O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.
ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันศาสนา ให้เป็นสถาบันหลักของสังคม
ยกร่างรัฐธรรมนูญมาตรา
• ศาสนาเป็ นสถาบันที่สาคัญหนึ่งในสามขององค์ประกอบ “ชาติ ศาสนา
และพระมหากษัตริย์”
• มีศาสนาพุทธเป็ นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่...
• มีการพัฒนาด้านวัตถุอย่างมาก ก่อให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อ
การเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และการนาหลัก
ศาสน...
• กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัตน์
ส่งผลกระทบต่อสังคมไทยในภาพรวมอย่างมาก
• สังคมโลกปัจจุบันก่...
ปัญหาเรื่องความเข้มแข็งขององค์กรศาสนา
• สังคมเปรียบเสมือนกงล้อที่มีสถาบันทางสังคมต่างๆ ร่วมกันขับเคลื่อน “สถาบัน
ศาสนา” ก็...
• โลกในยุคที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ
สารสนเทศในปัจจุบัน มีผลทาให้เกิดการพัฒนาทางวัตถุมากขึ้น...
• จากการสารวจ พบว่ามีคนไทยที่ระบุศาสนาของตนเองเป็ นจานวนมาก
เมื่อสอบถามกลับไปพบว่าคนเหล่านี้ประพฤติปฏิบัติตามหลักคาสอน
และ...
• ผลที่ตามมาจากข่าวสารผ่านสื่อมวลชนในปัจจุบัน สะท้อนถึงภาพผู้คนที่ขาด
ศีลธรรม มีความงมงาย หลงใหลอยู่ในวัตถุนิยม ความฟุ่มเฟ...
• ในหมู่ประชาชนที่ปฏิบัติธรรมตามหลักศาสนา ก็ยังมิได้มีการศึกษาหลักธรรมกัน
อย่างเป็ นระบบ ทาให้การจะนาหลักศาสนธรรมมาปฏิบัติ...
• การดาเนินงานของแต่ละศาสนามีแนวโน้มที่จะนาไปสู่วิกฤติศรัทธาของประชาชน
ความร่วมมือระหว่างศาสนายังไม่เกิดขึ้นเท่าที่ควร อาจ...
• ความแตกต่างระหว่างศาสนา ทาให้โอกาสที่แต่ละศาสนาจะได้เกิด
การเรียนรู้ระหว่างกัน ตลอดจนการมีกิจกรรมที่เชื่อมประสานกันจึงยั...
• การเผยแผ่คาสอนตามหลักศาสนา จาเป็ นต้องอาศัยการสื่อสารเป็ น
หลัก นอกจากสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทหนังสือ จุลสาร เทป วีดิทัศน์แล้...
• เมื่อศาสนิกชนส่วนใหญ่ขาดการยึดหลักศาสนธรรมมาเป็นแนวทางในการดาเนิน
ชีวิตอย่างจริงจัง สถาบันศาสนาจึงถูกลดบทบาทจากการเป็นศู...
• เพื่อพัฒนาศักยภาพขององค์กรและบุคลากรทางศาสนาทุกศาสนา
• เพื่อส่งเสริมการนาหลักศาสนธรรมมาเป็นหลักปฏิบัติในการดาเนินชีวิตปร...
กรอบความคิดรวบยอด
(Conceptual Design)
Thank you
www.facebook.com/ekkachai.srivilas
www.elifesara.com
ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันศาสนา เพื่อให้เป็นสถาบันหลักของสังคม
ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันศาสนา เพื่อให้เป็นสถาบันหลักของสังคม
ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันศาสนา เพื่อให้เป็นสถาบันหลักของสังคม
ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันศาสนา เพื่อให้เป็นสถาบันหลักของสังคม
Próximos SlideShares
Carregando em…5
×

ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันศาสนา เพื่อให้เป็นสถาบันหลักของสังคม

602 visualizações

Publicada em

ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันศาสนา เพื่อให้เป็นสถาบันหลักของสังคม

Publicada em: Governo e ONGs
  • Seja o primeiro a comentar

ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันศาสนา เพื่อให้เป็นสถาบันหลักของสังคม

  1. 1. ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันศาสนา ให้เป็นสถาบันหลักของสังคม
  2. 2. ยกร่างรัฐธรรมนูญมาตรา
  3. 3. • ศาสนาเป็ นสถาบันที่สาคัญหนึ่งในสามขององค์ประกอบ “ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์” • มีศาสนาพุทธเป็ นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมากที่สุด มาเป็ นเวลาช้านาน • ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ สานักงานสถิติแห่งชาติ ได้ทาการสารวจประชากร อายุ ๑๓ ปี ขึ้นไป พบว่า คนไทยนับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ ๙๔.๖ ศาสนาอิสลามร้อยละ ๔.๖ ศาสนาคริสต์ร้อยละ ๐.๗ ที่ เหลือคือนับถือศาสนาอื่นๆ และไม่มีศาสนา • พุทธศาสนาได้ผสมกลมกลืนอยู่ในศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คน หล่อหลอมอัตลักษณ์แห่งความเป็ นพลเมืองผู้มีน้าใจอันดีงามและรักสันติ มาอย่างยาวนาน ศาสนาเป็นสถาบันหลักของชาติ ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านาน
  4. 4. • มีการพัฒนาด้านวัตถุอย่างมาก ก่อให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อ การเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และการนาหลัก ศาสนธรรมไปปฏิบัติในหมู่ชนส่วนใหญ่ • ปัจจุบันข่าวสารจากสื่อสารมวลชน สะท้อนภาพผู้คนที่ขาดศีลธรรม หลงใหลอยู่ในวัตถุนิยม ความฟุ่ มเฟื อย เกิดแหล่งอบายมุขหลาย ประเภท คนขาดจิตสานึกในคุณธรรมตามหลักศาสนา • มีพฤติกรรมที่ส่ อไปในทางทุจริตประพฤติมิชอบอย่างแพร่หลาย ขาดความละอายต่อบาป เกิดขึ้นในทุกมิติของสังคม ภาคประชาสังคม ประสบความล้มเหลวในการสร้างคนให้เป็ นคนดีทั้งในระดับครอบครัว และชุมชน สภาพสังคมไทยในปัจจุบัน การสํารวจสภาวะทางสังคม วัฒนธรรมและสุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๕๔ สํานักงานสถิติแห่งชาติ สืบค้นจากhttp://service.nso.go.th/nso/nsopublish/themes/files/soc-culRep54.pdf
  5. 5. • กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัตน์ ส่งผลกระทบต่อสังคมไทยในภาพรวมอย่างมาก • สังคมโลกปัจจุบันก่อให้เกิดการเสื่ อมถอยและวิกฤติศรัทธาในหมู่ ประชาชนเพิ่มขึ้น ศาสนิกชนในแต่ละศาสนาขาดความรู้ความเข้าใจ ในหลักศาสนาของตนอย่างแท้จริง รวมทั้งขาดความเข้าใจในศาสนาอื่น • สื่อมวลชนยังมีบทบาทน้อยและขาดความรู้ความเข้าในการให้ข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับศาสนาที่ถูกต้องครบถ้วน มีผลทาให้สังคมเกิดปัญหา อย่างมากในด้านศีลธรรมและคุณธรรม • บุคคลทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ขาดการนาหลักศาสนธรรมไปปฏิบัติใน การดาเนินชีวิตประจาวัน อย่างเพียงพอ สภาพสังคมไทยในปัจจุบัน
  6. 6. ปัญหาเรื่องความเข้มแข็งขององค์กรศาสนา • สังคมเปรียบเสมือนกงล้อที่มีสถาบันทางสังคมต่างๆ ร่วมกันขับเคลื่อน “สถาบัน ศาสนา” ก็คือแกนหลักที่เชื่อมโยงยึดเหนี่ยวสถาบันอื่นๆเข้าด้วยกันมาแต่โบราณกาล • สังคมไทยมี “วัด” เป็ นศูนย์กลางในการดาเนินชีวิตของผู้คนในแต่ละชุมชนอย่าง แน่นแฟ้ น แต่ในปัจจุบันพบว่าสถาบันศาสนากลับค่อยๆ ลดบทบาทลงอย่างมาก • ทุกศาสนาประสบกับปัญหาการดาเนินการภายในองค์กรศาสนาเอง เนื่องมาจาก กฎระเบียบที่ไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้สอดรับกับสภาพการณ์ของสังคมที่ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน • ปัญหาอุปสรรคในด้านการบังคับใช้กฎหมายและการบริหารจัดการภายในองค์กร ทางศาสนา ที่มีปัญหาสะสมเป็ นเวลานาน มีผลทาให้สูญเสียภาพลักษณ์ของ องค์กรที่ผู้คนนับถืออย่างสูงส่งในอดีต รวมทั้งสูญเสียบทบาทในการเป็ นที่พึ่งพา และเป็ นหลักยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจของมหาชน
  7. 7. • โลกในยุคที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ สารสนเทศในปัจจุบัน มีผลทาให้เกิดการพัฒนาทางวัตถุมากขึ้นเพียงใด • ประชาชนก็ดูเหมือนจะถอยห่างจากศาสนามากขึ้นไปด้วย ในศาสนาพุทธเองจะ พบว่าจานวนพระภิกษุสามเณรลดน้อยลงเรื่อยๆ และมีแนวโน้มจะลดลงไปอีกใน อนาคต • วัดจานวนมากกลายเป็ นวัดร้างเนื่องจากไม่มีพระไปจาพรรษาอยู่ นอกจากนี้ทุก ศาสนายังมีปัญหาในเรื่องคุณภาพของบุคลากรทางศาสนา พบว่าส่วนใหญ่ยังขาด ความรู้ และทักษะในการสื่อสารหรือถ่ายทอดหลักคาสอนที่ถูกต้อง เพื่อสั่งสอน ศาสนิกชนอย่างเหมาะสม • บ่อยครั้งพบว่าจะมุ่งเน้นไปทางทาพิธีกรรมต่างๆหรือมีพฤติกรรมที่ไม่น่าเลื่อมใส ศรัทธา จึงเป็ นการยากที่จะจูงใจผู้คนให้ตั้งมั่นอยู่ในหลักคาสอนและหลักปฏิบัติ ของแต่ละศาสนาอย่างแท้จริงได้ ปัญหาเรื่องบุคลากรทางศาสนา
  8. 8. • จากการสารวจ พบว่ามีคนไทยที่ระบุศาสนาของตนเองเป็ นจานวนมาก เมื่อสอบถามกลับไปพบว่าคนเหล่านี้ประพฤติปฏิบัติตามหลักคาสอน และข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาของตนเพียงเล็กน้อย • ศาสนิกชนมีแนวโน้มที่จะนาคาสอนในหลักศาสนาของตนมาใช้เป็ น แนวทางในการดาเนินชีวิตน้อยลงเรื่อยๆ • จากการสารวจของสานักงานสถิติแห่งชาติ มุสลิมจะใช้หลักคาสอน ทางศาสนาแก้ปัญหาชีวิตและการทางานทุกครั้งสูงที่สุด คือร้อยละ ๓๓.๙ รองลงมาคริสต์ศาสนิกชนร้อยละ ๒๒.๙ และ พุทธศาสนิกชนร้อยละ ๑๓.๖ การขาดการนาหลักศาสนามาใช้ปฏิบัติใน ชีวิตประจาวัน ทั้งระดับบุคคลและองค์กร
  9. 9. • ผลที่ตามมาจากข่าวสารผ่านสื่อมวลชนในปัจจุบัน สะท้อนถึงภาพผู้คนที่ขาด ศีลธรรม มีความงมงาย หลงใหลอยู่ในวัตถุนิยม ความฟุ่มเฟือย มั่วสุมใน แหล่งอบายมุข การพนัน การเสพยาเสพติด ฉาวโฉ่ทางกามโลกีย์ อาชญากรรมเพิ่มขึ้น และนิยมการใช้ความรุนแรง • มีการทุจริตประพฤติมิชอบอย่างแพร่หลายในทุกมิติของสังคม ภาคประชาสังคม ประสบความล้มเหลวในการสร้างคนให้เป็นคนดีทั้งในระดับครอบครัวและชุมชน • ครูและผู้ปกครองไม่สามารถใช้ชีวิตที่เป็ นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน บุตรหลานและ คนในครอบครัวของตนเองได้ • ชุมชน องค์กร สถานที่ทางาน อาคารห้างร้านต่างๆไม่มีพื้นปฏิบัติกิจกรรมทาง ศาสนาที่จะนาหลักคาสอนทางศาสนธรรมมาปฏิบัติในชีวิตประจาวันอย่างเหมาะสม ส่วนใหญ่จะเน้นพิธีกรรมตามความเชื่อเท่านั้น การขาดการนาหลักศาสนามาใช้ปฏิบัติใน ชีวิตประจาวัน ทั้งระดับบุคคลและองค์กร
  10. 10. • ในหมู่ประชาชนที่ปฏิบัติธรรมตามหลักศาสนา ก็ยังมิได้มีการศึกษาหลักธรรมกัน อย่างเป็ นระบบ ทาให้การจะนาหลักศาสนธรรมมาปฏิบัติในชีวิตประจาวันของ ทุกกลุ่มบุคคลยังเกิดขึ้นได้ยาก • ในสถาบันการศึกษายังแยกบทบาทขององค์กรศาสนาออกจากการจัดการศึกษา อย่างชัดเจน • ตัวอย่างเช่น พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช ๒๕๔๒ และ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่๒) พุทธศักราช ๒๕๔๕ในหมวด ๑ มาตรา ๖ แม้ พระราชบัญญัติดังกล่าวจะให้ความสาคัญกับคุณธรรมจริยธรรม แต่ก็แยกออก จากหลักศาสนา อีกทั้งการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานยังขาดการกาหนดแนวทางการ สอนหลักศาสนาที่ชัดเจนในทุกระดับชั้นขาดแคลนครูต้นแบบที่ดี และขาดการ ประเมินผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนอีกด้วย (ราชกิจจานุเบกษา,หมวดที่๑บททั่วไปความหมายและหลักการ,(เล่มที่๑๑๖ตอนที่๗๔ก, ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๒),หน้า๓.) การขาดการนาหลักศาสนามาใช้ปฏิบัติในชีวิตประจาวัน ทั้งระดับบุคคลและองค์กร
  11. 11. • การดาเนินงานของแต่ละศาสนามีแนวโน้มที่จะนาไปสู่วิกฤติศรัทธาของประชาชน ความร่วมมือระหว่างศาสนายังไม่เกิดขึ้นเท่าที่ควร อาจเป็ นเพราะขาดองค์กรกลาง ในการประสานงานและสร้างความรู้ความเข้าใจระหว่างกัน • การดาเนินกิจกรรมระหว่างศาสนา ขาดงบประมาณสนับสนุนที่เพียงพอ ศาสนิก ชนในแต่ละศาสนายังขาดความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติตนตามหลักธรรมคาสอน ทั้งของศาสนาตนเองและศาสนาอื่น • มีทัศนคติทางลบต่อกันระหว่างศาสนาหรือในศาสนาเดียวกัน เกิดจาก ๑) ความ แตกต่างทางพิธีกรรม ๒) ความแตกต่างทางความเชื่อ ๓) ความแตกต่างทางเชื้อ ชาติและเผ่าพันธ์ ๔) ความแตกต่างทางด้านคาสอน ๕) การนาศาสนาเข้าไป เกี่ยวข้องกับทางการเมือง ๖) การตีความหมายของคาสอนผิดเพี้ยนไปจากเดิม ๗) ผลประโยชน์มหาศาลที่มาพร้อมกับความเลื่อมใสทางศาสนา ๘) การไม่ยอมรับ ฟังความคิดเห็นของศาสนาอื่นที่อยู่ในชุมชนเดียวกัน ๙) พวกที่คลั่งศาสนาแต่ไม่ เคร่งศาสนา ปัญหาเรื่องการขาดการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างศาสนิกชน ของทุกศาสนา
  12. 12. • ความแตกต่างระหว่างศาสนา ทาให้โอกาสที่แต่ละศาสนาจะได้เกิด การเรียนรู้ระหว่างกัน ตลอดจนการมีกิจกรรมที่เชื่อมประสานกันจึงยังมี น้อย • ผลจากความไม่เข้าใจกันมากขึ้น และอาจนาไปสู่ความแตกแยกทาง ความคิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนถึงขั้นก่อให้เกิดความรุนแรงทางพฤติกรรมได้ • ประเด็นเรื่องการขาดการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างศาสนิกชน ของทุกศาสนา จึงเป็ นอีกประเด็นปัญหาหนึ่งที่สมควรได้รับการฟื้นฟู ปัญหาเรื่องการขาดการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา
  13. 13. • การเผยแผ่คาสอนตามหลักศาสนา จาเป็ นต้องอาศัยการสื่อสารเป็ น หลัก นอกจากสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทหนังสือ จุลสาร เทป วีดิทัศน์แล้ว ยังต้องใช้ การสื่ อสารที่เป็ นกระแสหลักได้แก่ หนังสื อพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และสื่อทางเลือกประเภทสื่อออนไลน์ เคเบิลทีวี โทรทัศน์ดาวเทียม • ปัจจุบันวัดต่างๆ เผยแผ่ศาสนาทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น สาหรับพุทธ ศาสนาจานวนเว็บไซต์ของวัดเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ มี จานวน ๗๐๙ เว็บไซต์ แต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ พบว่ามีถึง ๑,๐๒๖ เว็บไซต์ • พบว่าเนื้อหาที่นาเสนอยังขาดรูปแบบและการดึงดูดความสนใจ ความ ใส่ใจในข้อปฏิบัติตามหลักศาสนธรรมยังมีน้อยและไม่ชัดเจน ปัญหาการขาดสื่อประเภทต่างๆ และสื่อมวลชน
  14. 14. • เมื่อศาสนิกชนส่วนใหญ่ขาดการยึดหลักศาสนธรรมมาเป็นแนวทางในการดาเนิน ชีวิตอย่างจริงจัง สถาบันศาสนาจึงถูกลดบทบาทจากการเป็นศูนย์กลางที่เป็นที่ พึ่งพาทางด้านจิตใจของคนในสังคม • องค์กรศาสนาอ่อนแอด้วยเหตุปัจจัยทั้งด้านการบริหารจัดการองค์กรที่โปร่งใส การ เผยแผ่หลักธรรมคาสอน บุคลากรในสถาบันศาสนาไม่ได้ทาหน้าที่ในการปลูกฝัง ถ่ายทอด อบรมคุณธรรม จริยธรรมแก่ประชาชนอย่างจริงจัง • ทาให้ขาดแบบอย่างที่ดีงามจากองค์กรศาสนา และศาสนาไม่สามารถยึดเหนี่ยว จิตใจคนให้ทาความดีได้ • สื่อมวลชนไม่ได้ทาหน้าที่ด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในศาสนา • ผลสุดท้ายอาจทาให้ประชาชนส่วนใหญ่เกิดการมองศาสนาแต่ในแง่ลบ และไม่ สามารถดึงศักยภาพของพลังเชิงบวกมาแก้ปัญหาในชีวิตประจาวันได้ จึงมีความ จาเป็นต้องปฏิรูปด้านศาสนา เพื่อ “ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันศาสนา ให้เป็นสถาบันหลักของสังคม” (การเผยแผ่พระพุทธศาสนากับเทคโนโลยีสารสนเทศ สืบค้นจากhttp://www.phd.mbu.ac.th/index.php/2๐14-๐8-28-๐8-57-4/1๐6-2๐14-๐9-2๐-๐8-27-56 และรอง ศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญแข ประจนปัจจนึก (๒๕๕๑) การวิจัยเรื่อง การยกระดับคุณธรรม จริยธรรมของสังคมไทยเพื่อการปฏิรูปสังคม : แนวทางและการปฏิบัติสํานักงานสภา ที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)
  15. 15. • เพื่อพัฒนาศักยภาพขององค์กรและบุคลากรทางศาสนาทุกศาสนา • เพื่อส่งเสริมการนาหลักศาสนธรรมมาเป็นหลักปฏิบัติในการดาเนินชีวิตประจาวันทั้ง ในระดับบุคคล ครอบครัว สังคม ชุมชน และองค์กรทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน • เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างศาสนิกชนในทุกศาสนา • เพื่อพัฒนาศักยภาพของสถานศึกษาในการบูรณาการหลักศาสนธรรมในการจัด การศึกษาทุกระดับอย่างชัดเจนรวมทั้งให้กระทรวงศึกษาธิการกาหนดสาระการเรียน การสอนเรื่องศาสนาในหลักสูตรและการพัฒนาบุคลากรครู • เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศในการนา หลักศาสนาที่ถูกต้องไปเผยแผ่สู่ประชาชน โดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม และ ศีลธรรมในการนาเสนอทุกรูปแบบ ข้อเสนอยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟูกิจการศาสนา
  16. 16. กรอบความคิดรวบยอด (Conceptual Design)
  17. 17. Thank you www.facebook.com/ekkachai.srivilas www.elifesara.com

×