O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.

Social Media Guidelines for Healthcare Practitioners

107 visualizações

Publicada em

Presented at the Directorate of Medical Services, Royal Thai Air Force on February 21, 2018

Publicada em: Mídias sociais
  • Seja o primeiro a comentar

Social Media Guidelines for Healthcare Practitioners

  1. 1. 11 ประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ. 2559 นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์ ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล SlideShare.net/Nawanan 21 กุมภาพันธ์ 2561
  2. 2. 22 2546 แพทยศาสตรบัณฑิต 2554 Ph.D. (Health Informatics), Univ. of Minnesota ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายนโยบายและสารสนเทศ อาจารย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ความสนใจ: Health IT, Social Media, Security & Privacy nawanan.the@mahidol.ac.th SlideShare.net/Nawanan Nawanan Theera-Ampornpunt Line ID: NawananT แนะนาตัว
  3. 3. 33 Social Media • “A group of Internet-based applications that build on ideological and technological foundations of Web 2.0, and that allow the creation and exchange of user-generated content” (Andreas Kaplan & Michael Haenlein) Kaplan Andreas M., Haenlein Michael (2010). "Users of the world, unite! The challenges and opportunities of social media". Business Horizons 53 (1). p. 61.
  4. 4. 44 โครงการจัดทา แนวทางปฏิบัติในการใช้งาน สื่อสังคมออนไลน์ของผู้ประกอบวิชาชีพด้าน สุขภาพ สานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  5. 5. 55  14 พ.ค. 2557 สช. จัดเวทีจุดประกายเรื่องการใช้สื่อ สังคมออนไลน์กับการคุ้มครองข้อมูลด้านสุขภาพของ บุคคล มีข้อสรุปคือ  ควรศึกษาให้ชัดเจนและสร้างความสมดุลระหว่างเรื่อง ของความเป็นปัจเจกกับประโยชน์สาธารณะ  สร้างองค์ความรู้ เพื่อจะดาเนินการไปสู่การจัดทา กฎหมาย รวมถึงการพัฒนาแนวปฏิบัติ (Guideline) และ จรรยาบรรณ (Code) ที่เหมาะสม ซึ่งเป็นมาตรฐานกลาง ของประเทศ  อาจเป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพ สถานพยาบาลต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง Background
  6. 6. 66  8 ธ.ค. 2557 คณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อส่งเสริมการใช้ สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ มีมติดังนี้  ให้ สช. รวบรวมแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับองค์กรวิชาชีพ และให้มี การยกร่างแนวปฏิบัติขึ้นมาพิจารณาก่อน  ให้มีการจัดตั้งทีมงานเพื่อร่วมพิจารณาให้ความเห็นต่อแนวปฏิบัติ ซึ่งควรประกอบด้วยสานักงาน กสทช. สถานพยาบาล และ องค์กรวิชาชีพอื่นๆ  16 ธ.ค. 2557 ได้รับการติดต่อจาก สช.  12 ม.ค. 2558 นาเสนอ Concept ต่อคณะกรรมการที่ ปรึกษาเพื่อส่งเสริมการใช้สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ Background
  7. 7. 77  Social Media เป็น “ความเสี่ยง” ทั้งของประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ในเรื่อง สุขภาพ  Personal & Professional Lives  Privacy Risks  False/Misleading Information  Unprofessional/Inappropriate/Controversial Conduct หลักการและเหตุผล
  8. 8. 88  เพื่อจัดทาแนวทางปฏิบัติ (Guidelines) ในการใช้สื่อสังคม ออนไลน์ (Social Media) ของบุคลากรทางสุขภาพ ที่เป็น มาตรฐานกลางของประเทศ วัตถุประสงค์
  9. 9. 99  Balanced View of Social Media (Benefits & Risks)  Comprehensive Literature Review  Multi-Stakeholder Engagement  Applicable to Health Professionals from Various Backgrounds, in Various Roles & Settings  Guidelines as a Guide, Not a Rule Guiding Principles
  10. 10. 1010  Comprehensive Literature Review  Domestic Professional Ethics & Legal Framework Organizational Social Media Policy Documented Expert’s Opinions Social Media Case Studies & News  International Professional Ethics & Legal Framework Academic Literature on Social Media & Professional Ethics Professional Guidelines on Social Media Organizational Social Media Policy Guiding Principles
  11. 11. 1111 Risks of Social Media • Blurring lines between personal & professional lives • Work-life balance • Inappropriate & unprofessional conduct • False/misleading information • Limitations & liability of online consultations • Privacy risks
  12. 12. 1212  ผู้ป่วย (Patient Safety)  สังคม (Public Safety & Public Trust)  บุคลากรเอง (Personnel Safety)  องค์กร วิชาชีพ และวงการแพทย์ (Organizational Safety) ผู้ได้รับผลกระทบของการใช้ Social Media ของบุคลากรทางการแพทย์
  13. 13. 1313 Accumulating Resources
  14. 14. 1414 • ข้อความบน Social Network สามารถเข้าถึงได้โดยสาธารณะ ผู้เผยแพร่ต้องรับผิดชอบ ทั้งทางสังคมและกฎหมาย และอาจ ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง การทางาน และวิชาชีพของตน • ระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการเผยแพร่ประเด็นที่ Controversial เช่น การเมือง ศาสนา • ไม่ได้ห้าม แต่ให้ระวัง เพราะอาจส่งผลลบต่อตนหรือองค์กรได้ MU Social Network Policy
  15. 15. 1515 • ความรับผิดชอบทางกฎหมาย – ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐานหมิ่นประมาท – พรบ.ว่าด้วยการกระทาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ – ข้อบังคับสภาวิชาชีพ เกี่ยวกับจริยธรรมแห่งวิชาชีพ – ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยจรรยาบรรณของบุคลากรและ นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล – ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยวินัยนักศึกษา MU Social Network Policy
  16. 16. 1616 • ไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น อ้างถึงแหล่งที่มาเสมอ (Plagiarism = การนาผลงานของคนอื่นมานาเสนอเสมือนหนึ่ง เป็นผลงานของตนเอง) • แบ่งแยกเรื่องส่วนตัวกับหน้าที่การงาน/การเรียน – แยก Account ของหน่วยงาน/องค์กร ออกจาก Account บุคคล – Facebook Profile (ส่วนตัว) vs. Facebook Page (องค์กร/หน่วยงาน) • ในการโพสต์ที่อาจเข้าใจผิดได้ว่าเป็นความเห็นจากมหาวิทยาลัย/หน่วยงาน ให้ ระบุ Disclaimer เสมอว่าเป็นความเห็นส่วนตัว MU Social Network Policy
  17. 17. 1717 • ห้ามเผยแพร่ข้อมูล sensitive ที่ใช้ภายในมหาวิทยาลัยก่อนได้รับอนุญาต • บุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ให้บริการสุขภาพ – ระวังการใช้ Social Network ในการปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย (ความลับผู้ป่วย และการ แยกแยะเรื่องส่วนตัวจากหน้าที่การงาน) – ปฏิบัติตามจริยธรรมของวิชาชีพ – ระวังเรื่องความเป็นส่วนตัว (Privacy) และความลับของข้อมูลผู้ป่วย – การเผยแพร่ข้อมูล/ภาพผู้ป่วย เพื่อการศึกษา ต้องขออนุญาตผู้ป่วยก่อนเสมอ และลบ ข้อมูลที่เป็น identifiers ทั้งหมด (เช่น ชื่อ, HN, ภาพใบหน้า หรือ ID อื่นๆ) ยกเว้น ผู้ป่วยอนุญาต (รวมถึงกรณีการโพสต์ใน closed groups ด้วย) • ตั้งค่า Privacy Settings ให้เหมาะสม MU Social Network Policy
  18. 18. 1818 Accumulating Resources
  19. 19. 1919 Accumulating Resources
  20. 20. 2020 Accumulating Resources
  21. 21. 2121 https://www.mja.com.au/journal/2011/194/12/social-media-and-medical-profession Accumulating Resources
  22. 22. 2222 http://mor-maew.exteen.com/20140626/social-media Accumulating Resources
  23. 23. 2323 http://www.medpagetoday.com/PracticeManagement/PracticeManagement/37342 Accumulating Resources
  24. 24. 2424  Accumulating Case Studies & Resources http://www.thairath.co.th/content/413776 Accumulating Resources
  25. 25. 2525 https://www.thaicert.or.th/downloads/files/BROCHURE_Social_Network.jpg Accumulating Resources
  26. 26. 2626 https://www.thaicert.or.th/downloads/files/BROCHURE_Social_Network.jpg Accumulating Resources
  27. 27. 2727 http://www.doctorcpr.com/blog/5-things-doctors-should-never-post-on-social-media/ Accumulating Resources
  28. 28. 2828 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสุขภาพ • พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 • มาตรา 7 ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล เป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนาไปเปิดเผยในประการที่น่าจะทาให้บุคคลนั้นเสียหาย ไม่ได้ เว้นแต่การเปิดเผยนั้นเป็นไปตามความประสงค์ของ บุคคลนั้นโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย แต่ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ผู้ใดจะอาศัยอานาจหรือสิทธิตามกฎหมายว่า ด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการหรือกฎหมายอื่นเพื่อขอเอกสาร เกี่ยวกับข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลที่ไม่ใช่ของตนไม่ได้
  29. 29. 2929 ประมวลกฎหมายอาญา • มาตรา 323 ผู้ใดล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของผู้อื่นโดยเหตุที่เป็นเจ้า พนักงานผู้มีหน้าที่ โดยเหตุที่ประกอบอาชีพเป็นแพทย์ เภสัชกร คน จาหน่ายยา นางผดุงครรภ์ ผู้พยาบาล นักบวช หมอความ ทนายความ หรือผู้สอบบัญชีหรือโดยเหตุที่เป็นผู้ช่วยในการประกอบอาชีพนั้น แล้ว เปิดเผยความลับนั้นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้อง ระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจาทั้ง ปรับ • ผู้รับการศึกษาอบรมในอาชีพดังกล่าวในวรรคแรก เปิดเผยความลับของ ผู้อื่น อันตนได้ล่วงรู้หรือได้มาในการศึกษาอบรมนั้น ในประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน
  30. 30. 3030 คาประกาศสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วย
  31. 31. 3131  3 ส.ค. 2559 Public Hearing ครั้งที่ 1  23 ก.ย. 2559 นาเสนอคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ  4 พ.ย. 2559 Public Hearing ครั้งที่ 2 หลังปรับแก้ตาม ความเห็นของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ  30 ธ.ค. 2559 รองนายกรัฐมนตรี (พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย) ประธานคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาติ ลงนามในประกาศฯ  24 มี.ค. 2560 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา Guideline Development Timeline
  32. 32. 3232 จัดทาโดย นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/088/12.PDF Social Media Best Practices
  33. 33. 3333 • หลักการเคารพกฎหมาย • หลักการเคารพในจริยธรรมแห่งวิชาชีพ • หลักการเคารพในกฎระเบียบและนโยบายขององค์กร • หลักการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการหลีกเลี่ยง การทาให้ผู้อื่นเสียหาย • หลักการรายงานพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม • หลักเสรีภาพทางวิชาการ Social Media Guidelines: หลักทั่วไป
  34. 34. 3434 • หลักการป้องกันอันตรายต่อผู้อื่น (Protection from Harms) • หลักการมุ่งประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นสาคัญ (Beneficence) Social Media Guidelines: หลักจริยธรรมทั่วไปของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ
  35. 35. 3535 • หลักการรักษา Professionalism ตลอดเวลา • หลัก “คิดก่อนโพสต์” • หลักการมีพฤติกรรมออนไลน์อย่างเหมาะสม • หลักการตั้งค่า Privacy อย่างเหมาะสมและแยก เรื่องส่วนตัวกับวิชาชีพ • หลักการตรวจสอบเนื้อหาออนไลน์ของตนอยู่เสมอ Social Media Guidelines: ความเป็นวิชาชีพ (Professionalism)
  36. 36. 3636 • หลักการกาหนดขอบเขตความเป็นวิชาชีพกับ ผู้ป่วย (Professional Boundaries with Patients) • หลักการกาหนดขอบเขตความเป็นวิชาชีพกับผู้อื่น Social Media Guidelines: ความเป็นวิชาชีพ (Professionalism)
  37. 37. 3737 • หลักการรักษา Security และ Privacy ของข้อมูล ผู้ป่วย • หลัก Informed Consent (สาหรับการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของ ผู้ป่วย) Social Media Guidelines: การคุ้มครอง Patient Privacy
  38. 38. 3838 • หลักการไม่โฆษณา • หลักการเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน (Full Disclosure) • หลักการระบุวิชาชีพและความรู้ความชานาญของตน (Self-Identification) • หลักการหลีกเลี่ยงการสาคัญผิดว่าเป็นผู้แทนองค์กร (Avoiding Misrepresentation) • หลัก “เช็คก่อนแชร์” Social Media Guidelines: Integrity (การยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมและจริยธรรม)
  39. 39. 3939 • หลักการปฏิบัติด้วยความระมัดระวังในการให้ คาปรึกษาออนไลน์ • หลักการบันทึกการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ หน้าที่ในวิชาชีพ Social Media Guidelines: การให้คาปรึกษาออนไลน์ (Online Consultation)
  40. 40. 4040 • SIMPLE 2P Safety Goals – Personnel Safety Goals (Draft) • Security & Privacy of Information • Social Media & Communication Professionalism New Developments
  41. 41. 4141 กรณีศึกษาเกี่ยวกับ Social Media ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ Disclaimer (นพ.นวนรรน): นาเสนอเป็นกรณีศึกษาเพื่อการเรียนรู้เรื่อง Social Media เท่านั้น ไม่มี เจตนาลบหลู่ ดูหมิ่น หรือทาให้ผู้ใดองค์กรใด หรือวิชาชีพใดเสียหาย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเนื้อหา
  42. 42. 4242 Social Media Case Study
  43. 43. 4343 Social Media Case Study
  44. 44. 4444 http://news.mthai.com/hot-news/world-news/453842.html Social Media Case Study
  45. 45. 4545 http://pantip.com/topic/33678081 https://www.facebook.com/photo.php?fbid=971229119583658&set=a.37957656541558 6.90794.100000897364762&type=1&theater Social Media Case Study
  46. 46. 4646 http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1429341430 Social Media Case Study
  47. 47. 4747 Social Media Case Study
  48. 48. 4848 Social Media Case Study ข้อความจริง บน • "อาจารย์ครับ เมื่อวาน ผมออก OPD เจอ คุณ... คนไข้... ที่อาจารย์ผ่าไป แล้ว มา ฉายรังสีต่อที่... ตอนนี้ Happy ดี ไม่ค่อยปวด เดินได้สบาย คนไข้ ฝากขอบคุณอาจารย์อีกครั้ง -- อีกอย่างคนไข้ช่วงนี้ไม่ค่อยสะดวกเลยไม่ได้ ไป กทม. บอกว่าถ้าพร้อมจะไป Follow-up กับอาจารย์ครับ"
  49. 49. 4949 Social Media Case Study
  50. 50. 5050 Social Media Case Study
  51. 51. 5151 Social Media Case Study
  52. 52. 5252 From a forwarded message in “LINE” in early July, 2015 Social Media Case Study
  53. 53. 5353 Social Media Case Study

×