O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.
Próximos SlideShares
How to Search KKU Web OPAC
How to Search KKU Web OPAC
Carregando em…3
×
1 de 43

Unit10

  1. 1. Finding Information on the Web
  2. 2. ความหมายของการ สื บ ค้ น สารสนเทศ การสื บ ค้ น สารสนเทศ (Information retrieval หรื อ Information searching) หมายถึ ง กระบวนการในการค้ น หา ข้ อ มู ล หรื อ สารสนเทศที ่ ต้ อ งการ โดยใช้ เ ครื ่ อ งมื อ ช่ ว ยค้ น
  3. 3. วั ต ถุ ป ระสงค์ ข อง การสื บ ค้ น ข้ อ มู ล 1. เพื ่ อ การศึ ก ษา 2. เพื ่ อ หาข้ อ มู ล หรื อ ความ รู ้ ใ หม่ ๆ 3. เพื ่ อ ความบั น เทิ ง และ การพั ก ผ่ อ นหย่ อ นใจ 4. เพื ่ อ ประกอบการ ทำ า งาน การค้ า การ
  4. 4. เครื ่ อ งมื อ ช่ ว ยค้ น  หมายถึ ง สื ่ อ หรื อ อุ ป กรณ์ ท ี ่ ช ่ ว ย ให้ ผ ู ้ ใ ช้ บ ริ ก ารสามารถค้ น หา ข้ อ มู ล ที ่ ต ้ อ งการได้ ส ะดวก รวดเร็ ว และตรงตามความต้ อ งการ จากรายการทรั พ ยากรสารสนเทศ ที ่ ห ้ อ งสมุ ด จำ า ทำ า ขึ ้ น อย่ า งเป็ น ระบบ
  5. 5. Introduction to finding information on the Web - เครือข่าย WWW ได้เปลียนวิถีการ ่ ดำาเนินงานของ องค์กรต่างๆ - WWW เป็นแหล่งทรัพยากร สารสนเทศที่ใหญ่ทสุด ี่ ในโลก - มีเครืองมือช่วยสืบค้นข้อมูล ่ (Search Engine หรือ Search
  6. 6. หลักการเบื้องต้นในการสืบค้น ข้อมูล สารสนเทศบนเว็บไซต์ 1. รูจักทีอยู่ของ Website ที่ตองการ ้ ่ ้ ค้นหา 2. รูจักวิธการค้น เช่น การค้นจาก ้ ี บัญชีหวเรือง (Subject Directory) ั ่ เช่น Yahoo.com 3. รูจักวิธการอ่านผลการสืบค้น ้ ี 4. รูจักวิธการจัดเก็บผลการสืบค้น ้ ี 5. รูจักวิธการเผยแพร่การสืบค้น ้ ี
  7. 7. องค์ประกอบของ WWW 1. Web Server 2. WWW Browser หรือ Web Browser เช่น Lynx, IE , Netscape, Firefox 3. HTML (Hypertext Markup Language) 4. URL (Uniform Resource Lacator) เช่น
  8. 8. ข้อมูลที่ปกติมักไม่ปรากฏบน WEB - ความลับทางการค้า (Trade Secrets) - ฐานข้อมูลเชิงพาณิชย์ต่างๆ (Commercial Database) - สิ่งตีพิมพ์ที่มีลขสิทธิ์ ิ (Copyrighted Published Materials)
  9. 9. “ด้วยข้อมูลที่หลากหลายบน เว็บไซต์ ดังนั้น ผู้ใช้ตองกลั่นกรอง ้ เลือกสรรข้อมูล ที่ได้รับออกมาให้ดี และตัดสิน ออกมาให้ได้ว่าข้อมูลที่ได้รับ
  10. 10. การวางแผนสืบค้นข้อมูล 1. การตังหรือกำาหนดคำาถาม ้ และขอบเขตของคำาถามนัน ้ (Formulate the Question) - หัวข้อ, ลักษณะ, ประเภท, วัตถุประสงค์ และระยะเวลา ของสารสนเทศที่ตองการ ้
  11. 11. 2. การจำาแนกแนวคิดในคำาถา มนั้นๆ (Identify the Important Concepts) การจำาแนกแนวคิดในคำาถา มนั้นๆ ออกมาเป็นส่วนๆ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกสินค้า ประเภทอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ Concept 1 Concept 2 Concept 3 Japan ญีปุ่น จะแยกได้เป็นElectronics ่ AND AND Export
  12. 12. 3. การกำาหนดคำาค้น หรือการแปล คำาถามทีต้องการสืบค้นออกมา ่ เป็นคำาค้นให้ถูกต้อง (Identify Search Terms) เป็นจุดสำาคัญมากทีจะช่วย ่ ให้การสืบค้นได้ผลลัพธ์ถูกต้อง ในขันแรก ซึ่งเราควรมีการผัน ้ ตามหลักภาษาด้วย เช่น - Synonym คือ คำาพ้องความหมาย เดียวกัน >> Buy – Order, Purchase
  13. 13. - English dialects คือ ภาษาพูดใน แต่ละท้องถิน่ >> Color หรือ Colour >> Catalog หรือ Catalogue >> Alien -- UFO - Truncation คือ คำารากศัพท์ชุด เดียวกัน แตกต่างกันทีอักษรที่เชื่อม ่ ต่อด้านหลัง เช่น Prevent – Prevention, Prevents, Prevented, Preventing
  14. 14. 4. การเชื่อมคำา (Combining Search Terms) การระบุให้กลุ่มคำาทีเราต้องการ ่ สืบค้นให้มีความสัมพันธ์กันโดยมี ตัวเชือมต่างๆ เช่น ่ 4.1 Phrase Searching คือ กลุ่มคำา หรือวลี - World Health Organization - Real Estate
  15. 15. 4.2 Boolean Searching คือ ตัว เชือม AND, OR, NOT เพื่อ ่ แสดงความสัมพันธ์ของกลุมคำาที่ ่ เราต้องการสืบค้น - AND เป็นการเชือมกลุ่มคำาที่ ่ ทุกๆ คำาพ้องปรากฏขึ้นมาในเอกสาร ฉบับเดียวกัน เป็นการระบุการสืบค้น ให้แคบลง - OR เป็นการเชื่อมคำาทีคำาใดคำา ่ หนึ่ง หรือทั้งหมดปรากฏขึ้นมา เป็นการขยายการสืบค้นให้กว้างขึ้น
  16. 16. ตัวอย่าง Children AND Television AND Violence หมายความว่า “ต้องการเอกสารที่เกี่ยวกับ ความรุนแรงในโทรทัศน์ที่มี ผลต่อเด็ก”
  17. 17. 5. เลือกใช้ Search Engine ที่ เหมาะสม 6. ทำาการสืบค้น และประเมิน ผลข้อมูลที่ได้รับ ปกติผลของการค้นหาข้อมูล จะแตกต่างกันไป แต่ควร ตรวจสอบไม่เกิน 50 อันดับ แรกที่ส่งมาให้ และอาจ ทำาการสืบค้นใหม่หากผลลัพธ์
  18. 18. สรุปการวางแผนการสืบค้น 1. ระบุคำาถามให้ชดเจน กำาหนดคำาให้มี ั ความเฉพาะเจาะจง 2. แยก Concept ในคำาถามออกมาเป็น ส่วนๆ 3. คิดคำาพ้องความหมาย (Synonyms) ในแต่ละ Concept 4. ถ้าจำาเป็นต้องใช้กลุ่มคำาให้ระบุออกมา 5. เชื่อมคำาทีอยู่ใน Concept เดียวกัน ่ ด้วยตัวเชื่อม OR และเชื่อม Concept
  19. 19. เทคนิคการสืบค้นข้อมูล 1. เข้าตรงถึงแหล่งสารสนเทศจาก ผู้ผลิตสารสนเทศโดยตรง เช่น ข้อมูลพยากรณ์อากาศ –เว็บกรม อุตนิยมวิทยา , มติ ครม.—สลค. ุ 2. การทาย หรือเดา URL 3. การค้นหาจากบัญชีหวเรื่อง ั (Subject Directory)
  20. 20. 4. กลยุทธ์การใช้เครืองมือช่วยค้น ่ (Search Engine Strategies) เพื่อ ให้ได้ผลลัพธ์ทตรงตามต้องการ ี่ 4.1 การใช้คำาถามที่เฉพาะเจาะจง (Unique Keyword) เช่น ชื่อคน, ชื่อ สินค้า ,ชื่อเฉพาะต่างๆ เป็นต้น 4.2 การใช้กลุ่มคำาหรือวลี โดยใช้ เครื่องหมายคำาพูด “...” ล้อมกลุ่มคำา ไว้ 4.3 การค้นโดยใช้เขตข้อมูล (Field Searching) เช่น ชื่อเรื่อง (Title), URL
  21. 21. 5. กลยุทธ์แบบหลายขั้นตอน (Multiple Strategy) เป็นการ รวบเอาหลายๆ กลยุทธ์มาใช้ใน การสืบค้น ซึ่งบางครั้งอาจต้องมี การสืบค้นหลายครั้ง หรือการ เชือมโยงไปหลายชั้น เพื่อให้ได้ ่ ผลลัพธ์ที่ตรงตามต้องการ
  22. 22. เทคนิคการสืบค้นข้อมูลโดย Google The Most Important Tips, Tricks & Hack
  23. 23. Google.com - Search Engine ทีดีทสุดและ ่ ี่ ใหญ่ทสุดในโลก ี่ - หาข้อมูลได้แทบทุกอย่างบน อินเตอร์เน็ต - มีดัชนี (Index) มากกว่า 3 พัน ล้านเว็บเพจ - มีการเรียกใช้บริการมากกว่า 200 ล้านครั้งต่อวัน
  24. 24. Search Engine ที่ถูกใช้ในการค้นหาข้อมูล เว็บไซต์สภาทีปรึกษาฯ Google.com่
  25. 25. 1. เทคนิคการตั้งคีย์เวิร์ดที่ดี คุณต้องเลือกคำาที่ระบุถึงสิ่ง ที่ต้องการได้ชัดเจนที่สุด เช่น ถ้าคุณต้องการค้นหาข้อมูล เกี่ยวกับ พ๊อคเก็ตพีซี iPAQ h2210 ก็ให้พิมพ์คำาว่า iPAQ h2210 เข้าไปในช่องค้นหา จะดีกว่าคำาว่า pocket PC
  26. 26. 2. กฎของคีย์เวิร์ดที่ควรทราบ - ไม่สนใจตัวอักษรพิมพ์เล็ก (Lower case) หรือพิมพ์ตัวใหญ่ (Upper c ase)ดังนั้น Harry Potter = harry potter - คีย์เวิร์ดกับผลลัพธ์ที่ได้จะ “ตรง เป๊ะ” เท่านั้น เช่น ค้นคำาว่าwindow ก็จะได้คำาตอบทีไม่ใช่เว็บไซต์ ่ windows เป็นต้น - ลำาดับคำาของคีย์เวิรดทีใช้จะมีผลกับ ์ ่ ผลลัพธ์ทได้ ี่ เช่น Network Microsoft กับ Microsoft
  27. 27. 3. AND ไม่ใส่ก็เหมือนใส่ Google จะถือว่า มีตัวเชือม ่ เป็น AND อยูระหว่างคียเวิร์ดที่ ่ ์ พิมพ์เข้าไปทุกครั้ง ตัวอย่างเช่น คำาว่า Global Network ผลลัพธ์ ที่ได้จะหมายถึง เว็บเพจทีมีทั้ง ่ คำาว่า Global และ (AND) Network ดังนัน ถ้าคุณสนใจ ้ แค่ต้องการให้พบคำาใด คำาหนึ่ง ก็ได้ในหน้าเว็บแนะนำาให้ใส่ OR
  28. 28. 4. ค้นหาด้วย “วลี” ในกรณีที่คุณต้องการค้นหาด้วย วลี หรือกลุ่มคำา ให้ใส่ เครื่องหมายคำาพูดล้อมรอบ ข้อความด้วย เช่น “may the force be with you” Google จะ ค้นหาเว็บเพจที่มีวลีตามนี้เป๊ะๆ
  29. 29. 5. Google จะตัดคำาทั่วไปใน คีย์เวิร์ด Google จะตัดเอาคียเวิร์ดที่ ์ เป็นอักษรตัวเดียว ตัวเลขตัว เดียว และคำาทัวๆ ไป อย่างเช่น ่ “to”, “the” และ “how” ออกไป โดยอัตโนมัติ ซึ่งการตัดคำาเหล่า นี้ออกไปจะช่วยให้ Google ค้นหาผลลัพธ์ได้เร็วขึ้น แต่ถ้า คุณยังต้องการให้ Google ใช้คำา เหล่านีในการค้นหาก็ให้ใส่ ้
  30. 30. 6. Google จัดลำาดับผลลัพธ์ อย่างไร Google ได้สร้างระบบทีเรียก ่ ว่า Page Rank ซึ่งทำาหน้าทีจัด ่ อันดับผลลัพธ์ทได้จากการค้นหา ี่ Page Rank เริ่มต้นทำางานด้วย การนับจำานวนลิงค์ของเว็บไซต์ ต่างๆ ทีลิงค์เข้าไปยังแต่ละ ่ เว็บไซต์ผลลัพธ์ โดยตัวเลขนี้จะ ถูกใช้แทนคะแนนโหวตอย่างไม่
  31. 31. 7. Cached Link ภาษาไทยใช้ว่า “หน้าที่ถูกเก็บ ไว้” ขณะที่คณกำาลังใช้ Google นั่น ุ หมายความว่า คุณกำาลังค้นหาข้อมูล ที่ตองการจากอินเด็กซ์หลายพันล้าน ้ เว็บเพจของ Google ซึงทาง่ เว็บไซต์พยายามจะอัพเดตข้อมูลให้ บ่อยทีสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ ่ เนื่องจากเว็บเพจมีการอัพเดตตลอด เวลามันจึงเป็นไปไม่ได้ทจะสามารถ ี่ ทำาอินเด็กซ์เว็บที่อัพเดตได้ Cached
  32. 32. 8. Similar Pages Link ภาษาไทยใช้ว่า “หน้าที่คล้าย กัน” เป็นเครื่องมือวิจัยทีดีมาก และ ่ รวดเร็วมากสำาหรับการค้นหา เว็บเพจที่มความคล้ายคลึง หรือ ี สัมพันธ์กับรายชื่อผลลัพธ์ที่ได้ จากการค้นหา เหมาะที่จะใช้เมื่อ คุณกำาลังมองหาวิธที่รวดเร็วใน ี การสร้างลิงค์มากมายที่ เกี่ยวข้องกับสิ่งทีสนใจ แม้คณจะ ่ ุ
  33. 33. 9. ความหมายในพจนานุกรม (Dictionary Definitions) Google จะสร้างลิงก์ที่ สามารถเข้าไปดูความหมาย ของคำาศัพท์ที่ใช้เป็นคีย์เวิร์ด แต่ละตัว หรือวลีที่คนหาได้ ้ ทันที (แต่ใน Google ภาษา ไทย และคีย์เวิร์ดภาษาไทย จะไม่มีความสามารถนี้)
  34. 34. ตัวอย่าง Dictionary Definitions
  35. 35. 10. ตรวจคำาสะกดผิด Google จะสร้างลิงก์ที่ สามารถตรวจคำาสะกดให้กับ คียเวิร์ดที่คนหาโดยอัตโนมัติ ์ ้ และชี้แนะคียเวิร์ดทีถูกต้องให้อีก ์ ่ ด้วย ซึ่งเก่งกว่าที่พบในเวิร์ดมาก ทีเดียว โดยมันสามารถแก้คำา นามที่เป็นชื่อเฉพาะ, สถานที่ และคำาอื่นๆ ทีไม่มีโอกาสพบใน ่ ดิกชันนารีได้เหมือนตาเห็น โดยทั่วไป Google จะแสดง
  36. 36. 11. การค้นหาไฟล์พิเศษ การค้นหาให้พิมพ์คำาว่า filetype: ตามด้วยชนิดของ ไฟล์ที่กำาลังค้นหา ท้ายสุดก็ คือใส่คียเวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับ ์ สิ่งที่ค้นหา ตัวอย่างเช่น ต้องการค้นหาไฟล์ pdf ที่เป็น คูมือของ pocket pc 2210 ่
  37. 37. ไฟล์รองรับการค้นหาของ Google - Adobe Portable Document Format (.pdf) - Adobe Postscript (.ps) - Lotus 123 formats, Lotus WordPro (.lwp), MacWrite (.mw) - Rich Text format (.rtf), Text (.txt, .ans) - Microsoft Excel (.xls) - Microsoft PowerPoint (.ppt) - Microsoft Word (.doc), Microsoft
  38. 38. 12. Google images (http://images.google.co m)  Google Image Search สามารถค้นหาภาพจากทั่วโลก ได้มากกว่า 425 ล้าน ซึ่งถือว่า เป็นดัชนีที่มีขนาดใหญ่ทสุดใน ี่ โลก การค้นหาภาพสามารถ ทำาได้โดยใช้คียเวิร์ด ส่วน ์ ผลลัพธ์จะส่งกลับมาในรูปของ รูปย่อขนาด 20 รูป ผู้ใช้สามารถ
  39. 39. 13. Google Toolbar ( http://toolbar.google.com ) Google Toolbar จะเหมาะ กับผู้ที่ตองใช้งาน ้ Google มากๆ หลังจากดาวน์โหลด Toolbar มาติดตังใน ้ คอมพิวเตอร์ มันจะอยูใต้ชุด ่ ปุ่มควบคุม (ถอยหลัง, เดิน หน้า, หยุด, แอดเดรส) ของ
  40. 40. Google Toolbar http://toolbar.google.com
  41. 41. 14. หลากหลายชื่อไซต์ ยังไง ก็ไม่หลงทาง  แม้ชื่อ Google จะจำาง่าย และ พิมพ์งายแต่ก็ยงมีผู้พิมพ์ผิด ่ ั มากมาย ทำาให้ไม่สามารถไป เว็บไซต์ Google ได้ เพื่อแก้ ปัญหานีทางเว็บไซต์ จึงได้จดโด ้ เมนเนมชื่อ Google ในรูปแบบที่ พิมพ์ผด ไว้ด้วย เช่น ิ  Googel.com  Gogle.com
  42. 42. เว็บที่ให้บริการสืบค้นข้อมูล ปัจจุบันมีเว็บไซต์ทให้บริการค้นหา ี่ ข้อมูลมากมาย แต่ละเว็บไซต์ก็จะมี จุดเด่น จุดด้อยแตกต่างกันไป ในมี เว็บไซต์ที่น่าสนใจ และที่นิยมใช้งาน กัน เช่น Google http://www.google.com/ MSN www.msn.com AllTheWeb
  43. 43. YahooGoogle http://twingine.c Dictionary Dictionary Search Search www.onelook.com

×