O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.

การพัฒนาซอฟต์แวร์ทางการศึกษาตามรูปแบบ ADDIE บทที่ 5 การพัฒนา(Development)มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์

598 visualizações

Publicada em

มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์

Publicada em: Mídias sociais
  • Seja o primeiro a comentar

การพัฒนาซอฟต์แวร์ทางการศึกษาตามรูปแบบ ADDIE บทที่ 5 การพัฒนา(Development)มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์

  1. 1. มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ หมู่ 2 ชั้นปีที่ 4
  2. 2. มีอยู่ 4 ขั้นตอนย่อยดังนี้ 1. การพัฒนาบทเรียน (Lesson Development) หมายถึง การ พัฒนาบทเรียนโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้สามารถนาเสนอผ่าน ทางคอมพิวเตอร์ในการพัฒนาบทเรียนจะนาบทดาเนินเรื่องที่ได้ ออกแบบไว้มาเป็นแบบไว้มาเป็นแบบในการพัฒนาบทเรียนโดยใช้ โปรแกรมสาเร็จรูปที่เป็นโปรแกรมวิทยานิพนธ์ เป็นต้น ผู้ออกแบบ จะต้องนาบทเรียนไปทดสอบเพื่อตรวจสอบความผิดพลาดและเพื่อ ความสมบูรณ์ต่อไป
  3. 3. 2. การพัฒนาระบบจัดการเรียนการสอน (Management Development) หมายถึง พัฒนาโปรแกรมระบบบริหารจัดการ บทเรียน เช่น ระบบจัดการบทเรียน ระบบจัดการเนื้อหา ระบบ จัดการข้อสอบ เป็นต้น เพื่อให้บทเรียนสามารถจัดการสอนได้ตาม ความต้องการ และตรงตามเป้าหมาย
  4. 4. 3. การรวมบทเรียน (Integration) เป็นการรวมเอาทุกส่วนของ ระบบรวมเป็นระบบเดียว นอกจากนี้ต้องผนวกเอาวัสดุการเรียน (Supplementary Test)เข้าไปไว้ในระบบด้วย เพื่อให้บทเรียนมี กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนครบทุกขั้นตอนตามแนวทางที่ ออกแบบไว้
  5. 5. 4. จัดการทดสอบนาร่องโดยใช้บริบทที่สอดคล้องกับสภาพจริง (C0nduct a pilot test utilize medium that is close to real work environment) คือ นาผลผลิตที่ได้ไปลองใช้กับกลุ่ม อื่นที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายเพื่อหาความเที่ยงตรง ความเชื่อมั่น ตลอดจนข้อบกพร่องของผลผลิตเหล่านั้น จะได้แก้ไขได้ตรงจุด
  6. 6. ในการพัฒนานี้จะมีการดาเนินงานหลายแบบด้วยกันแบบหนึ่งที่ จะขอนาเสนอ ในที่นี้คือ การออกแบบการเรียนรู้โดยใช้ผลงานของ ผู้เรียนเป็นหลัก (Backward Design) ได้เขียนขั้นตอนต่อจากการ วิเคราะห์ผู้เรียนมาสร้างเป็นแผนการจัดประสบการณ์ดังนี้
  7. 7. 1.กาหนดเป้าหมายที่พึ่งประสงค์ ตัวอย่าง หัวเรื่อง : อินเทอร์เน็ต จานวน 2 ชั่วโมง เรื่อง อินเทอร์เน็ตความหมายและ การพัฒนาการ ของอินเทอร์เน็ต บริการบน อินเทอร์เน็ต ไปรษณีย์ อิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเมล เมลลิงลิสต์
  8. 8. 1.กาหนดเป้าหมายที่พึ่งประสงค์ (ต่อ) ความคิด รวบยอด ความรู้ ทักษะ/ กระบวนการ คุณลักษณะ ที่พึงประสงค์ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
  9. 9. 2.หลักฐานที่แสดงว่าผู้เรียนได้บรรลุเป้าหมายที่พึงประสงค์ 2.1 ผลงาน -ชิ้นงาน เช่น แบบทดสอบ แบบฝึกหัด รายงาน เป็นต้น -การทางาน เช่น ความสวยงาม มีระเบียบ เป็นต้น -การพูดนาเสนองานหน้าชั้นเรียน เช่น นาเสนองานที่ รับมอบหมายจากครู เป็นต้น เกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพผลงาน เช่น พอใจ ดี ดีมาก เป็นต้น
  10. 10. 2.หลักฐานที่แสดงว่าผู้เรียนได้บรรลุเป้าหมายที่พึงประสงค์ 2.2คุณลักษณะที่พึงประสงค์ -มีวินัย -ใฝ่เรียนรู้ -มุ่งมั่นในการทางาน -ตรงต่อเวลา -มีความรับผิดชอบ
  11. 11. 2.หลักฐานที่แสดงว่าผู้เรียนได้บรรลุเป้าหมายที่พึงประสงค์ 2.3การเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ (ทักษะคร่อมวิชา / ทักข้ามวิชา) ความสามารถในการคิด -ทักษะการวิเคราะห์ -ทักษะการสารวจค้นหา -ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ ความสามารถในการทางาน -ทักษะการทางานเดี่ยว กลุ่ม -ทักษะในการนาเสนอหน้าชั้นเรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
  12. 12. 3.วางแผนประสบการณ์การเรียนรู้และการสอน การประเมิน กิจกรรม สื่อ เวลา แล้วนามาเขียนเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ หรือจะใช้ แบบฟอร์มของสถานศึกษาหรือจะสร้างแบบบันทึกของตนเองที่มี ภาพรวม เรียกว่า Snowman
  13. 13. 3.วางแผนประสบการณ์การเรียนรู้และการสอน (ต่อ) แผนการจัดการเรียนรู้แบบ Snowman
  14. 14. 4. การปรับปรุงคุณภาพภายในของแผนการจัดการเรียนรู้ เนื่องจาก Backward design เน้นความสอดคล้องเป็นเหตุผล ต่อเนื่องกัน ซึ่งชิ้นงานนี้คุณภาพจากการแสดงออกและกิจกรรมนาสู่ผล ที่เน้นกระบวนการสร้างความรู้ ดังนั้นความสอดคล้องดังกล่าวจึงเป็น เครื่องมือสาคัญใช้ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ของครูว่ามีคุณภาพ เพียงใด ซึ่งการตรวจสอบจะพิจารณาตามขั้นตอนการออกแบบดังนี้
  15. 15. 4.1 การกาหนดเป้าหมายที่พึงประสงค์เป็นความรู้ฝังแน่นหรือ ความเข้าใจที่คงทน ได้แก่ ความคิดรวบยอด (นาข้อมูลมาจัดกลุ่ม บอกลักษณะ รวมที่สาคัญได้) หลักการ(นาความคิดรวบยอดมาแสดง ความสัมพันธ์เป็นเหตุเป็นผลได้) ความรู้เชิงระบบ (แสดง หลักการที่ซับซ้อน ระบบถึงผลกระทบได้) องค์ความรู้ (ขยาย ความรู้เชิงระบบเชิงระบบเป็นภาพใหญ่ เกิดความเห็นแจ้งแทง ตลอด)
  16. 16. 4.2 การกาหนดหลักฐานที่แสดงว่าผู้เรียนได้บรรลุเป้าหมายที่ พึงประสงค์ ครูจะต้องวางแผนกาหนดชิ้นงานที่พอเพียงเหมาะสมกับการสรุปเป็น ความรู้ที่พึงประสงค์ที่เป็นความรู้ฝังแน่น โดยจัดทาเป็นมิติคุณภาพ (Rubrics)ที่ครูจะวางแผนและสอนให้ผู้เรียนเพิ่มคุณภาพผลงานสูงขึ้น ตามระดับที่ครูตั้งไว้ เช่น ผลงานของนักเรียนและการแสดงออก เป็นต้น เมื่อเรียนจบแล้วผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ที่เป็นกระบวนการ ทางาน กระบวนการคิด กระบวนการพัฒนาทางอารมณ์และสังคม ซึ่ง จะติดตัวผู้เรียนไป
  17. 17. 4.3 การวางแผนการจัดการเรียนรู้และการสอน ครูจะต้องวางแผนการจัดการเรียนรู้และการสอนให้ผู้เรียนไปถึง การเรียนวิธีการเรียนรู้โดยครูจะต้องออกแบบชิ้นงานให้ผู้เรียนได้ทา ชิ้นงานเหล่านั้นกับการสรุปเป็นความรู้ โดยครูอาจนาคาถามที่ท้าทาย เป็นแนวทางให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองก็จะเกิดความรู้ที่คงทนนั่น คือผู้เรียนใช้กระบวนการทางานเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นความเข้าใจที่คงทน ทาให้สามารถอธิบายยกตัวอย่างแสดงผลกระทบ ทาให้เข้าใจตนเองและ ผู้อื่น หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือครูจัดองค์ความรู้เป็นกิจกรรมสุดท้ายที่ ผู้เรียนเป็นผู้สร้างเองและสรุปเอง
  18. 18. 5. พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างมาตรฐาน 5.1 นามาตรฐานตัวชี้วัดของแต่ล่ะกลุ่มสาระที่อยู่ในขอบเขตเดียวกัน 5.1.1 ความรู้แบบกายภาพ(รูปลักษณะภายนอกและภายในของสาระที่เรียน) 5.1.2 ความคิดรวบยอด(นาลักษณะร่วมที่สาคัญของสิ่งต่างๆมาจัดเป็นกลุ่ม) 5.1.3 หลักการ(แสดงความสัมพันธ์เป็นเหตุเป็นผล) 5.1.4 ระบบ(แสดงความสัมพันธ์ของปัจจัย กระบวนการผลผลิตและ ผลกระทบ) 5.1.5 ระบบใหญ่(แสดงองค์ความรู้ของสิ่งที่ผู้เรียนรู้)
  19. 19. 5. พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างมาตรฐาน 5.1.5 ระบบใหญ่(แสดงองค์ความรู้ของสิ่งที่ผู้เรียนรู้) ครูจะต้องตงลงกันเองว่าระดับชั้นใดควรสอนสาระความรู้ในระดับใด เพื่อจะได้นามาพัฒนาผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่องไม่ซับซ้อนกัน เช่น ป.1-2 ก็ควรสอนความรู้ในระดับกายภาพ ป.3-4 ควรเป็นการสร้างความคิด รวบยอด ป.5-6 ควรเป็นหลักการ ม.1-3 ควรเป็นระบบ ม.4-6 ควรเป็นระบบใหญ่ เป็นต้น
  20. 20. 5.2 แปลงมาตรฐาน ตัวชี้วัดและหน่วยการเรียนรู้ที่จัดทา มีอยู่ 5 ระดับ มีดังนี้ ระดับที่ 1 เลียบแบบ ผู้เรียนสามารถทาตามสิ่งที่ได้เรียน ระดับที่ 2 ดัดแปลง ผู้เรียนสามารถแสดงความเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนหรือปรับบางส่วนไม่ ซับซ้อน ระดับที่ 3 เกิดความคิดรวบยอด ผู้เรียนสามารถแสดงความสัมพันธ์ได้มากกว่า 1 มิติ ระดับที่ 4 เห็นหลักการ ผู้เรียนสามารถแสดงความสัมพันธ์เป็นเหตุเป็นผล นาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ สร้างเป็นองค์ความรู้ได้ ระดับที่ 5 สร้างเครือข่าย ผู้เรียนสามารถแสดงความสัมพันธ์เป็นระบบใหญ่ สร้างเครือข่ายและสามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้
  21. 21. 5.3 นามิติคุณภาพที่ครูต้องการจะพัฒนาผู้เรียน ในเนื้อหาสาระจาก หน่วยการเรียนรู้ที่กาหนดมาออกแบบการเรียนรู้ ในเนื้อหาสาระจากหน่วยการเรียนรู้ที่กาหนดมาออกแบบการเรียนรู้ โดย สอนความรู้พื้นฐานก่อน(ถ้าผู้เรียนขาดส่วนนี้)แล้วจึงกาหนดชิ้นงานที่ ผู้เรียนจะร่วมมือกันสร้างขึ้น ใช้กระบวนการที่จะเปลี่ยนตัวป้อน เปลี่ยน ข้อมูลที่รวบรวมได้ให้เป็นความเข้าใจที่คงทน ซึ่งครูควรนาด้วยกิจกรรม และคาถามที่ท้าทายทีละขั้น เช่น สอนคุณธรรมด้านความสุข คาถามแต่ ละขั้นตอนอาจจะมีดังนี้ “ความสุขคืออะไร”
  22. 22. 5.4 นาแผนที่วางไว้มาลงรายละเอียดในแผนการจัดการเรียนรู้ตามกรอบ ที่กาหนดรวมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และบรรยากาศของกัลยาณมิตร ให้ครบองค์ประกอบของการเขียน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ดี 5.5 นาแผนนี้ไปสอนจริงและบันทึกผลลการสอนลงในส่วนท้ายของแผน เพื่อเป็นข้อมูลการปรับปรุงและนาไปใช้ในครั้งต่อไป
  23. 23. 1. มัลติมีเดียบนเครือข่ายตามแนวคิดสตรัคติวิสต์ 1.1 พัฒนามัลติมีเดียตามขั้นตอนที่ได้กาหนดไว้ โดยใช้โปรแกรม Macromedia Flash ในการสร้างงานแอนิเมชั่น และโปรแกรม Adobe Photoshop cs2 ในการตกแต่งภาพรูปภาพและโปรแกรม Window Media Player ในการบันทึกเสียงเพื่อจัดทาสคริปเสียง จัดลาดับการนาเสนอ ได้แก่ แนะนาขั้นตอนการเรียนรู้ วัตถุประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรียน สถานการณ์ปัญหา ธนาคารความรู้ ฐานการช่วยเหลือ การร่วมมือ แก้ปัญหา ห้องบันเทิง และแบบทดสอบหลังเรียน เมื่อสร้างเสร็จแล้วได้นาเสนอต่ออาจารย์ที่ ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา ด้านการออกแบบและด้านสื่อบนเครือข่าย เพื่อ ตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสม
  24. 24. 1. มัลติมีเดียบนเครือข่ายตามแนวคิดสตรัคติวิสต์ 1.2 นาข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญมาทาการปรับปรุงแก้ไข 1.2.1 ตาแหน่งของปุ่มต่างๆให้อยู่ในตาแหน่งเดิมทุกหน้าของเนื้อหา 1.2.2 ข้อความจะต้องเป็นภาษาไทยเท่านั้นเพื่อให้ผู้เรียนอ่านง่ายขึ้น เช่น ปุ่ม Next เปลี่ยนเป็น ปุ่ม ถัดไป 1.2.3 ในบทเรียนให้เพิ่มดาวน์โหลดข้อมูลที่เป็นเอกสาร ให้ผู้เรียนสามารถ ดาวน์โหลดเนื้อหาในบทเรียนเพื่อทบทวนความรู้ 1.2.4 ลดขนาดของไฟล์มัลติมีเดียเพื่อให้การโหลดเร็วขึ้น 1.2.5 ปรับปรุงตัวอักษรและขนาดให้อ่านง่ายขึ้น 1.3 นามัลติมีเดียที่ได้ปรับปรุงแก้ไขสมบรูณ์แล้ว ส่งขึ้นบนเครือข่าย
  25. 25. 2. แบบประเมินคุณภาพมัลติมีเดีย แบ่งประเด็นเป็น 3 ด้าน คือ 1. ด้านเนื้อ 2. ด้านสื่อบนเครือข่าย 3. การออกแบบตามแนวคอนสตรัคติวิสต์
  26. 26. 2. แบบประเมินคุณภาพมัลติมีเดีย (ต่อ) ผู้วิจัยได้กาหนดเป็นแบบมาตรฐานส่วนประมาณค่า (Rating Scale) โดย กาหนดค่าของคะแนนเป็น 5 ระดับ ตามวิธีของลิเคร์ท คือ เหมาะสมมากที่สุด ระดับคะแนน 5 เหมาะสมมาก ระดับคะแนน 4 เหมาะสมปานกลาง ระดับคะแนน 3 เหมาะสมน้อย ระดับคะแนน 2 เหมาะสมน้อยทีสุด ระดับคะแนน 1 หลังจากนั้นนาไปเสนออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และความครอบ ของแบบประเมิน
  27. 27. 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ขั้นการพัฒนาดาเนินการดังนี้ 3.1 สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตามเนื้อหาย่อยและ จุดประสงค์การเรียน เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือกจานวนข้อ ทั้งหมด 36 ข้อ ซึ่งต้องการใช้จริง 30 ข้อ
  28. 28. 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3.2 นาแบบทดสอบไปให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินความสอดคล้องระหว่าง ข้อสอบกับจุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ 3 ท่าน เพื่อพิจารณาว่าข้อสอบแต่ละข้อมีความสอดคล้องกับจุดประสงค์หรือไม่ อย่างไรถ้าสอดคล้องให้เป็น +1 แต่ถ้าไม่สอดคล้องให้เป็น -1 และไม่แน่ใจ ให้เป็น 0
  29. 29. 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3.3 วิเคราะห์ข้อมูล โดยหาผลรวมของคะแนนในแบบทดสอบแต่ละข้อ ของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดแล้วนามาหาค่าเฉลี่ยเพื่อดูดัชนีความสอดคล้อง ระหว่างข้อคาถามของแบบทดสอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม โดยใช้สูตร IOC หลังจากพิจารณาค่าเฉลี่ยของแบบทดสอบแต่ละข้อและตัดสินใจเลือก ข้อที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบแต่ละข้ออยู่ระหว่าง 0.67-1.00
  30. 30. 4. แบบทดสอบวัดความสามารถคิดวิเคราะห์ ขั้นการพัฒนาดาเนินการดังนี้ 4.1 สร้างแบบทดสอบวัดความสามารถคิดวิเคราะห์ พิจารณา อัตราส่วนของแบบทดสอบที่เหมาะสม ซึ่งวัดทักษะด้านการคิด วิเคราะห์ของผู้เรียน 2 ด้าน คือ ความสามารถในด้านการจาแนก แจกแจง และความสามารถในการหาความสัมพันธ์เชิงเหตุผล เป็น ข้อสอบแบบอัตนัย จานวน 16 ข้อ ต้องการใช้จริง 10 ข้อ มีเกณฑ์ การให้คะแนนแต่ละข้อคือ
  31. 31. 4. แบบทดสอบวัดความสามารถคิดวิเคราะห์ (ต่อ) ความสามารถในด้านการจาแนกแจกแจง 0 คะแนน ไม่สามารถตอบคาถามหรือตอบไม่ตรงประเด็น 1 คะแนน สามารถระบุสาเหตุได้ครอบคลุมปัญหา 2 คะแนน นอกจากจากข้อ1 และยังสมารถจัดลาดับความสาคัญของ สาเหตุว่าสาเหตุใดน่าจะเป็นอันดับแรก 3 คะแนน นอกจากข้อ2 และวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย และจุดที่ น่าสนใจของแต่ละองค์ประกอบ
  32. 32. 4. แบบทดสอบวัดความสามารถคิดวิเคราะห์ (ต่อ) ความสามารถในการหาความสัมพันธ์เชิงเหตุผล 0 คะแนน ไม่สามารถตอบคาถามหรือตอบไม่ตรงประเด็น 1 คะแนน สามารถอธิบายโครงสร้างความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ 2 คะแนน นอกจากจากข้อ1 และยังสมารถอ้างอิงทฤษฎี หรือข้อมูล ประกอบคะแนน นอกจากข้อ2 และสามารถแนะนาแนวทางตามสาเหตุ
  33. 33. 4. แบบทดสอบวัดความสามารถคิดวิเคราะห์ (ต่อ) 4.2 นาแบบทดสอบคิดวิเคราะห์ที่สร้างเสร็จแล้วให้ผู้เชี่ยวชาญ ด้านเนื้อหา จานวน 3 ท่าน เพื่อพิจารณาว่าข้อสอบแต่ละข้อมีความสอดคล้องกับจุดประสงค์ หรือไม่อย่างไรถ้าสอดคล้องให้เป็น +1 แต่ถ้าไม่สอดคล้องให้เป็น -1 และไม่แน่ใจให้เป็น 0 โดยใช้สูตร IOC หลังจากพิจารณาค่าเฉลี่ยของ แบบทดสอบแต่ละข้อและตัดสินใจเลือกข้อที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง ของแบบทดสอบแต่ละข้ออยู่ระหว่าง 0.67-1.00
  34. 34. 5. แบบวัดความพึงพอใจของผู้เรียน ขั้นการพัฒนา ดาเนินการดังนี้ 5.1 พัฒนาแบบวัดความพึงพอใจใช้เป็นแบบวัดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ตามวิธีของลิเคิร์ท แบ่งความรู้ออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้ ระดับ 5 หมายถึง มีความพึงใจมากที่สุด ระดับ 4 หมายถึง มีความพึงพอใจมาก ระดับ 3 หมายถึง มีความพึงพอใจปานกลาง ระดับ 2 หมายถึง มีความพึงพอใจน้อย ระดับ 1 หมายถึง มีความพึงพอใจน้อยที่สุด
  35. 35. 5. แบบวัดความพึงพอใจของผู้เรียน (ต่อ) 5.2 นาแบบวัดความพึงพอใจที่สร้างขึ้นนาไปให้อาจารย์ที่ปรึกษา ตรวจสอบความชัดเจนของภาษาและความถูกต้องตามเนื้อหา แก้ไข ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ
  36. 36. สรุป การพัฒนา (Development) ขั้นการพัฒนาเป็นขั้นที่ 3 ของ ADDIE Model เน้นไปที่การสร้างผลผลิต จากขั้นออกแบบ ทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผล ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนย่อย คือ 1. การพัฒนาบทเรียน 2. การพัฒนาระบบจัดการเรียนการสอน 3. การรวมบทเรียน 4. การจัดทดสอบนาร่องโดยใช้บริบทที่สอดคล้องกับสภาพจริง
  37. 37. ผลผลิตที่ได้จากขั้นการพัฒนามีดังนี้ 1. แผนการจัดการเรียนรู้ 2. สื่อและทรัพยากรสนับสนุนองค์ความรู้ 3. ยุทธศาสตร์การเรียนการสอน 4. คู่มือการเรียนรู้ของผู้เรียน และคู่มือการเรียนการสอนของครู 5. ผลการทดสอบนาร่อง 6. ข้อแนะนาการปรับปรุงแก้ไข
  38. 38. สมาชิกในกลุ่ม 1.นายพลวัตร อุ่นเพ็ญ รหัสนักศึกษา 548144223 2.นางสาวนภาลัย บัวระภา รหัสนักศึกษา 548144225 3.นางสาวสยามล พิมพ์ศรี รหัสนักศึกษา 548144226 4.นางสาวปริชญา ราชบัณดิษฐ รหัสนักศึกษา 548144228 5.นายภัทรวุธ มัคละแสน รหัสนักศึกษา 548144231 6.นายภัทรพล อื่นมัง รหัสนักศึกษา 548144232 7.นายศรัณยวัฒน์ พลเรียงโพน รหัสนักศึกษา 548144236 8.นางสาวสุนทรี วงศ์สุริยา รหัสนักศึกษา 548144238 9.นายพงษ์วิจิตร สาสุทธิ์ รหัสนักศึกษา 548144240 10นางสาวอชิรญาณ์ แสนเสนา รหัสนักศึกษา 548144241 11.นางสาววันดี วิทยาเวทย์ รหัสนักศึกษา 548144242 12.นางสาวขนิฐา อุ่นคา รหัสนักศึกษา 548144244 13.นางสาววลัยลักษณ์ ภักดีกาจร รหัสนักศึกษา 548144246 สาขาคอมพิวเตอรืศึกษา หมู่ 2 ชั้นปีที่ 4
  39. 39. จบการนาเสนอแล้วนะครับ/ค่ะ

×