O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.

ความฝัน ความสุข ความเสี่ยง

1.115 visualizações

Publicada em

เพื่อให้ความฝันเป็นตัวจุดประกายเพื่อสร้างความสุขในการจัดการความเสี่ยงในองค์กรของเรา

Publicada em: Aperfeiçoamento pessoal
  • Seja o primeiro a comentar

ความฝัน ความสุข ความเสี่ยง

  1. 1. ความฝัน ความสุข ความเสียงความฝัน ความสุข ความเสียง นายสุรเดช ศรีอังกูร เลขานุการคณะกรรมการบริหารจัดการความเสียง นําเสนอโรงพยาบาลศรีสังวาลย์และเครือข่ายบริการสุขภาพจังหวัดแม่ฮ่องสอน 17-18 สิงหาคม 2558
  2. 2. 2 ความน่าไว้วางใจ (Reliability) คุณภาพทีปราศจากข้อผิดพลาดในทุกลมหายใจ ผู้รับบริการได้รับบริการทีดี เราได้รับความน่าไว้วางใจ คําว่า "คุณภาพ" ทําให้เกิดความรู้สึกว่าผู้ได้คือผู้รับผลงานฝ่ายเดียว แต่คําว่า "น่าไว้วางใจ" นันทําให้เกิดความรู้สึกว่าได้กันทังสองฝ่าย ผู้รับได้รับสิงทีดีน่า ไว้วางใจ ผู้ให้ได้รับความไว้วางใจ
  3. 3. กระบวนการ เรียนรู้ การประเมินตนเอง การพัฒนาตนเอง การประเมินจากภายนอก (เยียมสํารวจ) การรับรองคุณภาพ แนวคิดพืนฐานของกระบวนการ Hospital Accreditation (HA) คุณภาพและความปลอดภัย ค่านิยมและแนวคิดหลัก -HA เป็นกระบวนการเรียนรู้ -มุ่งเน้นผู้ป่ วยและสุขภาพ -พัฒนาต่อเนือง Hospital Accreditation (HA) คือกลไกประเมิน เพือกระตุ้น ให้เกิดการพัฒนาระบบงานภายในของโรงพยาบาล โดยมีการพัฒนาอย่างเป็นระบบ และพัฒนาทังองค์กร ทําให้องค์กรเกิดการเรียนรู้ มีการประเมิน และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนือง
  4. 4. 4 1. มุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ (Learning Process) 2. การดูแลด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ (Humanized Healthcare) 3. การกระตุ้นการพัฒนาความเสียงด้วยความเป็น กัลยาณมิตร (Appreciated Inquiry) 4. การพัฒนาตามแนวคิดไตรสิกขา หรือ Triple S พฤติสัมพันธ์-จิต-ปัญญา (System-Spiritual-Science ) (มีระบบ มีหัวใจ มีความเป็นจริง) รู้เขา และรู้เราในการสร้างความปลอดภัย
  5. 5. ความปลอดภัย “ เมือผู้ป่วยคือมนุษย์คนหนึงเหมือนกับเรา เราก็ต้องใช้ ความพยายามทุกวิถีทางทีจะสร้างความปลอดภัยใน การดูแลเขาเหล่านัน แต่การทีเราจะสร้างความ ปลอดภัยขึนได้นัน ต้องมี ความจริงใจ เปิ ดใจ เปิ ด กว้าง ตรวจสอบได้ มีจุดมุ่งหมายเพือลดอันตราย/ ความเสียงทีเกิดขึนจากการให้บริการ ในฐานะที ความปลอดภัยเป็นความต้องการพืนฐานทีมนุษย์คน หนึงควรได้รับและตัวเราก็ต้องการเช่นกัน ”
  6. 6. ฝันเพือ… Patient safety ผู้ป่วยคือศูนย์กลางในเรืองความปลอดภัย ( Patient Center Care ) ความเสียงสู่การออกแบบกระบวนการทีดีขึน มีคุณภาพมากขึน ( CQI, Innovation, HFE) ความเสียงคือการสร้างความสุข ( Happy Risk management ) ความเสียงคือการสร้างองค์กรให้เป็นองค์กรทีน่าไว้วางใจ ( High Reliability Organization, Patient Safety Culture ) ความเสียงคือการประสานความร่วมมือกันแบบไร้รอยต่อ และมี ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
  7. 7. ผู้ป่วยคือศูนย์กลางในเรืองความปลอดภัย เราบริหารจัดการความเสียงเพือใคร…? เพือเรา เพือผู้ป่วย/ผู้รับริการ
  8. 8. เพือเรา เพือผู้ป่วย/ผู้รับริการ การแก้ไขความเสียงทีเกิดขึนคือคํา ว่า “ การทบทวนต่างๆ ” ความเสียงจะได้รับการทบทวนสาเหตุที แท้จริงสู่มาตรการป้ องกันทีเหมาะสม การแก้ไขตัวบุคคลมากกว่าระบบ การแก้ไขระบบมากกว่าตัวบุคคล การค้นหาความเสียงเชิงรับมากกว่า เชิงรุก การค้นหาความเชิงรุกมากกว่าเชิงรับ การทํา 12 กิจกรรมทบทวนไม่ ต่อเนือง การทํา 12 กิจกรรมทบทวนอยู่ในงาน ประจํา และต่อเนือง
  9. 9. เพือผู้ป่วย/ผู้รับริการ มิติคุณภาพ สิงทีผู้ป่วยบอกเราว่า Accessibility เข้าถึงได้ง่าย ไม่รอนาน เท่าเทียมกัน Continuity of services ไม่ซับซ้อน ไร้รอยต่อ ดูแลต่อเนือง Effectiveness/Appropriateness เหมาะสม ทันสมัย รักษาเก่ง รักษาหาย Efficiency มีความคุ้มค่า Patient/People-centeredness ใส่ใจ ให้เวลา รับฟัง พูดดี พูดรู้เรือง ดูแลทังคน ดูแลเหมือนเป็นมนุษย์คน หนึง Population focus เป็นอะไรเราก็รักษาได้ (ตามบริบท) Safety ไม่มีของแถม ฉันปลอดภัย
  10. 10. ความเสียงสู่การออกแบบกระบวนการทีดีขึน มีคุณภาพมากขึน สร้างสรรค์ เพือความสุข เพือคุณภาพ เพือความปลอดภัย ภาพจากภาพจาก SlideSlide ของของท่านอาจารย์ท่านอาจารย์อนุวัฒน์อนุวัฒน์ ศุภศุภชุติกุลชุติกุล
  11. 11. โอกาส ความเป็นจริง วิชาชีพ ผู้รับผลงาน มาตรฐาน ความต้องการ ศักยภาพศักยภาพ โอกาสในการพัฒนา บรรทัดฐานบรรทัดฐาน ความสูญเสียความสูญเสีย ความเสียงความเสียง สภาพปัจจุบันสภาพปัจจุบัน ความคาดหวังความคาดหวัง ปัญหาปัญหา ปัญหาปัญหา จุดกําเนิดของการพัฒนาคุณภาพ ความปลอดภัย
  12. 12. QAQA CQICQI RMRMมาตรฐานมาตรฐาน กิจกรรมทบทวนกิจกรรมทบทวน การตามรอยการตามรอย 55 สส การแก้ไขการแก้ไข การป้ องกันการป้ องกัน การพัฒนาการพัฒนา โอกาสในการพัฒนาทุกอย่างล้วนอยู่ในงานประจํา….!
  13. 13. การเชือมโยงการแก้ปัญหา/ปรับปรุงระบบ วางระบบ ทําตามระบบ ทบทวน ตรวจสอบ หน่วยงาน/กระบวนการ ปรับปรุงระบบ ความเสียง แก้ไข วิเคราะห์ แนวโน้ม ระบบบริการระบบบริการ,,ระบบบริหารระบบบริหาร,,ระบบมอบหมายงานระบบมอบหมายงาน การเพิมพูนความรู้การเพิมพูนความรู้,,ระบบบํารุงรักษาระบบบํารุงรักษา
  14. 14. ดังนัน ความ เสียง คิดบวก คิด สร้างสรรค์ หาสาเหตุ หาหลักฐาน สนับสนุน
  15. 15. ความเสียงคือการสร้างความสุขในองค์กร ความเสียงคือการสร้างความปลอดภัยให้กับ ตัวเรา ครอบครัวของเรา ผู้รับบริการ องค์กร และชุมชน ความเสียงทําให้เกิดการพัฒนาทังตัว บุคลากร หน่วยงาน และองค์กร ความเสียงทําให้องค์กรของเราเป็นทีน่า ไว้วางใจจากผู้รับบริการ
  16. 16. ความเสียงคือการสร้างความสุข (ต่อ) ความเสียงทําให้องค์กรของเราเป็น ตัวอย่างทีดีขององค์กรอืน ความเสียงเป็นการสร้างความร่วมมือกัน ความสามัคคีให้เกิดขึนในองค์กร ด้วย แนวคิดความเสียงของเธอก็คือของฉัน และความเสียงของฉันก็คือความเสียงของ เธอ
  17. 17. Negative Thinking Positive Thinking เรามองความเสียงเป็นอย่างไร
  18. 18. เทวดาเทวดา หรือหรือ ซาตานซาตาน RISKRISK
  19. 19. ความเสียงคือการสร้างองค์กรให้เป็นองค์กร….. เป็นองค์กรทีน่าไว้วางใจ High Reliability Organization
  20. 20. อะไรคือ…องค์กรทีน่าไว้วางใจ คือองค์กรทีสามารถตอบสนองต่อ ความคาดหวัง ของ ผู้รับบริการได้ ทําหน้าทีตามบริบท ตามหน้าที และมีการปฏิบัติ อย่างต่อเนือง น่าไว้วางใจ = ได้รับความไว้วางใจจากผู้รับบริการ
  21. 21. ความคาดหวังของผู้รับบริการ เข้าถึงได้ , ถูกต้องเหมาะสม , ได้ผลการรักษาทีดี , ปลอดภัยและไม่มีของแถม, คุ้มค่า , เท่าเทียม, ดูแลด้วยหัวใจ , ใส่ใจทุกความต้องการ , ทันการณ์ “พบว่าผู้รับบริการต้องการ ความปลอดภัย และดูแลด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์มากทีสุด ”
  22. 22. ความน่าไว้วางใจ • รถพยาบาลทีน่าไว้วางใจ: รถพร้อม อุปกรณ์พร้อม คนพร้อม • รปภ. ทีน่าไว้วางใจ: คล่องแคล่ว ฉับไว รับมือได้ทุกเรืองราว • EMS ทีน่าไว้วางใจ: ทันใจ ปลอดภัย • ห้อง Lab ทีน่าไว้วางใจ : ถูกต้อง ถูกคน ทันเวลา เชือถือได้ • การรักษาทีน่าไว้วางใจ : หาย ไม่มีภาวะแทรกซ้อน สามารถ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ • ห้องคลอดทีน่าไว้วางใจ : ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย • และน่าไว้วางใจ…อืน ๆ
  23. 23. เส้นทางสู่องค์กรทีปลอดภัย น่าไว้วางใจ องค์ประกอบสู่เส้นทาง Mindset (ทัศนคติ ความคิด) Mindfulness (การตืนรู้ มีสติ) Safety Culture (วัฒนธรรมความปลอดภัย)
  24. 24. Mindset “ ความคิด ทัศนคติ ทีฝังอยู่ในตัวของเรา ทีคอย กําหนดพฤติกรรม การกระทําและการตัดสินใจ ของตัวเรา ”
  25. 25. Mindset
  26. 26. Fixed Mindset Growth Mindset เราแก้ไขไม่ได้หรอก ความ เสียงทีเกิดขึนเพราะ เกียวข้องกับใครหลายๆคน อาจจะทําไม่ได้ในตอนนี แต่คิด ว่าสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้ ด้วย ความพยายาม จนสามารถแก้ไข ได้ในทีสุด ทําอย่างไรความเสียงเรืองเดิมๆ ก็เกิดขึนซําอีก การทีจะเราประสบความสําเร็จ ย่อมล้มลุกคลุกคลานกว่าทีจะ ประสบความสําเร็จ ดังนันเรา ต้องร่วมด้วยช่วยกันหาสาเหตุที แท้จริงของความเสียงทีเกิดขึน
  27. 27. Fixed Mindset Growth Mindset ไม่ใช่ความผิดของฉัน ต้องเป็นของใครสักคนใน ทีนี ถ้าฉันไม่แสดงความรับผิดชอบ ฉันก็ไม่สามารถแก้ไข ปรับปรุง ตัวฉันได้ ขอให้ฉันดูก่อนว่าทํา อะไรได้บ้าง ความเสียงนีใครเป็นคนทํา ความผิดพลาดเกิดจากใคร ระบบหรือวิธีปฏิบัติงานมี จุดอ่อนซ่อนอยู่ตรงไหนนะ ขันตอน กระบวนการการทํางาน ก็ดีอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องเปลียน เลย ขันตอน กระบวนการทีเราทําอยู่ นี ยังมีอะไรทีจะเป็นโอกาสใน การพัฒนาได้อีก
  28. 28. การสร้าง Growth Mindset 1. จงรับรู้ และรับฟังเสียงของ Fixed Mindset ทีเกิดขึน 2. เราต้องคิดเสมอว่าชีวิตของเรามีทางเลือก ทีจะเลือกคิดแบบ Growth Mindset 3. คุยหรือสะท้อนกลับด้วยความคิดแบบ Growth Mindset เพือ ระงับความคิดแบบ Fixed Mindset 4. นํา Growth Mindset ทีเกิดขึน นํามาปฏิบัติให้เห็นผล นีคือความคิดเชิงบวกทีจะนําพาให้เราดูแลผู้ป่วยอย่างปลอดภัย เพราะเราจะไม่ติดอยู่ในความคิดเชิงลบทีจะทําให้เราไม่ลงมือทํา
  29. 29. Mindfulness (การตืนรู้ มีสติ) การใคร่ครวญ พินิจ พิเคราะห์ (ตืนรู้ทางความคิด) การคาดการณ์ (ตืนรู้ในใจ) การเตรียมพร้อม (ตืนรู้ทางกาย) ตาดู (ตืนรู้ทางตา) หูฟัง (ตืนรู้ทางหู)
  30. 30. ใคร่ครวญ พินิจ พิเคราะห์(ตืนรู้ทางความคิด)
  31. 31. ใคร่ครวญ พินิจ พิเคราะห์(ตืนรู้ทางความคิด)…ต่อ อะไรคือ…การไม่เอาง่ายเข้าว่า • ค้นหาสาเหตุทีแท้จริง RCA (สาเหตุตัวแม่) เมือเกิดความเสียงที สําคัญ/รุนแรง เพือแก้ไขได้ตรงจุด และไม่ให้ความเสียงนัน เกิดขึนซําอีก • ขันตอนการปฏิบัติงาน/วิธีการปฏิบัติงานทีวางไว้หรือกําหนดไว้ ควรปฏิบัติตามทีวางไว้ แม้จะมองว่าขันตอนหรือวิธีการนันไม่มี อะไร เป็นขันตอนง่ายๆ แต่การไม่มีอะไรหรือง่ายๆ มักนํามาสู่ ความเสียงทีสําคัญ/รุนแรง
  32. 32. ใคร่ครวญ พินิจ พิเคราะห์(ตืนรู้ทางความคิด)…ต่อ • มาตรฐานการปฏิบัติงานคือสิงทีกําหนดไว้เพือให้การ ปฏิบัติงานปฏิบัติได้ถูกต้อง และเกิดความปลอดภัยแก่ ผู้รับบริการ จึงควรนํามาตรฐานมากํากับไว้ในใจเสมอ ในขณะทีเราปฏิบัติงาน • ใช้หลักกาลามสูตร 10 ประการเพือประกอบการวิเคราะห์ ข้อมูลทีเกิดขึน • อืนๆ
  33. 33. 1. อย่าปลงใจเชือ ด้วยการฟังตามๆ กันมา 2. อย่าปลงใจเชือ ด้วยการถือสืบๆ กันมา 3. อย่าปลงใจเชือ ด้วยการเล่าลือ 4. อย่าปลงใจเชือ ด้วยการอ้างตําราหรือคัมภีร์ 5. อย่าปลงใจเชือ เพราะตรรกะ 6. อย่าปลงใจเชือ เพราะการอนุมาน 7. อย่าปลงใจเชือ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล 8. อย่าปลงใจเชือ เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีทีตังไว้แล้ว 9. อย่าปลงใจเชือ เพราะมองเห็นรูปลักษณะว่าน่าจะเป็นไปได้ 10. อย่าปลงใจเชือ เพราะนับถือว่า ท่านผู้นี เป็นครูของเรา กาลามสูตร 10 ประการ
  34. 34. คาดการณ์ (ตืนรู้ในใจ)
  35. 35. การวิเคราะห์ โอกาสทีจะเกิดปัญหา ความเสียง ข้อบกพร่องต่างๆ ตังแต่ขันตอนการออกแบบกระบวนการการทํางาน เพือให้เกิด ความปลอดภัยมากทีสุด การวิเคราะห์จุดอ่อน จุดบกพร่อง โอกาสทีจะเกิดความเสียง ของขันตอนการทํางาน เพือสร้างความปลอดภัย ( Failure mode and effect analysis : FMEA ) FMEA
  36. 36. เตรียมพร้อม (ตืนรู้ทางกาย)
  37. 37. การเตรียมความพร้อม การเตรียมความพร้อมสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระดับ 1. ภาวะปกติ : คือการทํางาน/การปฏิบัติงานทีเราทําอยู่ทุกวัน เรา ต้องหมันตรวจสอบสอบว่า เครืองมือ อุปกรณ์ วัสดุอุปกรณ์ ต่างๆ ยา กําลังคน ให้มีความพร้อมในการให้บริการแก่ ผู้รับบริการในวันนัน เวรนัน 2. ภาวะฉุกเฉิน : คือภาวะทีเราต้องให้บริการด้วยเหตุฉุกเฉิน เช่น ผู้ป่วยทีอยู่ในภาวะ Shock , Arrest หรืออุบัติภัยหมู่ หน่วยงาน ควรมีการเตรียมความพร้อมเช่น การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม การอบรมบุคลากรและ การซ้อมแผนต่างๆให้มีความชํานาญ เพือรับมือได้อย่างทันท่วงที
  38. 38. การเตรียมความพร้อม (ต่อ) 3. เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ทีป้ องกันได้ คือความเสียงทีเรา สามารถป้ องกันได้ หน่วยงานควรหมันประเมินผลว่าแนวทางที วางไว้นันมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลเพียงใดในการป้ องกัน ที สําคัญเมือเรากําหนดแล้วควรนําไปปฏิบัติในหน้างาน เมือให้ความ เสียงนันลดลงหรือหมดไป 4. เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ทีป้ องกันไม่ได้ คือความเสียงที เกิดขึนแล้ว แม้ว่าเราจะมีการกําหนดมาตรการต่างเพือใช้ในการ ป้ องกัน แต่บางครังก็ไม่สามารถป้ องกันได้ สิงทีหน่วยงานควร ดําเนินการคือการเตรียมความพร้อมเพือรับมือยามทีเหตุการณ์ไม่ พึงประสงค์นันเกิดขึน เพือบรรเทา ลดความสูญเสีย ลดความ รุนแรงให้เหลือน้อยทีสุด
  39. 39. ตาดู (ตืนรู้ทางตา)
  40. 40. ต่อมเอ๊ะ ! ต่อมเอ๊ะ อย่างง่ายๆ การดูแลผู้ป่วยต้อง เอ๊ะ ด้วย C3THER C : Care เอ๊ะ ! เราดูแลผู้ป่วยเต็มที เต็มความสามารถแล้วหรือยัง C : Communication เอ๊ะ ! เราสือสารกับผู้ป่วย ผู้ป่วยสือสารกับเราดีหรือยัง C : Continuity เอ๊ะ ! เราส่งต่อข้อมูลดูแลผู้ป่วยในเวรต่อไปดีหรือยัง T : Team เอ๊ะ ! เราได้เชือเชิญวิชาชีพอืนมาดูผู้ป่วยครบถ้วนหรือยัง H : Human resource เอ๊ะ ! เราใช้ความรู้ของเราเต็มทีหรือยัง R : Record เอ๊ะ ! เราบันทึกเวชระเบียนเพือส่งต่อข้อมูล ดีหรือยัง เหล่านีคือ ต่อมเอ๊ะ C3THER ทีใช้สายตา และสติทีฉับไวในการมอง
  41. 41. ต่อมเอ๊ะ (ต่อ) แต่ถ้าต้องการลดเหตุการณ์รุนแต้องเอ๊ะ! ด้วย Concurrent Trigger tool คือการค้นหาเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ด้วยการใช้ตัวส่งสัญญาณ (Trigger) ทีกําหนดตามบริบทขององค์กร ว่าน่าจะมีเหตุการณ์ ไม่พึงประสงค์เกิดขึนกับผู้ป่วยในขณะทีเราดูแลอยู่ เพือ ช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงทีลดการบาดเจ็บ สูญเสีย และสร้างความพึงพอใจให้ผู้ป่วย
  42. 42. หูฟัง (ตืนรู้ทางหู)
  43. 43. การฟัง • เราฟังผู้มีประสบการณ์มากกว่า เพือนําประสบการณ์ของเขา มา ปรับใช้ในการบริการให้ดีขึน • เราฟังเพือนวิชาชีพอืนๆ ทีต่างจากเรา เพือให้เราสามารถดูแล ผู้ป่วยได้สมบูรณ์ยิงขึน • เราฟังรุ่นน้อง เพราะรุ่นน้องอาจมีข้อมูลทีทันสมัยมากกว่าเราใน การดูแลผู้ป่วย • เราฟังญาติผู้ป่วย เพือให้ได้รับรู้ว่าพวกเค้ากังวลใจเรืองอะไร • ทีสําคัญเราต้องฟังผู้ป่วย เพราะผู้ป่วยเขารู้เรืองตัวเขาดีกว่าเรา
  44. 44. วัฒนธรรมความปลอดภัย(Safety Culture) เส้นทางสู่วัฒนธรรมความปลอดภัย • คุยกันวันละนิด จิตแจ่มใส • การจัดการกับอุบัติการณ์ทีเกิดขึน • การรายงานและการรับรู้เมือเกิดอุบัติการณ์ • สร้าง บรรยากาศ สภาพแวดล้อมความปลอดภัยในองค์กร
  45. 45. คุณภาพทีให้แก่ผู้รับผลงานภายในและคุณภาพทีให้แก่ผู้รับผลงานภายในและ ภายนอกได้รับภายนอกได้รับรอยต่อวิกฤติ รอยต่อวิกฤติ ผู้รับผลงานภายนอก/หน่วยงานภายนอก ความเสียงคือการประสานความร่วมมือกันแบบไร้รอยต่อ และมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ผู้รับผลงานภายใน/หน่วยงานภายใน ผู้รับผลงานภายนอก/หน่วยงานภายนอก
  46. 46. 49 การประสานเชือมโยงในระบบ Risk Management System วิเคราะห์ risk profile ของหน่วย วางมาตรการป้ องกัน สร้างความตระหนัก สือสาร ฝึกอบรม สร้างสิงอํานวยความสะดวก จัดระบบรายงาน/เฝ้ าระวัง RM Team Head Staff วิเคราะห์ risk profile ของทัง รพ. ทุกคนเป็น risk manager Esp เมือเกิดอุบัติการณ์ รายงานอุบัติการณ์ วิเคราะห์แนวโน้มของหน่วยวิเคราะห์แนวโน้มของ รพ. Update ค้นหา/ระบุความเสียงในแต่ละระดับ ประเมิน และปรับปรุง
  47. 47. การประสานเชือมโยงข้อมูลต่างๆในหน่วยงานการประสานเชือมโยงข้อมูลต่างๆในหน่วยงาน ภาพจากภาพจาก SlideSlide ของของท่านอาจารย์ท่านอาจารย์อนุวัฒน์อนุวัฒน์ ศุภศุภชุติกุลชุติกุล
  48. 48. ความร่วมมือเพือสร้างความปลอดภัย ผู้ปฏิบัติในหน่วยงานส่งต่อข้อมูลการดูแล ความเสียงของผู้ป่วย ระหว่างกัน หน่วยงานในองค์กรส่งต่อข้อมูล ความเสียงของผู้ป่วยอย่างมี ประสิทธิภาพ โรงพยาบาลชุมชน และรพ.สต ส่งต่อข้อมูล ความเสียงของผู้ป่วย อย่างมีประสิทธิภาพ โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทัวไป โรงพยาบาลศูนย์ต่อข้อมูล ความเสียงของผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการให้ข้อมูลความเสียงกับผู้ป่วย/ผู้ให้บริการ/สาธารณะ เพือนํามาปรับปรุง แก้ไข ป้ องกัน ให้เกิดความปลอดภัยเพิมมากขึน
  49. 49. ผู้ป่วยคือผู้ทีรู้ดีทีสุดของการเจ็บป่วยทีเกิดขึน ข้อมูลทีได้รับจาก ผู้ป่วยจึงเป็นข้อมูลทีสามารถนํามาป้ องกัน/แก้ปัญหาความเสียงที เกิดขึนได้ ดังนันควรรับฟังผู้ป่วย ผู้ป่วยควรมีส่วนร่วมในกระบวนการการดูแลและรักษา ทังใน เรืองการวินิจฉัย การรักษา การพูดคุยในเรืองความเสียงทีอาจ เกิดขึน การวางแผนการจําหน่าย การดูแลต่อเนืองทีบ้าน เป็นต้น ควรมีการพูดคุย แลกเปลียนเมือมีแนวโน้มว่าจะเกิดปัญหา หรือ ความเสียงขึนขณะรักษาอยู่ในโรงพยาบาลอย่างทันท่วงทีและ เปิ ดเผย ซึงจะช่วยผู้ป่วยได้ดีกว่าการทีจะแก้ไขเมือเกิดเหตุการณ์ไม่ พึงประสงค์เกิดขึนกับผู้ป่วยแล้ว ส่งเสริมการให้ข้อมูลความเสียงกับผู้ป่วย/ผู้ให้บริการ/สาธารณะ
  50. 50. คือหน้าทีของทุกๆท่าน ทุกๆคนในองค์กรทีจะช่วยกันสร้างขึนมา ดังกฎเสนาบดีว่าด้วยข้อปฏิบัติสําหรับผู้ประกอบโรคศิลปะซึงออก ตามพระราชบัญญัติการแพทย์เมือ พ.ศ. 2472 ทีระบุไว้ว่า ปฏิบัติหน้าทีอย่างเต็มความสามารถ ปฏิบัติหน้าทีด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท ปฏิบัติหน้าทีด้วยความหวังดีต่อคนไข้และญาติ " ถ้าท่านทําสามอย่างนี ยังมองไม่ออกว่า จะเกิดข้อฟ้ องร้องได้อย่างไร " ดังนันความฝัน ความสุข ความเสียง
  51. 51. ขอบพระคุณทุกๆท่านครับ www.Facebook.com/Suradetwww.Facebook.com/Suradet SriangkoonSriangkoon suradetsri@gmail.comsuradetsri@gmail.com

×