O slideshow foi denunciado.
Seu SlideShare está sendo baixado. ×

เทคนิคการสร้างสื่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล (Learning Media Technique in Digital Age) V.2

Anúncio
Anúncio
Anúncio
Anúncio
Anúncio
Anúncio
Anúncio
Anúncio
Anúncio
Anúncio
Anúncio
Anúncio

Confira estes a seguir

1 de 67 Anúncio

เทคนิคการสร้างสื่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล (Learning Media Technique in Digital Age) V.2

Facebook : https://www.facebook.com/TouchPoint.in.th
Website : http://touchpoint.in.th

Facebook : https://www.facebook.com/TouchPoint.in.th
Website : http://touchpoint.in.th

Anúncio
Anúncio

Mais Conteúdo rRelacionado

Mais de Kridsanapong Lertbumroongchai (20)

Mais recentes (20)

Anúncio

เทคนิคการสร้างสื่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล (Learning Media Technique in Digital Age) V.2

  1. 1. สื่อการเรียนรู้ (Learning Media) สื่อ (Media) หมายถึง สื่อหรือการติดต่อให้ถึงกันผ่าน ช่องทางใดช่องทางหนึ่ง โดยสื่อจะอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิทัล และสื่อธรรมชาติ สื่อ (Media) NEXT
  2. 2. สื่อการเรียนรู้ (Learning Media) การเปลี่ยนแปลงของบุคคล อันเป็นผลมาจาก ประสบการณ์และการฝึกฝน เปลี่ยนจากไม่รู้เป็นรู้ เปลี่ยนจากทาไม่ได้เป็นทาได้ อาจเกิดขึ้นพร้อมกันทั้ง สองอย่าง หรืออย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ การเรียนรู้ (Learning) NEXT
  3. 3. สื่อการเรียนรู้ (Learning Media) ตัวกลางหรือช่องทางในการถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ไปสู่บุคคลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จากการไม่รู้เป็นรู้ หรือทาไม่ได้เป็นทาได้ NEXT สื่อการเรียนรู้จึงหมายถึง
  4. 4. องค์ประกอบของสื่อ ตัวอักษร Text ภาพนิ่ง Still Image ภาพเคลื่อนไหว Animation วิดีโอ Video เสียง Sound
  5. 5. Infographic Video | Documentary | Motion Graphic Website E-Book | Digital Book Interactive Media New Media | AR | VR | MR | Metaverse รูปแบบของสื่อ
  6. 6. รูปแบบของสื่อ Infographic อินโฟกราฟิกเป็นการนาข้อมูลมาสรุปเป็นสารสนเทศ ในลักษณะของกราฟิก เพื่อสื่อความหมายที่เข้าใจง่าย ตรงตามที่ผู้สื่อสาร ต้องการ ทาให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายในระยะเวลาสั้นๆ
  7. 7. รูปแบบของสื่อ Video วิดีโอเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ให้ข้อมูลได้มากกว่าภาพนิ่ง วิดีโอที่ให้ข้อมูลความรู้ได้ดี มักจะถูกสรุปให้เข้าใจข้อมูลจานวนมากได้ง่าย มี ความยาวที่พอเหมาะ
  8. 8. รูปแบบของสื่อ Website เว็บไซต์เป็นสื่อที่เข้าถึงได้ง่าย สามารถเปิดได้กับคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน สามารถให้ข้อมูลได้จานวนมาก สะดวกใน การสืบค้นข้อมูล
  9. 9. รูปแบบของสื่อ E-Book / Digital Book หนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรือหนังสือดิจิทัล เป็นการนาหนังสือที่อยู่ในรูปแบบกระดาษมานาเสนอในรูปแบบสื่อดิจิทัล สามารถให้ข้อมูล ได้ง่าย บางครั้งอาจมีการปฏิสัมพันธ์ด้วย สามารถเปิดได้ในคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน
  10. 10. รูปแบบของสื่อ Interactive Media สื่อปฏิสัมพันธ์เป็นสื่อที่รวมเอาข้อดีของข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ และเสียง เข้าไว้ด้วยกัน ทาให้ผู้รับชมสื่อได้ข้อมูล ได้มากและน่าสนใจ มีการโต้ตอบระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ สามารถทาแบบทดสอบประมวลผลคะแนนได้ทันที
  11. 11. รูปแบบของสื่อ New Media สื่อการเรียนรู้สมัยใหม่ เป็นสื่อการเรียนรู้ที่ผู้รับชมสื่อได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ ทาให้เกิดการเรียนรู้และการ จดจาเนื้อหาได้ดีกว่าสื่อรูปแบบเดิม มีการผสมผสานการปฏิสัมพันธ์กับผู้รับชมสื่อได้ด้วย เช่น Augmented Reality (AR), Virtual Reality (VR), Mixed Reality (MR) และ Metaverse
  12. 12. รูปแบบของสื่อ Augmented Reality (AR) เป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานระหว่างโลกของ ความจริง (Real World) เข้ากับโลกเสมือน (Virtual World) โดยใช้วิธีซ้อนภาพในโลก เสมือนไว้บนภาพในโลกความเป็นจริง ผ่าน อุปกรณ์ดิจิทัล เพื่อให้เห็นภาพเสมือนอยู่ใน สภาพแวดล้อมจริง
  13. 13. รูปแบบของสื่อ Virtual Reality (VR) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้จาลองสถานที่และสภาพแวดล้อมด้วย คอมพิวเตอร์ ผู้ใช้งานจะได้รับประสบการณ์เสมือนผ่าน แว่นตาดิจิทัลโดยตัดขาดจากโลกจริง อีกทั้งยังสามารถ ตอบสนองสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ด้วย Controller เพื่อเพิ่ม ประสบการณ์การเดินทางที่สมจริงมากยิ่งขึ้น
  14. 14. รูปแบบของสื่อ Metaverse จักรวาลนฤมิตหรือเมตาเวิร์ส (Metaverse) เป็นเทคโนโลยีสุดล้าที่จาลองโลกเสมือนจริงเพื่อให้ผู้คนสามารถสื่อสาร ทากิจกรรม และมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันอย่างไร้ขอบเขตในโลกดิจิทัล เป็นชุมชนโลกเสมือนจริงบนเทคโนโลยีคลาวด์ ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกันผ่าน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และแว่นตาดิจิทัลได้
  15. 15. คุณลักษณะของสื่อเพื่อการเรียนรู้ • สนองความต้องการในการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ • ความสะดวกสาหรับการเรียนด้วยตนเอง • การออกแบบกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง NEXT
  16. 16. คุณลักษณะของสื่อเพื่อการเรียนรู้ สามารถสนองความต้องการในการเรียนด้วยตนเองได้ • การยืดหยุ่นในเรื่องเวลา • มีอิสระในการเลือกสถานที่เรียน • การมีอิสระในการเลือกเนื้อหาและการเรียน • การวินิจฉัย การเรียนซ่อมเสริม และการยกเว้น • การมีอิสระในการเลือกรูปแบบการเรียน
  17. 17. คุณลักษณะของสื่อเพื่อการเรียนรู้ ความสะดวกสาหรับการเรียนด้วยตนเอง • มีวิธีการใช้งานง่าย เปิดโอกาสให้เลือกเรียนรู้อย่างอิสระ • มีความสมบูรณ์ในตัวเอง สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตั้งแต่ต้นจนจบ • มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้รับชมสื่อกับคอมพิวเตอร์ • มีการสื่อสารที่ดีระหว่างบทเรียนกับผู้เรียน โดยผู้เรียนต้องรู้ว่ากาลังทาอะไร • สื่อพกพาได้ง่าย เปิดได้ทุกแพล็ตฟอร์ม
  18. 18. คุณลักษณะของสื่อเพื่อการเรียนรู้ การออกแบบกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง • การนาเข้าสู่เนื้อหา >> แสดงให้เห็นความคิดรวบยอด และสร้างความสนใจ • การนาเสนอเนื้อหา >> ออกแบบสื่อและเนื้อหาอย่างเหมาะสมลงตัว • การเสริมความเข้าใจ >> มีกิจกรรม เกม หรือแบบฝึกหัด • การสรุปเนื้อหา >> สรุปประเด็นสาคัญ และทบทวนบทเรียน • การทดสอบหลังรับชมสื่อ >> เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจ
  19. 19. ขั้นตอนการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ ขั้นวิเคราะห์ Analysis ขั้นออกแบบ Design ขั้นการพัฒนา Development ขั้นการนาเสนอเนื้อหา Implementation ขั้นประเมินผล Evaluation
  20. 20. ขั้นตอนการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ ขั้นวิเคราะห์ Analysis เป็นขั้นตอนของการระดมสมองเพื่อคิดเนื้อหา และจัดลาดับของเนื้อหา ขั้นวิเคราะห์ (Analysis)
  21. 21. ขั้นออกแบบ Design ขั้นตอนการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ เป็นการกาหนดวิธีการนาเสนอ ว่าจะนาเสนอสื่อในรูปแบบใด ใช้สื่อมัลติมีเดียอะไรประกอบ บ้าง และกาหนดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมให้เหมาะสมกับเนื้อหา โดยแสดงถึงพฤติกรรมที่ วัดได้ ขั้นออกแบบ (Design) อธิบาย บอก เขียน ทา วาด คาเหล่านี้แสดงถึงการแสดงออก จา คิด เข้าใจ รู้สึก คาเหล่านี้วัดไม่ได้ว่าจริงหรือไม่
  22. 22. ขั้นการพัฒนา Development ขั้นตอนการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ เป็นการเขียนรายละเอียดเนื้อหา และจัดลาดับเนื้อหา แล้วนาเนื้อหาไปตรวจสอบความถูกต้อง ของเนื้อหา และสร้างแบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจ ขั้นการพัฒนา (Development)
  23. 23. ขั้นการพัฒนา Development ขั้นตอนการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ การตรวจสอบคุณภาพด้านเนื้อหา จะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา ยกตัวอย่างประเด็นดังนี้ ขั้นการพัฒนา (Development) • เนื้อหาตรงกับวัตถุประสงค์ที่กาหนดไว้ • เนื้อหาที่นาเสนอครอบคลุมกับวัตถุประสงค์ที่กาหนดไว้ • ความถูกต้องของเนื้อหา • ความทันสมัยของเนื้อหา • เนื้อหามีความเข้าใจง่าย • ภาพประกอบมีความสอดคล้องกับเนื้อหา • การจัดลาดับของเนื้อหา • ปริมาณของเนื้อหา • ความชัดเจนในการอธิบายเนื้อหา • การใช้ภาษาถูกต้อง เหมาะสมกับกลุ่มตัวอย่าง
  24. 24. ขั้นการพัฒนา Development ขั้นตอนการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ เมื่อเนื้อหามีคุณภาพแล้ว จึงสร้าง แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจ โดย แบ่งออกเป็น 2 ชุด ได้แก่ ก่อนรับชมสื่อ และหลังรับชมสื่อ ขั้นการพัฒนา (Development) เอาวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมมาตั้งต้น แล้วสร้างชุดคาถามเพื่อให้มั่นใจว่าวัด ความรู้ความเข้าใจได้ครบทุก วัตถุประสงค์
  25. 25. ขั้นการนาเสนอเนื้อหา Implementation ขั้นตอนการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ เลือกโปรแกรมที่ใช้นาเสนอเนื้อหา จัดทาสื่อประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา กราฟิก ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ และเสียง แล้วนามาประกอบกันในโปรแกรม ขั้นการนาเสนอเนื้อหา (Implementation) โปรแกรมที่ใช้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท โปรแกรมผลิตสื่อประกอบ โปรแกรมผลิตสื่อการเรียนรู้
  26. 26. ขั้นการนาเสนอเนื้อหา Implementation ขั้นตอนการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ ขั้นการนาเสนอเนื้อหา (Implementation)
  27. 27. ขั้นประเมินผล Evaluation ขั้นตอนการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ ขั้นประเมินผล (Evaluation) การตรวจสอบคุณภาพสื่อ จะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อมัลติมีเดีย แบ่งออกเป็นด้านดังนี้ • ด้านเนื้อหาในสื่อการเรียนรู้ • ด้านตัวอักษร • ด้านภาพประกอบ • ด้านเสียง • ด้านการเคลื่อนไหว
  28. 28. ขั้นประเมินผล Evaluation ขั้นตอนการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ ขั้นประเมินผล (Evaluation) การทดสอบหาประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้ Epre = σ x n A × 100 Epost = σ x n B × 100 Epre คือ ผลการทดสอบก่อนรับชมสื่อ Epost คือ ผลการทดสอบหลังรับชมสื่อ x คือ ผลรวมคะแนนของแบบทดสอบ n คือ จานวนผู้ทาแบบทดสอบ A คือ คะแนนเต็มของแบบทดสอบก่อนรับชมสื่อ B คือ คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังรับชมสื่อ
  29. 29. ขั้นประเมินผล Evaluation ขั้นตอนการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ ขั้นประเมินผล (Evaluation) จะต้องกาหนดค่าความแปรปรวนไว้ ±2.5% เป็นระดับที่เหมาะสม • มากกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 2.5% >> สูงกว่าเกณฑ์ • มากกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ แต่ไม่เกิน 2.5% >> เท่าเกณฑ์ที่กาหนด • น้อยกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ แต่ไม่เกิน 2.5% >> ต่ากว่าเกณฑ์แต่ยอมรับได้ • น้อยกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ มากกว่า 2.5% >> ต่ากว่าเกณฑ์ใช้ไม่ได้
  30. 30. เทคนิคในการออกแบบหน้าจอ การออกแบบหน้าแรก เป็นหน้าจอแรกที่ผู้รับชมสื่อเห็น ดังนั้นต้อง ออกแบบกราฟิกให้น่าสนใจ จัดวางปุ่มต่างๆ ไว้ ตามหลัก UX/UI
  31. 31. เทคนิคในการออกแบบหน้าจอ หน้าเมนูเนื้อหา เมื่อคลิกเข้าสู่เนื้อหา ผู้รับชมสื่อจะเลือกหน่วย การเรียนรู้ ควรออกแบบให้น่าสนใจ วางปุ่มให้ เลือกคลิกได้ง่าย เข้ามาจากหน้าแรกได้ ต้องกลับหน้าแรกได้ ปุ่มที่ยังไม่จาเป็นต้องกดให้จางไว้ก่อน
  32. 32. เทคนิคในการออกแบบหน้าจอ หน้าเมนูหัวข้อย่อย หน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วยมักจะมีหัวข้อย่อย ให้จัดวางปุ่มเพื่อเลือกเนื้อหาย่อยได้ง่าย หากผู้ใช้ต้องกลับหน้าแรก ต้องกลับได้ ปุ่มที่ยังไม่จาเป็นต้องกดให้จางไว้ก่อน มาจากหน้าเมนูได้ ต้องกลับหน้าเมนูได้
  33. 33. เทคนิคในการออกแบบหน้าจอ หน้าแรกของเนื้อหา หน้าแรกของเนื้อหา แปลว่ายังไม่มีเนื้อหาก่อนหน้า จึงมีเฉพาะปุ่ม Next ส่วนปุ่ม Back จางไว้ก่อน ปุ่มที่ยังไม่จาเป็นต้องกดให้จางไว้ก่อน
  34. 34. เทคนิคในการออกแบบหน้าจอ หน้ากลางของเนื้อหา หน้านี้จะต้องคลิก Back เพื่อย้อนกลับไปดูเนื้อหา ก่อนหน้าได้ และคลิก Next ไปดูเนื้อหาถัดไปได้ ต้องกดได้ทุกปุ่ม
  35. 35. เทคนิคในการออกแบบหน้าจอ หน้าสุดท้ายของเนื้อหา หน้านี้จะต้องคลิก Back เพื่อย้อนกลับไปดูเนื้อหา ก่อนหน้าได้ แต่ปุ่ม Next จางไว้ เนื่องจาก UX ของผู้ใช้จะเข้าใจว่าหมดเนื้อหาแล้ว ปุ่มที่ยังไม่จาเป็นต้องกดให้จางไว้ก่อน
  36. 36. เทคนิคในการออกแบบหน้าจอ หน้าเนื้อหามีหน้าเดียว ถ้าเนื้อหามีหน้าเดียว ก็เพียงแค่ทาปุ่ม Next กับ Back จางไว้ เพื่อบอกผู้ใช้ว่าเนื้อหามีหน้าเดียว ดู เสร็จแล้วก็กลับไปเลือกเนื้อหาใหม่ ปุ่มที่ยังไม่จาเป็นต้องกดให้จางไว้ก่อน
  37. 37. ความละเอียดหน้าจอ 1366 x 768 1920 x 1080 1600 x 900 1920 x 1080 800 x 1280 768 x 1024 480 x 800 เราควรศึกษาหน้าจอแต่ละอุปกรณ์ก่อน ว่าเราจะ นาไปใช้กับอุปกรณ์ใดเป็นหลัก เพื่อให้ได้การ แสดงผลที่สมบูรณ์ แต่ปัจจุบันหน้าจอมีขนาดที่ หลากหลาย ดังนั้นควรยึดหลัก Responsive NEXT
  38. 38. ความละเอียดหน้าจอ หน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ให้ยึดหน้าจอที่ความละเอียดน้อยกว่าเป็นหลัก ส่วนใหญ่มีความละเอียด 1920 x 1080 แต่ตอน สร้างสื่อต้องคานึงถึงหน้าจอรุ่นเก่า เช่น 1600 x 900 และ 1366 x 768
  39. 39. ความละเอียดหน้าจอ หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพา ส่วนใหญ่มีความละเอียด 1920 x 1080 แต่ตอน สร้างสื่อต้องคานึงถึงหน้าจอรุ่นเก่า เช่น 1600 x 900 และ 1366 x 768 ให้ยึดหน้าจอที่ความละเอียดน้อยกว่าเป็นหลัก
  40. 40. ความละเอียดหน้าจอ หน้าจอแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน มีความละเอียดหน้าจอหลายรูปแบบมาก ไม่มี มาตรฐานชัดเจน ควรยึดหลัก Responsive ให้รองรับทุกขนาดหน้าจอ
  41. 41. ความละเอียดหน้าจอ ขนาดหน้าจอของสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสม เมื่อเลือกความละเอียดหน้าจอได้แล้ว ให้คานึงถึง ส่วนประกอบของหน้าจอที่จะถูกหักลบออกไป ทาให้ ความละเอียดหน้าจอของสื่อต้องลดลงไม่เกินพื้นที่ ที่หน้าจอแสดงผลได้ 40 px 1366 px 768 px 768 – 40 – 25 = 703 px 25 px
  42. 42. ความละเอียดหน้าจอ ขนาดหน้าจอของสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสม ถ้านาสื่อการเรียนรู้ไปใช้กับระบบ LMS อย่างเช่น Moodle จะมี Panel ด้านซ้ายหรือขวา ทาให้พื้นที่ในการแสดงผลแคบลง ขึ้นอยู่กับ Theme ที่เลือกใช้ ดังนั้นควรออกแบบสื่อให้ Responsive ได้ แนะนาให้สั่งเปิดใน แท็บใหม่เพื่อการแสดงผลที่สมบูรณ์
  43. 43. สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมสาหรับการสร้างสื่อ • Windows 10 / Windows 11 (64-bit) • ความละเอียดจอ 1600 x 900 / 1920 x 1080 px ขึ้นไป • แรม 8 GB ขึ้นไป (แนะนา 16 GB) • เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ • สาคัญต้องเตรียมเนื้อหา องค์ประกอบให้พร้อม อย่าทาไปหาไป
  44. 44. แหล่งโหลดภาพประกอบฟรี vector4free.com freevectors.net vexels.com pixabay.com freepik.com Flaticon.com
  45. 45. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ Adobe Illustrator เป็นโปรแกรมสร้างงานกราฟิก นิยม นามาใช้สร้างภาพประกอบเนื้อหา และ ใช้สร้างสื่ออินโฟกราฟิก
  46. 46. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ Adobe After Effects เป็นโปรแกรมสาหรับสร้างภาพเคลื่อนไหว นิยมใช้สร้างสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบ ภาพกราฟิกเคลื่อนไหว (Motion Graphic)
  47. 47. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ Camtasia Studio โปรแกรม Camtasia เป็นโปรแกรมสาหรับบันทึกภาพ หน้าจอแบบเคลื่อนไหว สามารถตัดต่อวิดีโอ แทรก เสียง แทรกเพลง และใส่เอฟเฟกต์ต่างๆ เพื่อเพิ่ม ความน่าสนใจให้กับวิดีโอที่สร้างขึ้น ผู้ใช้สามารถใช้ งานได้ง่าย และได้สื่อที่มีคุณภาพ
  48. 48. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ WordPress เว็บไซต์เปรียบเสมือนบ้านออนไลน์ที่เป็นมิตรกับ SEO มาก ที่สุด เป็นที่ที่ทาให้สื่อการเรียนรู้ของเรามีตัวตน WordPress เป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่าย และสามารถติด TAG เพื่อให้ Search Engine ค้นเจอได้ง่าย
  49. 49. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ Google Sites เป็นโปรแกรมสร้างเว็บไซต์ได้ง่ายและฟรีผ่านเบราว์เซอร์ โดย ไม่จาเป็นต้องรู้ภาษาเขียนเว็บ สามารถนาสื่อต่างๆ มาจัดวาง ให้สวยงาม ผู้ใช้เพียงมีบัญชีกูเกิ้ลก็สามารถลงชื่อเข้าใช้งาน ได้ทันที
  50. 50. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ PowerPoint PowerPoint เป็นโปรแกรมที่สร้างสื่อการเรียนรู้ได้ง่ายที่สุด แต่ต้องต่อยอดไปยัง SlideShare หรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ แล้ว ผูกเข้ากับ Social Media + + + = ปัง
  51. 51. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ ePage Creater เป็นโปรแกรมสร้างหนังสือดิจิทัลให้อยู่ในรูปแบบ HTML5 สามารถนาไป Publish และเปิดได้ทุกแพล็ตฟอร์ม ทั้ง Windows, Mac, iOS และ Android
  52. 52. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ Adobe Captivate เป็นโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลที่มีความสามารถหลายด้าน สร้างเนื้อหา สร้างการปฏิสัมพันธ์ สร้างแบบทดสอบ ประมวลผลคะแนนได้ทันที บันทึกภาพหน้าจอแบบเคลื่อนไหวได้ และเวอร์ชั่นใหม่สามารถทา VR ได้ด้วย
  53. 53. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ Unity + Vuforia เป็นโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ที่อยู่ในรูปแบบของสื่อใหม่อย่างเทคโนโลยีความจริงเสริม (Augmented Reality : AR)
  54. 54. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ Vidinoti เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สาหรับสร้างสื่อเทคโนโลยีความจริงเสริม (Augmented Reality: AR) บนเทคโนโลยีคลาวด์ ที่ผู้ใช้สามารถนามา ประยุกต์สร้างสื่อดิจิทัลปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ได้หลากหลาย
  55. 55. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ 3D Vista เป็นโปรแกรมที่ใช้สาหรับสร้างระบบนาชมเสมือนจริง 360o รองรับทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวแบบ 360 องศา สามารถสร้างการ ปฏิสัมพันธ์ด้วยข้อมูลภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว สามารถส่งออกในรูปแบบ HTML5 เพื่อรับชมได้ทุกแพล็ตฟอร์ม ทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน
  56. 56. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ Spatial Metaverse เป็นโปรแกรมที่ใช้จาลองสถานที่สามมิติในโลกเสมือนจริง เพื่อให้ผู้คนสามารถสื่อสาร ทากิจกรรม และมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันอย่างไร้ ขอบเขตในโลกดิจิทัล ผู้ใช้สามารถนาดิจิทัลคอนเทนต์รูปแบบต่างๆ มาสร้างกิจกรรมในโลกจักรวาลนฤมิตได้
  57. 57. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ Microsoft Teams Microsoft Office Teams เป็นช่องทางในการสร้างห้องเรียนออนไลน์ หากเรามี PowerPoint หรือสื่ออื่นๆ เช่น E-Book, Website หรือ Video ก็เอามาจัดหน่วยการเรียนในโปรแกรมนี้ได้ อีกทั้งยังสร้างแบบทดสอบออนไลน์และเก็บข้อมูลผู้เรียนได้ด้วย
  58. 58. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ Google Classroom Google Classroom ใช้จัดการห้องเรียนบนคลาวด์ โดยผสานความสามารถของ Google Drive, Google Docs, Google Sheets, Google Slides, Google Forms, Gmail และอีกหลากหลายแอพพลิเคชั่นเข้าด้วยกัน
  59. 59. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ Moodle Moodle เป็นระบบการจัดการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS) ที่ใช้สร้างสื่อการเรียนรู้ได้หลากหลายมาก สามารถนา PowerPoint, Website หรือ Video มาฝังไว้ได้ มีระบบข้อสอบหลายรูปแบบ อัตนัยก็ทาได้ด้วย
  60. 60. แนะนาโปรแกรมสาหรับสร้างสื่อการเรียนรู้ ClassDojo เป็นโปรแกรมบนคลาวด์ที่ใช้บริหารจัดการชั้นเรียนที่ผสมผสานวิธีการประเมินที่หลากหลาย มีระบบการสร้างตัวละคร ระบบการ เสริมแรง และระบบรายงานพฤติกรรมผู้เรียน
  61. 61. การสร้างเทคโนโลยีเสมือนจริง การประมวลผล ภาพวิดีโอ 360 องศา การประมวลผล ภาพนิ่ง 360 องศา การจาลองภาพ ด้วยซอฟต์แวร์โมเดล 3 มิติ
  62. 62. การสร้างเทคโนโลยีเสมือนจริง การประมวลผลภาพนิ่ง 360 องศา เป็นการจาลองภาพ 360 องศา ด้วยภาพถ่ายแบบ Spherical โดยอาศัยการถ่ายภาพนิ่งหลายภาพ แล้วนามาประมวลผลด้วย โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือสามารถใช้กล้อง 360 ถ่ายภาพก็ได้
  63. 63. การสร้างเทคโนโลยีเสมือนจริง การประมวลผลภาพวิดีโอ 360 องศา เป็นการจาลองภาพ 360 องศาให้อยู่ในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว ผู้ใช้สามารถหมุนซ้าย-ขวา เพื่อรับชมในประสบการณ์เสมือนจริง ต้องใช้กล้อง 360 องศา ในการบันทึกภาพเคลื่อนไหว สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ การตดคนหรือขาตั้งกล้องออกด้วยการใช้ Adobe After Effects และตัดต่อภาพเคลื่อนไหวด้วย Adobe Premiere Pro
  64. 64. การสร้างเทคโนโลยีเสมือนจริง การจาลองภาพด้วยซอฟต์แวร์โมเดล 3 มิติ เป็นการปั้นสภาพแวดล้อม 3 มิติ โดยใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะ เช่น Autodesk Maya, Autodesk 3Ds Max, Sketch Up, Blender แล้วเรนเดอร์ให้อยู่ในรูปแบบภาพ 360 องศา
  65. 65. รวมแอปฯ สร้างสื่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ผลิตสื่อประกอบ ผลิตสื่อปฏิสัมพันธ์ จัดการห้องเรียนดิจิทัล จัดกิจกรรมการเรียนรู้ดิจิทัล >> >> >> >> สื่อที่ดีที่สุด อาจไม่ใช้สื่อที่ล้าสมัยที่สุด แต่เป็นสื่อที่ผู้เรียนเข้าถึงได้ง่ายที่สุด และคอนเทนต์ต้องดี

×