O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.
รังสิมา ภูมิสวัสดิ์
18-Jan-17 1
E mail: rangsima.p@cmu.ac.th
Facebook: Nursing Room By Rangsima
Slideshare: Nursing Room B...
• อธิบายวิธีการซักประวัติสุขภาพในระบบ
ทางเดินหายใจได้
• บอกหลักการสาคัญในการตรวจร่างกาย
ระบบทางเดินหายใจได้
• อธิบายขั้นตอ...
• แลกเปลี่ยนออกซิเจนจากอากาศที่หายใจเข้ากับ
คาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นของเสียจากกระบวนการเมตาบอลิซึม
ของเซล (perfusion)
• กระ...
18-Jan-17 4
• อาการสาคัญ = อาการนามา ร.พ. + ระยะเวลา
• อาการเจ็บอก (ควรถามเวลาที่เกิด ตาแหน่งที่เจ็บและเจ็บร้าว ทา
อย่างไรอาการเจ็บอกจ...
• อาการหายใจลาบาก -มีอาการหายใจหอบ (dyspnea) หายใจหอบนอน
ราบไม่ได้ (orthopnea) มีอาการหายใจลาบากหลังจากนอนไปแล้ว 1-2
ชั่วโ...
• ประวัติการเจ็บป่วยอื่นๆ เช่น asthma, pneumonia, bronchitis,
emphysema, tuberculosis การรักษา ประวัติการสัมผัสผู้ป่วยวัณโ...
C.C. (chief complaint): ไอและเจ็บอกก่อนมาโรงพยาบาล 1 วัน
P.I. (Present illness): 4 วันก่อนมาโรงพยาบาลหลังจากกลับจากโรงเรีย...
18-Jan-17 9
18-Jan-17 10
18-Jan-17 11
18-Jan-17 12
18-Jan-17 13
18-Jan-17 14
18-Jan-17 15
• ห้องตรวจควรมีแสงสว่างที่เพียงพอและควรเงียบ
• ผู้ถูกตรวจ (หรือผู้ใช้บริการ) ไม่ควรสวมเสื้อ
• ใช้เทคนิค ดู คลา เคาะ ฟัง เป...
• รูปร่างลักษณะทรวงอก
• การดูรูปร่างลักษณะทรวงอกจะต้องดูจาก
ด้านหน้าไปด้านหลังและด้านข้างทั้งสองข้าง
ปกติทรวงอกจะมีรูปร่าง...
18-Jan-17 18
Barrel Chest
Lordosis
Scoliosis
Kyphosis
Pigeon Chest
-Pectus Carinatum Funnel Chest
-Pectus Excavatum
18-Jan-17 19
• ความลาดเอียงของกระดูกซี่โครง ปกติกระดูกซี่โครงทามุมกับกระดูก
สันหลังประมาณ 45 องศา ในแนวขวาง แต่ในผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง...
• จังหวะ อัตราและความลึกของการหายใจ
– อัตราการหายใจในผู้ใหญ่ปกติประมาณ 14 – 18 ครั้งต่อนาที (บาง
ตารา 16 – 20 ครั้งต่อนาที...
• อัตราการหายใจ : นับการหายใจเข้า
และออกนับเป็น 1 ครั้ง สังเกตใน 1
นาที หน่วยวัดการหายใจ เป็นครั้งต่อ
นาที (bpm)
• วัดการห...
• tachypnea อัตราการหายใจในผู้ใหญ่ มากกว่า 24 ครั้ง/นาที
• bradypnea อัตราการหายใจในผู้ใหญ่ น้อยกว่า 10 ครั้ง/นาที
• apnea...
• orthopnea เป็นอาการหายใจลาบากในท่านอนราบจะหายใจได้ต้องลุกขึ้น
นั่งหรือยืนเท่านั้น
• Paroxysmal nocturnal dyspnea เป็นอาก...
• 1. เพื่อตรวจหาตาแหน่งที่กดเจ็บ บริเวณที่ผู้ถูก
ตรวจบอกว่าเจ็บหรือบริเวณที่มีความผิดปกติ
ชัดเจนควรคลาด้วยความระมัดระวัง
•...
• เพื่อประเมินการเคลื่อนไหวของทรวงอกขณะหายใจเข้าว่ามีการขยายเท่ากันหรือไม่
Lung expansion
18-Jan-17 26
• เพื่อตรวจ vocal fremitus หรือ tactile fremitus
18-Jan-17 27
• เคาะตรงบริเวณผนังทรวงอก ตามแนวบริเวณเนื้อเยื่อที่เกี่ยวกับการ
เคลื่อนไหวและสามารถได้ยินเสียง
• ช่วยให้ทราบว่าเนื้อเยื่อข...
• เคาะแต่ละตาแหน่ง ควรเคาะ 1 – 2 ครั้ง แล้วจึงเคาะบริเวณถัดไป
• ควรใช้เทคนิคการเคาะที่แรงเท่าๆ กัน
• เคาะผนังทรวงอกทั้งสอง...
• dullness เทียบได้กับเสียงที่เกิดจากการเคาะบริเวณตับ (ประมาณ
ช่องซี่โครงช่องที่ 5 จะเป็นขอบบนของตับตรงกับเส้นกึ่งกลางไหปล...
• resonance เป็นเสียงที่เกิดจากการเคาะปอดปกติ มีลักษณะ
เสียงต่าปานกลาง
• hyperresonance เทียบได้กับเสียงที่เกิดจากการเคาะบ...
18-Jan-17 32
Posterior Anterior
18-Jan-17 33
• ประเมินลมที่ผ่านหลอดลมและส่วนต่างๆ ของทางเดินหายใจ, น้าหรือ เสมหะ
หรือสิ่งอื่นที่อุดตันทางเดินหายใจ, สภาพของเนื้อปอดทั่ว...
• เสียงหายใจที่ปกติ Breath sounds
• เสียงหายใจที่ปกติมี 3 ชนิด จะได้ยินในตาแหน่งที่ต่างกันและมีคุณลักษณะต่างกันดัง
18-Jan-...
• เสียงหายใจที่ผิดปกติ (adventitious breath sounds)
• rales or crepitation เป็นเสียงที่เกิดจากมีความชื้นหรือน้าอยู่ในทางเด...
• Rhonchi เป็น continuous sounds เกิดจากทางเดินหายใจแคบลง
เนื่องจากมีเยื่อเมือก (mucous) การหดตัว การบวมของเยื่อบุทางเดิน
...
• Pleural friction rub พบในรายที่มีการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด
• โดยทั่วไปจะได้ยินทั้งช่วงหายใจเข้าและหายใจออก แต่จะได้ยินชัด...
• Voice sounds เกิดจากการฟังเสียงพูดผ่านทางผนังทรวงอกโดยใช้
stetoscope ปกติฟังได้ไม่ชัด ยกเว้นบริเวณเหนือหลอดลมใหญ่ และเมื...
• ทรวงอกและปอด: ทรวงอกสมมาตรกันดี ไม่มีลักษณะการหายใจที่ลาบาก ไม่มีการหดรั้งหรือโป่งของ
ช่องซี่โครงขณะหายใจเข้าและออก AP: ...
• การตรวจนับจานวนเม็ดเลือด (complete blood count:
CBC) ในกรณีของผู้ที่มีจานวนเม็ดเลือดแดง และระดับ
ฮีโมโกลบิน (hemoglobin)...
• การวิเคราะห์ก๊าซในเลือดแดง (arterial blood gas) เพื่อตรวจดูระดับ
ความเป็นกรด-ด่าง(pH) ระดับความดันของก๊าซออกซิเจน(PaO2) ...
QUESTIONS
4318/01/60
Próximos SlideShares
Carregando em…5
×

2016 Respiratory Assessment

Respiratory Assessment for Student Nurse

  • Seja o primeiro a comentar

2016 Respiratory Assessment

  1. 1. รังสิมา ภูมิสวัสดิ์ 18-Jan-17 1 E mail: rangsima.p@cmu.ac.th Facebook: Nursing Room By Rangsima Slideshare: Nursing Room By Rangsima
  2. 2. • อธิบายวิธีการซักประวัติสุขภาพในระบบ ทางเดินหายใจได้ • บอกหลักการสาคัญในการตรวจร่างกาย ระบบทางเดินหายใจได้ • อธิบายขั้นตอนและวิธีการตรวจร่างกาย ระบบทางเดินหายใจได้ • บอกวิธีการตรวจทางห้องปฏิบัติการและ การตรวจพิเศษระบบทางเดินหายใจได้ 18-Jan-17 2
  3. 3. • แลกเปลี่ยนออกซิเจนจากอากาศที่หายใจเข้ากับ คาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นของเสียจากกระบวนการเมตาบอลิซึม ของเซล (perfusion) • กระบวนการนาออกซิเจนเข้าและออกจากร่างกาย (ventilation) • การแลกเปลี่ยนออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างถุง ลมกับหลอดเลือดฝอยรอบๆถุงลม (diffusion) 18-Jan-17 3
  4. 4. 18-Jan-17 4
  5. 5. • อาการสาคัญ = อาการนามา ร.พ. + ระยะเวลา • อาการเจ็บอก (ควรถามเวลาที่เกิด ตาแหน่งที่เจ็บและเจ็บร้าว ทา อย่างไรอาการเจ็บอกจึงลดลง) • อาการไอ ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ ความถี่ สม่าเสมอหรือเป็นๆ หายๆ ไอมีเสมหะ? สี ความเหนียวข้นและปริมาณของเสมหะ อาการ ไอเป็นเลือด (hemoptysis) • อาการแพ้ แพ้อะไร? -สารเคมี สบู่ ละอองเกสร ผงซักฟอก การ ได้รับยาใดๆ ในการรักษาอาการแพ้ ถ้าได้รับให้ระบุชนิดของยาที่ได้รับ 18-Jan-17 5
  6. 6. • อาการหายใจลาบาก -มีอาการหายใจหอบ (dyspnea) หายใจหอบนอน ราบไม่ได้ (orthopnea) มีอาการหายใจลาบากหลังจากนอนไปแล้ว 1-2 ชั่วโมง ต้องลุกมายืนหรือเดินสักครู่จึงจะดีขึ้น (paroxysmal nocturnal dyspnea) หายใจหอบขณะออกกาลังกาย (dyspnea on exertion) หรือ แม้แต่ขณะพักก็มีอาการหายใจหอบ (dyspnea at rest) • อาการเป็นหวัดบ่อย ๆ (frequent colds) • เหงื่อออกตอนกลางคืน (night sweats) 18-Jan-17 6
  7. 7. • ประวัติการเจ็บป่วยอื่นๆ เช่น asthma, pneumonia, bronchitis, emphysema, tuberculosis การรักษา ประวัติการสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค การทดสอบ tuberculin • การเอกซเรย์ทรวงอกครั้งสุดท้ายและผลของการเอกซเรย์ ปกติ หรือไม่อย่างไร • อาชีพ -สารเคมี แก๊ซ ถ่านหิน แมกนีเซียม ซิลิเคต และสารอินทรีย์ ต่าง ๆ เช่น ฝุ่นละออง ข้าวสาลีหรือหญ้าเฮย์ • นิสัยส่วนบุคคล ประวัติสูบบุหรี่ควรถามปริมาณบุหรี่ที่สูบในแต่ละวัน ระยะเวลาที่สูบ18-Jan-17 7
  8. 8. C.C. (chief complaint): ไอและเจ็บอกก่อนมาโรงพยาบาล 1 วัน P.I. (Present illness): 4 วันก่อนมาโรงพยาบาลหลังจากกลับจากโรงเรียนตอนเย็นเริ่ม รู้สึกตัวร้อน มีไข้ ปวดศีรษะเล็กน้อย ได้รับประทานยาลดไข้ไปอาการดีขึ้น แต่ยังคงรู้สึกครั่น เนื้อครั่นตัว อ่อนเพลียอยู่บ้างนอนพักแล้วอาการดีขึ้น 2 วันก่อนมาเริ่มมีน้ามูกใสๆไหล มีไอมีเสมหะสีขาวๆจานวนเล็กน้อย ไม่ได้รับประทานยาใดๆ 1 วันก่อนมา เริ่มมีอาการไอมากขึ้น และมีอาการเจ็บอกด้านขวาแบบ แปล๊บๆ ไม่มีอาการเจ็บร้าวไปที่ใด มีไข้และไอมีเสมหะสีเหลืองปนเขียว เช้านี้เริ่มมีอาการเหนื่อยและหนาวสั่น จึงมารักษาที่โรงพยาบาล 18-Jan-17 8
  9. 9. 18-Jan-17 9
  10. 10. 18-Jan-17 10
  11. 11. 18-Jan-17 11
  12. 12. 18-Jan-17 12
  13. 13. 18-Jan-17 13
  14. 14. 18-Jan-17 14
  15. 15. 18-Jan-17 15
  16. 16. • ห้องตรวจควรมีแสงสว่างที่เพียงพอและควรเงียบ • ผู้ถูกตรวจ (หรือผู้ใช้บริการ) ไม่ควรสวมเสื้อ • ใช้เทคนิค ดู คลา เคาะ ฟัง เปรียบเทียบความแตกต่างของปอดข้างซ้าย และข้างขวา • ตรวจจากส่วนบนของทรวงอกลงล่าง • นึกถึงกายวิภาคของทรวงอกและปอด เพื่อที่จะสามารถระบุได้ว่า บริเวณหรือตาแหน่งใดที่ผิดปกติ • ตรวจทรวงอกและปอดด้านหลัง ควรให้ผู้ถูกตรวจอยู่ในท่านั่ง เอามือวางไว้ข้างหน้า ทั้งนี้เพื่อให้ บางส่วนของกระดูกสะบักยื่นออกมา • ตรวจทรวงอกและปอดด้านหน้าอาจอยู่ในท่านอนหรือท่านั่งก็ได้ (แต่ท่านอนจะสะดวกกว่าท่านั่ง) 18-Jan-17 16
  17. 17. • รูปร่างลักษณะทรวงอก • การดูรูปร่างลักษณะทรวงอกจะต้องดูจาก ด้านหน้าไปด้านหลังและด้านข้างทั้งสองข้าง ปกติทรวงอกจะมีรูปร่างกลมแบนโดยมี เส้นผ่าศูนย์กลางจากด้านหน้าไปด้านหลัง (Anteroposterior diameter) แคบกว่า ด้านข้าง (Lateral diameter or Transverse diameter) • ปกติ Anteroposterior diameter : Lateral diameter ประมาณ 1:2 / 5:7 ในทารกหรือ ผู้สูงอายุ จะมีอัตราส่วน 1:118-Jan-17 17
  18. 18. 18-Jan-17 18 Barrel Chest Lordosis Scoliosis Kyphosis Pigeon Chest -Pectus Carinatum Funnel Chest -Pectus Excavatum
  19. 19. 18-Jan-17 19
  20. 20. • ความลาดเอียงของกระดูกซี่โครง ปกติกระดูกซี่โครงทามุมกับกระดูก สันหลังประมาณ 45 องศา ในแนวขวาง แต่ในผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง กระดูกซี่โครงจะเปลี่ยนจากแนวขวางเป็นแนวนอน • ความกว้างของ costal angle ปกติจะน้อยกว่า 90 องศา และจะกว้าง ในขณะหายใจ เพราะมีการขยายตัวของทรวงอกด้านข้าง แต่ในผู้ป่วย โรคถุงลมโป่งพอง costal angle จะเพิ่มมากขึ้น • ช่องซี่โครง (intercostal space) – มีการหดรั้งในช่วงหายใจเข้าหรือไม่ ถ้ามีจะบ่งบอกถึงมีการอุดตันของ ทางเดินหายใจ เช่น Tracheal obstruction – มีการโป่งผิดปกติของช่องซี่โครงในระหว่างการหายใจออก เช่น ในผู้ป่วย โรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง แสดงถึงความลาบากในการหายใจเอาอากาศ ออกจากทรวงอก – บางครั้งการโป่งออกของช่องซี่โครงก็อาจเป็นผลจากเนื้องอก หัวใจโต อย่างเด่นชัดในทารกและเด็ก หรือ aortic aneurysm 18-Jan-17 20
  21. 21. • จังหวะ อัตราและความลึกของการหายใจ – อัตราการหายใจในผู้ใหญ่ปกติประมาณ 14 – 18 ครั้งต่อนาที (บาง ตารา 16 – 20 ครั้งต่อนาที) สม่าเสมอทั้งจังหวะ และความลึก – ทารกประมาณ 44 ครั้งต่อนาที – อัตราส่วนระหว่างการหายใจกับชีพจร จะประมาณ 1:4 18-Jan-17 21
  22. 22. • อัตราการหายใจ : นับการหายใจเข้า และออกนับเป็น 1 ครั้ง สังเกตใน 1 นาที หน่วยวัดการหายใจ เป็นครั้งต่อ นาที (bpm) • วัดการหายใจขณะผู้ป่วยพัก 18-Jan-17 22 • อัตราการหายใจตามอายุ (eupnea) คนปกติ ทั่วไป – ทารกแรกเกิด (newborn) 35-40 bpm – ทารก (6 เดือน) 30-50 bpm – 2 ปี 25-32 bpm – เด็ก 20-30 bpm – วัยรุ่น 16-19 bpm – ผู้ใหญ่ 16-20 bpm
  23. 23. • tachypnea อัตราการหายใจในผู้ใหญ่ มากกว่า 24 ครั้ง/นาที • bradypnea อัตราการหายใจในผู้ใหญ่ น้อยกว่า 10 ครั้ง/นาที • apnea การไม่หายใจ – หยุดหายใจ • Cheyne stokes respiration การหายใจเป็นช่วง ๆไม่ สม่าเสมอ โดยจะเพิ่มอัตราการหายใจหายใจเร็วลึกและตาม ด้วยช่วงที่หยุดหายใจ แล้วกลับมาหายใจเร็วอีก • Bilot respiration การหายใจปกติสลับกับการหายใจเร็วลึก ไม่สม่าเสมอเป็นช่วงสั้น ๆ 2-3 ครั้ง แล้วตามด้วยหยุดหายใจ ช่วงสั้น ๆ อีก • dyspnea เป็นอาการหายใจลาบาก การหายใจต้องใช้แรง มากกว่าปกติ สังเกตการเคลื่อนไหวของทรวงอก การหดรัดตัว ของกล้ามเนื้อบริเวณคอ18-Jan-17 23
  24. 24. • orthopnea เป็นอาการหายใจลาบากในท่านอนราบจะหายใจได้ต้องลุกขึ้น นั่งหรือยืนเท่านั้น • Paroxysmal nocturnal dyspnea เป็นอาการหายใจลาบากในตอน กลางคืนเกิดอาการหายใจหอบรุนแรงจนต้องลุกนั่งหายใจเข้าลึกๆ อาการ จึงทุเลาลงสาเหตุจาก Heart failure • Paroxysmal dyspnea มีอาการหอบอย่างรุนแรง ต้องลุกนั่ง ไอมีเสมหะ ลักษณะเป็นฟองละเอียดออกมา กระวนกระวาย หายใจมีเสียงดังทั้งหายใจ เข้าและออก มักมีสาเหตุมาจาก acute pulmonary edema • Air hunger ผู้ป่วยพยายามหายใจทั้งทางจมูก และปากอย่างรุนแรง พบใน ภาวะมีการอุดกั้นทางเดินหายใจ 18-Jan-17 24
  25. 25. • 1. เพื่อตรวจหาตาแหน่งที่กดเจ็บ บริเวณที่ผู้ถูก ตรวจบอกว่าเจ็บหรือบริเวณที่มีความผิดปกติ ชัดเจนควรคลาด้วยความระมัดระวัง • 2. เพื่อประเมินลักษณะความผิดปกติที่เห็นได้ เช่น มีก้อน จุดกดเจ็บ หรือ sinus tract (เป็นแผล อักเสบบริเวณผิวหนังที่ไม่ติดต่อกับช่องอวัยวะ ภายใน) 18-Jan-17 25
  26. 26. • เพื่อประเมินการเคลื่อนไหวของทรวงอกขณะหายใจเข้าว่ามีการขยายเท่ากันหรือไม่ Lung expansion 18-Jan-17 26
  27. 27. • เพื่อตรวจ vocal fremitus หรือ tactile fremitus 18-Jan-17 27
  28. 28. • เคาะตรงบริเวณผนังทรวงอก ตามแนวบริเวณเนื้อเยื่อที่เกี่ยวกับการ เคลื่อนไหวและสามารถได้ยินเสียง • ช่วยให้ทราบว่าเนื้อเยื่อของปอดนั้นมีลม น้าหรือของแข็งอยู่ ซึ่งการเคาะนี้จะ สามารถตรวจพยาธิสภาพที่อยู่ลึกจากผนังทรวงอกได้เพียง 5 – 7 เซนติเมตร และพยาธิสภาพนั้นจะต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตร • เคาะทางตรง กระทาโดยใช้นิ้วกลางและนิ้วนางหรือปลายนิ้วทุกนิ้วเคาะลงบน ผนังทรวงอกโดยตรง ปัจจุบันไม่นิยมเพราะยากต่อการแปลผล • เคาะทางอ้อม เป็นวิธีที่ทากันอยู่ทั่วไป โดยวางนิ้วกลางมือซ้าย (มือที่ไม่ ถนัด) ลงบน body surface ให้แนบแน่น ยกนิ้วอื่นอย่าให้แตะผิวเนื้อ เพราะจะ ทาให้การสั่นสะเทือนเปลี่ยนไป ใช้นิ้วกลางข้าวขวา (มือที่ถนัด) เคาะลงบน บริเวณข้อนิ้วส่วนปลายของนิ้วกลางหรือข้อถัดมาก็ได้ นิ้วกลางข้างขวาที่จะ เคาะต้องงอเล็กน้อย เคาะลงไปให้เร็ว ตั้งฉากและเป็นสปริง เมื่อเคาะแล้วควร ยกนิ้วขึ้นทันที จะช่วยให้ได้ยินเสียงชัดขึ้น 18-Jan-17 28
  29. 29. • เคาะแต่ละตาแหน่ง ควรเคาะ 1 – 2 ครั้ง แล้วจึงเคาะบริเวณถัดไป • ควรใช้เทคนิคการเคาะที่แรงเท่าๆ กัน • เคาะผนังทรวงอกทั้งสองข้างเปรียบเทียบกัน จากส่วนบนลง ส่วนล่าง • เสียงที่เกิดจากการเคาะเรียกว่า percussion sounds – flatness เทียบได้กับเสียงที่เกิดจากการเคาะกล้ามเนื้อต้นขา หรือเคาะถังน้าเต็ม เป็นเสียงทึบมาก อาจเรียก “stone dullness” หรือ “absolute dullness” เคาะได้เสียง Flatness แสดงว่ามีของเหลวจานวนมากในช่องเยื่อหุ้มปอด เช่น extensive or massive pleural effusion 18-Jan-17 29
  30. 30. • dullness เทียบได้กับเสียงที่เกิดจากการเคาะบริเวณตับ (ประมาณ ช่องซี่โครงช่องที่ 5 จะเป็นขอบบนของตับตรงกับเส้นกึ่งกลางไหปลา ร้าข้างขวาที่จะเคาะได้เสียงทึบ) หรือเคาะตรงบริเวณหัวใจก็จะได้เสียง ทึบเช่นกัน เสียงทึบ dullness • มีความทึบน้อยกว่า flatness • ถ้าเคาะที่ปอดได้ยินเสียง dullness แสดงว่าผู้ป่วยมีภาวะ pneumonia เนื้องอก วัณโรค หรือพบในผู้ป่วยที่มีปริมาณของเหลวงปานกลางใน ช่องเยื่อหุ้มปอด (pleural effusion) 18-Jan-17 30
  31. 31. • resonance เป็นเสียงที่เกิดจากการเคาะปอดปกติ มีลักษณะ เสียงต่าปานกลาง • hyperresonance เทียบได้กับเสียงที่เกิดจากการเคาะบริเวณที่มี ลมอยู่มาก เสียงต่ากว่า resonance พบในผู้ป่วยถุงลมโป่งพอง (emphysema) หรือบางครั้งอาจพบในผู้ป่วย pneumothorax • tympany เทียบได้กับการเคาะอวัยวะที่กลวงและมีลม คล้าย เสียงกลองจะได้ยินบริเวณตาแหน่งของกระเพาะอาหาร เสียง tympany จะมีเสียงสูงปานกลาง และเสียงจะสูงกว่า resonance 18-Jan-17 31
  32. 32. 18-Jan-17 32 Posterior Anterior
  33. 33. 18-Jan-17 33
  34. 34. • ประเมินลมที่ผ่านหลอดลมและส่วนต่างๆ ของทางเดินหายใจ, น้าหรือ เสมหะ หรือสิ่งอื่นที่อุดตันทางเดินหายใจ, สภาพของเนื้อปอดทั่ว ๆ ไป และช่องเยื่อหุ้มปอด • การฟังเสียงหายใจโดยใช้ stethoscope • ควรให้ผู้ถูกตรวจหายใจเข้า–ออกแรงหรือลึกกว่าปกติทางปาก เพื่อที่จะลด เสียงรบกวนที่เกิดขึ้นในจมูกและลาคอ จะทาให้ฟังเสียงหายได้ชัดเจน • ในแต่ละตาแหน่งควรฟังให้ตลอดทั้งช่วงหายใจเข้าและหายใจออก เพื่อที่จะ สามารถระบุความผิดปกติที่เกิดขึ้นว่าเกิดในช่วงไหน หายใจเข้าหรือหายใจออก • การฟังต้องฟังเปรียบเทียบซ้าย–ขวา จากส่วนบนลงส่วนลาง • ระวังอย่าให้ผู้ถูกตรวจหายใจเข้า–ออกลึกนานมากเกินไป เพราะอาจทาให้ผู้ถูก ตรวจเกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืดได้ • ถ้าจาเป็นควรให้ผู้ถูกตรวจได้พักเป็นครั้งคราว 18-Jan-17 34
  35. 35. • เสียงหายใจที่ปกติ Breath sounds • เสียงหายใจที่ปกติมี 3 ชนิด จะได้ยินในตาแหน่งที่ต่างกันและมีคุณลักษณะต่างกันดัง 18-Jan-17 35 bronchial(tracheal) breath sounds bronchovesicular (bronchoalveolar) breath sounds vesicular breath sounds
  36. 36. • เสียงหายใจที่ผิดปกติ (adventitious breath sounds) • rales or crepitation เป็นเสียงที่เกิดจากมีความชื้นหรือน้าอยู่ในทางเดิน หายใจส่วนหลอดลมจนถึงถุงลม เช่น pulmonary edema, pneumonia ลักษณะ เหมือนพรายแก๊ซน้าอัดลม หรือเหมือนขยี้เส้นผมใกล้ ๆ ใบหู จะได้ยินชัดช่วง หายใจเข้า และจะเปลี่ยนไปเมื่อมีการไอ 18-Jan-17 36
  37. 37. • Rhonchi เป็น continuous sounds เกิดจากทางเดินหายใจแคบลง เนื่องจากมีเยื่อเมือก (mucous) การหดตัว การบวมของเยื่อบุทางเดิน หายใจ เนื้อ • จะได้ยินชัดในช่วงหายใจออกมากกว่าช่วงหายใจเข้า หรืออาจได้ยินชัด ทั้งช่วงหายใจเข้าและหายใจออก • กรณีเสียงแหลมสูง (high pitched) เกิดจากทางเดินหายใจส่วนที่เล็ก แคบ เช่น หลอดลมฝอย (bronchiole) เรียก sibilant rhonchi (wheeze) พบในผู้ป่วยโรคหอบหืด • ถ้าเสียงต่า (low pitched) เกิดจากทางเดินหายใจขนาดใหญ่แคบลง เรียก sonorous rhonchi • เสียงเปลี่ยนไปเมื่อมีการไอ ถ้าหลังไอเสียงไม่เปลี่ยนอาจเกิดจาก หลอดลมบริเวณนั้นตีบแคบลงจากเนื้องอกก็ได้ 18-Jan-17 37
  38. 38. • Pleural friction rub พบในรายที่มีการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด • โดยทั่วไปจะได้ยินทั้งช่วงหายใจเข้าและหายใจออก แต่จะได้ยินชัดเจน ในช่วงท้ายของการหายใจเข้า • เสียงนี้จะไม่เปลี่ยนเมื่อมีการไอ • เสียงฟังได้ยินเหมือนอยู่ใกล้ ๆ หู เมื่อกด stetoscope แนบกับผนังทรวง อกแรงขึ้นจะได้ยินเสียงชัดขึ้น • เสียงนี้เทียบได้กับเสียงที่เอาแผ่นหนัง 2 แผ่นมาถูกัน หรือเทียบกับเสียง ที่ใช้ปลายนิ้วชี้ถูที่ติ่งหูไปมา หรือใช้ฝ่ามือปิดหูข้างหนึ่งแล้วใช้นิ้วของ มืออีกข้างหนึ่งถูไปมาบนหลังมือของฝ่ามือที่ปิดหูไว้จะได้ยินชัดบริเวณ anterolateral chest wall 18-Jan-17 38
  39. 39. • Voice sounds เกิดจากการฟังเสียงพูดผ่านทางผนังทรวงอกโดยใช้ stetoscope ปกติฟังได้ไม่ชัด ยกเว้นบริเวณเหนือหลอดลมใหญ่ และเมื่อมี ความผิดปกติหรือพยาธิสภาพของปอด เช่น pulmonary consolidation – Bronchophony จะได้ยินเสียงพูดดังชัดเจน ใช้ Stetoscope ด้าน diaphragm ฟังบริเวณต่าง ๆ โดยให้ผู้ถูกตรวจพูดเสียงปกติ เสียงพูดจะ แยกพยางค์ได้ชัดเจน พบใน Early pneumonia – Whispered pectoriloguy ให้ผู้ถูกตรวจพูดกระซิบ 1 – 2 – 3 stetoscope ฟังจะได้ยินเสียงชัดทั้ง ๆ ที่ให้ผู้ถูกตรวจกระซิบ – Egophony เป็นเสียงคล้ายเสียงขึ้นจมูก ถ้าให้ผู้ถูกตรวจออกเสียง อี... (ee) ถ้ามีพยาธิสภาพจะได้ยินเสียง “แอ”… (aa) พบใน pleural effusion18-Jan-17 39
  40. 40. • ทรวงอกและปอด: ทรวงอกสมมาตรกันดี ไม่มีลักษณะการหายใจที่ลาบาก ไม่มีการหดรั้งหรือโป่งของ ช่องซี่โครงขณะหายใจเข้าและออก AP: lateral diameter = 1:2 ทรวงอกขยายตัวขณะหายใจเท่ากันทั้ง สองข้าง tactile fremitus เพิ่มขึ้นที่ปอดกลีบกลางข้างขวา จากการเคาะได้เสียงทึบ (dullness) ที่บริเวณ ปอดกลีบกลางข้างขวา กระบังลมเคลื่อนขึ้นลง 5 เซนติเมตรทั้งสองข้าง เสียงหายใจปกติยกเว้น ได้ยิน เสียง fine rales ที่บริเวณปอดกลีบกลางข้างขวา ไม่มี voice sounds ที่ผิดปกติ • Chest and lung : Symmetry, no dyspnea, no distressed breathing. no retraction or bulging of the intercostalspaces during respiration. Chest expansion equal bilaterally, Increased vocal fremitus over RML. Increased dullness on percussion of RML. Diaphragmatic excursion 5 cm bilat. Breath sounds clear except for fine rales heard in RML, No Egophony. Bronchophony and whispered pectoriloquy. 18-Jan-17 40
  41. 41. • การตรวจนับจานวนเม็ดเลือด (complete blood count: CBC) ในกรณีของผู้ที่มีจานวนเม็ดเลือดแดง และระดับ ฮีโมโกลบิน (hemoglobin) ลดลง อาจเกิดจากการถูก ทาลายของเม็ดเลือดแดง หรือการสูญเสียเลือด หากมี จานวนเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นอาจเกิดจากการติดเชื้อ • ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดแดง Oxygen saturation (SaO2) เพื่อตรวจดูระดับความอิ่มตัวของ ออกซิเจนในหลอดเลือดแดงส่วนปลาย ในกรณีมีค่าต่ากว่า ปกติอาจบ่งบอกถึงระดับระดับความดันของก๊าซออกซิเจน ในเลือดแดงต่าได้18-Jan-17 41
  42. 42. • การวิเคราะห์ก๊าซในเลือดแดง (arterial blood gas) เพื่อตรวจดูระดับ ความเป็นกรด-ด่าง(pH) ระดับความดันของก๊าซออกซิเจน(PaO2) และก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์(PaCO2) ระดับค่าไบคาร์บอเนตในเลือดแดง (HCO3) ซึ่งบ่งชี้ความสามารถในการแลกเปลี่ยนก๊าซของปอด • การเพาะเชื้อจากเสมหะ (sputum culture) เพื่อตรวจชนิดของเชื้อโรคที่ พบในระบบทางเดินหายใจ • การถ่ายภาพรังสีทรวงอก (chest X-ray)เพื่อตรวจดูความผิดปกติที่ เกิดขึ้นในระบบทางเดินหายใจ • การตรวจสมรรถภาพปอด (pulmonary function test: PFT) เพื่อ ตรวจหาค่าความจุภายในปอด (lung capacity) ปริมาตรของอากาศที่ หายใจในแต่ละครั้ง ( tidal volume)18-Jan-17 42
  43. 43. QUESTIONS 4318/01/60

×