาเรื่องการพูดให้เข้าหูคน
  2. 2. " การละบาป เป็ นสิ่งสาคัญมากกว่าการ ทาบุญ ถ้าทาบาปแลกบุญจะขาดทุน เรื่อยไป "
  3. 3. น้าไม่ไหล! ขังไว้..ย่อม..เน่า ฉันใด! จิตที่..รู้เรื่องอะไร ? แล้วไม่ยอมปล่อย ย่อม " ทุกข์ " ฉันนั้น. .
  4. 4. ยุ่งยากกับเยือกเย็นในยามที่เราพบกับความยุ่งยาก ต้องพึ่งพาความเยือกเย็น ค่อย ๆ ย้อนลงไปแยกแยะสาเหตุแห่งปัญหา ที่ทาให้เราเร่าร้อน! เราจะเอาชนะความยุ่งยากของชีวิตได้ ด้วยการเอาชนะความวิตกกังวล ที่เกิดขึ้นในใจของเราเสียก่อน
  5. 5. • ๑ ปี เอาเหล็กมาขัดสนิมหนึ่งครั้ง ซ้ายังไม่ขัดถึงที่สุด.. ไม่ทาถึงจุดที่จะไม่เกิดสนิมสืบต่อไป เหล็กจะวาวขึ้นมาได้อย่างไร ?? การขัดเกลาตนของนักปฏิบัติธรรมก็เช่นกัน.. และสนิมเหล็กเกิดจากเนื้อในเหล็ก กัดกร่อนทาลายเหล็ก ฉันใด.. สนิมใจเกิดจากเนื้อในใจ กัดกร่อนทาลายใจ ฉันนั้น..
  6. 6. จงมองดูความวิตกกังวลของตนเอง มองดูว่ามันทาให้เราเอาชนะปัญหาของเรา หรือมัน ทาให้เราหมดพลัง และพ่ายแพ้ ปัญหาต่าง ๆ ของชีวิตผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ความ ทุกข์ยากที่เราคิดว่ามันแสนสาหัส สาหรับเราในวันนี้ ในวันข้างหน้าเราอาจรู้สึกว่ามัน เป็ นเรื่องเล็กน้อย..
  7. 7. น “การฝึกจิตไม่เหมือนฝึกสัตว์ จิตนี่เป็ นการฝึกยากแท้ๆ แต่อย่าไปท้อถอยง่ายๆ ถ้ามันคิดไปทั่วทิศก็กลั้นใจมันไว้ พอใจมันจะขาด มันก็คิดอะไรไม่ออก มันก็วิ่งกลับมาเอง ให้ทาไปเถอะ”
  8. 8. “การปฏิบัติจริงๆต้องปฏิบัติเมื่อประสบอารมณ์ มีสติตามรู้เท่าทัน อารมณ์อยู่ตลอดเวลา ไม่เลือกเวลา สถานที่ หรือโอกาส ทุกอิริยาบถเป็ นการปฏิบัติอยู่ทั้งนั้น”
  9. 9. “จิตเรานี้ เมื่อไม่มีใครตามรักษา มันก็เหมือนคนคนหนึ่งที่ปราศจากพ่อแม่ที่ดูแล เป็ นคนอนาถา คนอนาถานั้นเป็ นคนที่ขาดที่พึ่ง คนที่ขาดที่พึ่งก็เป็ นทุกข์ จิตนี้ก็เหมือนกัน ถ้าขาดการอบรมบ่มนิสัย หรือทาความเห็นให้ถูกต้องแล้ว จิตนี้ก็ลาบากมาก”
  10. 10. การทาความเพียรให้ทาอย่าหยุด อย่าปล่อยไปตามอารมณ์ ให้ฝืนทาไป ถึงจะคร้านก็ให้ทา จะขยันก็ให้ทา จะนั่งก็ทา จะเดินก็ทา เมื่อจะนอนก็ให้กาหนดลมหายใจว่า “ข้าพเจ้าจะไม่เอาความสุขในการนอน” สอนจิตไว้อย่างนี้ พอรู้สึกตัวตื่นก็ให้ลุกขึ้นมาทาความเพียร ต่อไป…… เวลาจะนอนให้นอนตะแคงขวา กาหนดอยู่ที่ลมหายใจ “พุทโธ พุทโธ” จนกว่าจะหลับ ครั้นตื่นก็เหมือนกับมี “พุทโธ”อยู่ ไม่ได้ขาดตอนเลย จึงจะเป็ นความสงบเกิดขึ้นมา มันเป็ นสติอยู่ตลอดเวลา
  11. 11. “ ยึดอารมณ์จะเป็ นทุกข์ เพราะอารมณ์มันไม่เที่ยง”
  12. 12. “จิตนี้ถ้าอารมณ์มาถูก มันก็กวัดแกว่งไปตามอารมณ์ ยิ่งมันไม่รู้เรื่องธรรมะแล้ว ก็ยิ่งปล่อยไปตามอารมณ์ของเจ้าของเรื่อยไป อารมณ์สุขก็ปล่อยตามไป อารมณ์ทุกข์ก็ปล่อยตามไป วุ่นวายไปเรื่อยๆ จนชาวมนุษย์ทั้งหลายเกิดเป็ นโรคประสาท เพราะไม่รู้เรื่อง ปล่อยไปตามอารมณ์ ไม่รู้จักรักษาจิตของเจ้าของ”
  13. 13. “ เวลาในชีวิตของเรามีไม่มาก ให้สอนตัวเอง ไม่ต้องพยายามไปสอนคนอื่น เดินไปเดินมาก็ให้สอนตัวเอง เอาชนะตัวเอง ไม่ต้องเอาชนะคนอื่น จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน จะไป จะมา ทุกอย่างจิตกาหนดอยู่เสมอ ถ้าเราตามดูจิตเรา มันจะเห็นกิเลส มันจะเห็นจิตของเราสม่าเสมอ สติจะติดต่อเป็ นวงกลม ปฏิบัติเช่นนี้เร็ว เร็วมาก ปัญญามันจะเกิดขึ้น มันจะเห็นไปตามสภาวะมันเองทุกๆอย่าง”
  14. 14. “ ใจจะสงบได้ ก็ด้วยความเห็นถูก”
  15. 15. “…แค่จะให้ถึงพระรัตนตรัยคือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็ นที่พึ่งก็ยังไม่ ค่อยจะได้กัน ยังไม่เชื่อท่าน ยังไม่เชื่อ พอ ยังไปดูหมอดู ไปดูฤกษ์ ต้องให้ หมอบอกว่าทาอย่างนั้นๆ สะเดาะเคราะห์ อย่างนั้นๆ เท่านี้ก็เสียแล้ว นี่เรียกว่า ไม่ถึงพระรัตนตรัยแล้ว ฉะนั้นมันถึงยาก ถึงลาบาก ไม่รู้จะเอาอะไรต่อมิอะไร วุ่นวาย ไปหาหมอผีบ้าง หมอเทวดาบ้าง หมอสารพัดอย่าง เพื่อจะมาแก้ไข เมื่อคิด แล้วมันจึงยังห่างไกลมาก แต่ว่าเข้าวัดทุก คน ทาบุญทุกคน แต่ก็เป็ นขโมยเกือบ ทุกคน โกหกเกือบทุกคน อะไรๆก็ทุกคน มันทุก คนไปทุกๆอย่าง”
  16. 16. “ผู้บรรลุธรรมนั้นคล้ายกับว่า เรามองเห็นงูเห่า ที่มันเลื้อยไป เราก็รู้ว่างูนั้นเป็ นอสรพิษ ถ้ามัน กัดใคร มันก็จะถึงตายหรือเจียนตาย อันนี้เรียก ว่าเรารู้ในงูเห่าตามความเป็ นจริง แล้วก็ไม่กล้า ไปจับงูนั้น ใครจะบอกอย่างไรก็ไม่กล้าจับ คือ เราบรรลุถึงพิษของมัน ความชั่วทั้งหลายก็ เหมือนกัน ถ้าเราเห็นโทษของมันก็ไม่อยากทา ขอให้เราปฏิบัติไปพิจารณาไป มันก็จะเลิกจะ ถอนของมันเอง เมื่อมันบรรลุถึงธรรมะเมื่อไร มันก็จะรู้จักธรรมะ เมื่อรู้จักธรรมะ มันก็จะเป็ น ธรรมะขึ้นมา”
  17. 17. นั่งที่ไหนดี “ จะนั่งหัวแถวหรือหางแถวก็ไม่แปลก เหมือนเพชรนิลจินดา จะวางไว้ที่ไหนก็มีราคาเท่าเดิม และจะได้เป็ นการลดทิฐิมานะให้ น้อยลงไปด้วย”
  18. 18. “กินน้อย นอนน้อย พูดน้อย คือนักปฏิบัติ กินมาก นอนมาก พูดมากคือคนโง่”
  19. 19. “มนุษย์เราทั้งหลายไม่ต้องการทุกข์ ต้องการแต่สุข ความจริงสุขนั้นก็คือทุกข์อย่างละเอียด เช่นเดียวกับทุกข์ก็คือทุกข์อย่างหยาบ พูดอย่างง่ายๆ สุขและทุกข์ก็เปรียบเสมือนงูตัวหนึ่ง ทางหัวมันเป็ นทุกข์ ทางหางมันเป็ นสุข เพราะถ้าลูบทางหัวมันมีพิษ มันก็กัดเอา ไปจับหางมันก็เหมือนเป็ นสุข แต่ถ้าจับไม่วาง มันก็หันกลับมากัดได้เหมือนกัน เพราะทั้งหัวงูและหางงู มันก็อยู่ในงูตัวเดียวกัน เช่นเดียวกับสุขและทุกข์ ซึ่งเป็ นสิ่งเดียวกัน”
  20. 20. “สมถกับวิปัสสนามันแยกกันไม่ได้หรอก มันจะแยกกันได้ก็แต่คาพูด เหมือนกับมีดเล่มหนึ่งนะ คมมันก็อยู่ข้างหนึ่ง สันมันก็อยู่ข้างหนึ่งนั่นแหละ มันแยกกันไม่ได้หรอก ถ้าเราจับด้ามมันขึ้นมาอันเดียวเท่านั้น มันก็ติดมาทั้งคมทั้งสันนั่นแหละ”
  21. 21. “ใจของเราขณะที่เป็ นปกติอยู่ เปรียบเหมือนน้าฝน เป็ นน้าที่สะอาด มีความใสสะอาดบริสุทธิ์เป็ นปกติ ถ้าเราเอาสีเขียวใส่ลงไป เอาสีเหลืองใส่เข้าไป น้าก็จะกลายเป็ นสีเขียว สีเหลืองไป จิตของเรานี้ก็เหมือนกันเมื่อไปถูกอารมณ์ที่ชอบ ใจ ใจก็ดี ใจก็สบาย เมื่อถูกอารมณ์ที่ไม่ชอบ ใจแล้ว ใจนั้นก็ขุ่นมัว ไม่สบาย เหมือนกันกับน้า ที่ถูกสีเขียวก็เขียวไป ถูกสีเหลืองก็เหลืองไป เปลี่ยนสีไปเรื่อย”
  22. 22. “ขอให้โยมจาไว้ในใจ อารมณ์ทั้งหลายนั้น ไม่ว่าจะเป็ นอารมณ์ที่พอใจก็ตาม หรืออารมณ์ที่ไม่พอใจก็ตาม อารมณ์ทั้งสองอย่างนี้ มันเหมือนงูเห่าซึ่งมีพิษมาก ถ้ามันฉกคนแล้วก็ทาให้ถึงแก่ความตายได้ อารมณ์นี้ก็เหมือนงูเห่าที่มีพิษร้านนั้น อารมณ์ที่พอใจก็มีพิษมาก อารมณ์ที่ไม่พอใจก็มีพิษมาก มันทาให้จิตใจของเราไม่เสรี ทาให้จิตใจไขว้เขวจากหลักธรรมของพระพุทธเจ้า”
  23. 23. “เมื่อเห็นโทษของความอยากแล ้ว เราจะไม่ทาตามมันทั้งหมด และต่อไปก็ไม่ ทาตามมันเลย ต ้องเห็นโทษก่อน จึงจะละความอยากได ้ ถ ้าไม่เห็นโทษก็ละไม่ได ้”
  24. 24. “ถ ้าคุณเห็นอนัตตาแล ้วคุณจะไม่ทุกข์ จะมีความสุขก็ไม่หลง จะมีความทุกข์ก็ไม่หลง จะได ้ของมาก็ไม่ดีใจ ของมันจะหายไปก็ไม่ทุกข์ไม่เสียใจ”
  25. 25. ทาความดีอยู่คนเดียวไม่มีใครเห็น มันก็ยังดีอยู่นั่นเอง
  26. 26. “ฟังธรรมแล ้วไม่นามาปฏิบัติ ก็เหมือนกับถือผลไม ้ไว ้เท่านั้น ยังไม่ได ้กิน ยังไม่ได ้ลิ้มรส ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร”
  27. 27. “การปล่อยใจไปตามอารมณ์ของตนเองนั้น จะไม่มีวันเข ้าถึงธรรมะ” โชคดีอย่างใหญ่หลวงคือ โชครู้จัก “ธรรม” นั่นแหละเป็นโชคดีที่สุดแล ้ว
  28. 28. “มีสติคุ้มครองอยู่เสมอนี่แหละคือ สมาธิ” “อันใดมันผิด เราก็หยุดเสีย ความผิดมันก็ไม่เกิดกับเรา อันใดมันถูก เราก็รักษาเข ้าไว ้ ให ้มันเป็นมงคลอยู่กับใจของเรา”
  29. 29. อย “ความไม่มีภรรยาเป็นลาภอันประเสริฐ ความมีภรรยาเป็นทุกข์อย่างยิ่ง”
  30. 30. “เราสร ้างความดีเรื่อยๆ ความชั่วก็เกิดไม่ได ้” “เมื่อรู้จักผิดรู้จักถูกแล ้ว ก็พยายามละมัน”

    Seja o primeiro a comentar

    Entre para ver os comentários

  • wasin8124

    Apr. 18, 2019
  • MonDanai1

    Feb. 6, 2021

ธรรมะ

Vistos

Vistos totais

2.164

No Slideshare

0

De incorporações

0

Número de incorporações

5

Ações

Baixados

20

Compartilhados

0

Comentários

0

Curtir

2

×