O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.

How to be better at (almost) everything sample

1.467 visualizações

Publicada em

เมื่อ 20 ปีก่อน คนที่ประสบความสำเร็จมักรู้ลึกเก่งจริงในเรื่องเดียว แต่วิธีคิดนี้กำลังล้าสมัยลงเรื่อยๆ ผู้ชนะในโลกสมัยใหม่กลับกลายเป็น “เป็ด” ซึ่งมีความสามารถรอบด้านแทน
นักธุรกิจตัวฉกาจ นักแสดงที่คนหลงใหล หรือคนที่ก้าวหน้าในที่ทำงาน มักไม่ได้เก่งที่สุด แต่พวกเขา “เก่งพอเอาตัวรอด” ในหลายด้าน จึงเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย และคว้าโอกาสใหม่ๆ ได้เสมอ
ในหนังสือเล่มนี้ Pat Flynn นักเขียนและนักธุรกิจชื่อดัง จะสอนความลับที่จะพัฒนาตัวคุณให้กลายเป็นคนเก่งรอบด้าน โดยคุณจะ...
เลิกเสียเวลาไปกับสิ่งไม่จำเป็น รู้สิ่งที่สำคัญจริงๆ ก็พอ
พัฒนาทักษะต่างๆ ได้เร็วทันใจ โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงต่อวัน
ใช้ทักษะอันหลากหลายเปิดโอกาสที่คุณคิดไม่ถึง เข้าถึงคนที่ไม่เคยสนใจคุณมาก่อน
เพราะชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะเก่งแค่ด้านเดียว

Publicada em: Aperfeiçoamento pessoal
  • Seja o primeiro a comentar

  • Seja a primeira pessoa a gostar disto

How to be better at (almost) everything sample

  1. 1. วิถีผู้ชนะ ฉบับคนเก่ง แบบเป็ ด HOW TO BE BETTER AT (ALMOST) EVERYTHING Pat Flynn
  2. 2. วิถีผู้ชนะฉบับคนเก่งแบบเป็ด HOW TO BE BETTER AT (ALMOST) EVERYTHING Copyright © 2019 Pat Flynn This edition published by arrangement with Kaplan/DeFiore Rights through Bridge Communications Co., Ltd. Thai language translation copyright © 2020 by Superposition Co., Ltd. All right reserved. เลขมาตรฐานสากลประจ�าหนังสือ 978-616-8109-19-9 ผู้เขียน: Pat Flynn ผู้แปล: ปฏิภาณ กุลวพันธ์ กองบรรณาธิการ: จิรวรรณ วงค�าเสา, ปิยะพงษ์ ศิริสุทธานันท์, ธีร์ มีนสุข, ธีพร บรรจงเปลี่ยน ออกแบบปก: สิริกุล ราษฎร์ดุษดี จัดรูปเล่ม: อรณัญช์ สุขเกษม ราคา 225 บาท จัดพิมพ์โดย ส�านักพิมพ์บิงโก ภายในเครือ บริษัท ซุปเปอร์โพซิชั่น จ�ากัด (Superposition Co., Ltd.) 18 ซอยดุลิยา ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. 10170 อีเมล superposition.books@gmail.com โทรศัพท์ 094-810-7272 เว็บไซต์ www.bingobook.co เฟซบุ๊ก www.facebook.com/bingobooks จัดจ�าหน่ายโดย บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จ�ากัด (มหาชน) SE-EDUCATION Public Company Limited เลขที่ 1858/87-90 ถนนเทพรัตน แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260 โทร. 0-2826-8000 โทรสาร 0-2826-8999 เว็บไซต์ www.se-ed.com พิมพ์ที่ Pimdee โทรศัพท์ 02-401-9401 หากต้องการสั่งซื้อเป็นจ�านวนมาก กรุณาติดต่อรับส่วนลดได้ที่ บริษัท ซุปเปอร์โพซิชั่น จ�ากัด อีเมล superposition.books@gmail.com
  3. 3. สารบัญ บทนํา บทที่ 1: เมื่อ “เก่งกว้าง” เป็นศัตรูกับ “เก่งลึก” บทที่ 2: ปลดปล่อยอิสระจากข้อจํากัด บทที่ 3: 5 กฎเหล็กเปลี่ยนคุณเป็นสุดยอด คนเก่งกว้าง บทที่ 4: แนวทางฝึกฝนให้เก่งและพัฒนาให้เร็ว บทที่ 5: เราจะเริ่มใช้ทักษะพื้นฐานได้อย่างไร บทที่ 6: ทักษะที่คุณสนใจ (แต่อาจไม่จําเป็น) บทที่ 7: ทักษะจําเป็น (แต่คุณอาจไม่สนใจ) บทส่งท้าย ประวัติของเหล่าคนเก่งแบบเป็ดชื่อดัง 4 14 26 34 62 90 152 168 184 198
  4. 4. บทนํา ทําไมการเก่งหลายด้าน จึงดีกว่า การเก่งด้านเดียวจนสุดทาง?
  5. 5. 5บทนํา คุณไม่ต้องเก่งที่สุดในโลกเพื่อประสบความสําเร็จ คุณไม่ต้องเป็นที่หนึ่งเพื่อสร้างชื่อเสียงและฐานะให้รํ่ารวย คุณแค่ต้อง “เก่ง” หรือ “เก่งให้มากพอ” ในหลายทักษะ แล้วค่อยนําทักษะที่มีมาใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างความสําเร็จให้กับคุณ “จงเก่งด้านเดียวจนเป็นผู้เชี่ยวชาญไปเลย”อาจเป็นความเชื่อที่คน ส่วนใหญ่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่ผมคิดว่ามันคือกับดัก หนังสือ เล่มนี้จะช่วยคุณหลุดพ้นจากกับดักนี้เอง ผมไม่ได้จะสอนวิธีเริ่มท�าธุรกิจทีละขั้นตอน แต่ผมจะสอน ขั้นตอนเดียวให้คุณรู้จักเรียนรู้ทักษะใหม่ๆเพื่อน�ามันมาใช้เริ่มท�าธุรกิจ แม้วิธีนี้จะไม่ได้การันตีความส�าเร็จให้คุณอย่างน้อยมันก็ช่วยเพิ่มโอกาส ให้คุณประสบความส�าเร็จได้มากขึ้นแน่นอน คู่แข่งทางธุรกิจและสภาพเศรษฐกิจอันย�่าแย่อาจพรากเอาธุรกิจ ของคุณไปได้ทุกเมื่อ แต่ไม่มีใครพรากเอาทักษะที่คุณมีออกไปได้
  6. 6. วิถีผู้ชนะฉบับคนเก่งแบบเป็ ด6 เว้นแต่คุณจะถูกพรากเอาชีวิตไปดังนั้นถึงคุณจะไม่ได้เกิดมาพร้อมกับ ดีเอ็นเอสุดฉลาด คุณก็ท�าความเข้าใจเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ได้ ขอแค่ ตั้งใจศึกษาก็พอแล้ว ถ้าคุณอยากอ่านเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจผมขอบอกก่อนเลย ว่าหนังสือเล่มนี้อาจให้คุณได้ไม่มาก แต่ถ้าคุณอยากอ่านเรื่องราวของ มนุษย์คนหนึ่งที่เกิดมาบนโลกนี้โดยไม่มีความสามารถพิเศษใดๆติดตัว คนที่ฝ่าฟันมาทั้งชีวิตจนเอาชนะโรคประสาทได้คนที่ไขว่คว้าทักษะใหม่ๆ อยู่ตลอด คนที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแบบเดิมๆ จนประสบความส�าเร็จ คนที่เป็นทั้งนักดนตรีนักเทควันโดสายด�าคนดังด้านการออกก�าลังกาย และนักเขียนรวมไปถึงเรื่องราวอื่นๆที่อาจไม่เกี่ยวข้องนักแต่ก็ผสมผสาน กันอย่างมีพลัง ผมมีเรื่องสนุกๆ ทั้งหมดนี้ให้คุณอ่านครับ หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “วิถีของคนเก่งแบบเป็ด” เป้าหมายของหนังสือเล่มนี้คือสอนให้เป็ดอย่างคุณท�าหลายๆ สิ่งได้ เก่งกว่าคนส่วนใหญ่แม้คุณจะไม่มีทักษะใดเลยที่เชี่ยวชาญสุดๆก็ตาม ผมเชื่อในวิถีของคนเก่งแบบเป็ดเพราะอะไรน่ะเหรอ? เหตุผลแรกคือ คนเก่งแบบเป็ดจะเป็นคนที่ไม่น่าเบื่อ เพราะ นี่คือคุณสมบัติที่น้อยคนนักจะมีคนส่วนใหญ่มีทักษะหนึ่งหรือสองอย่าง ในระดับปานกลาง และไม่มีทักษะอื่นเลย คนเหล่านี้อาจท�าเรื่องง่ายๆ อย่างการปลูกต้นไม้ไม่เป็นด้วยซ�้า ผมไม่รู้ว่าการปลูกต้นไม้ยากแค่ไหน ต้นไม้ต้นแรกของผมถูก เพื่อนร่วมห้องสมัยเรียนมหาวิทยาลัยขโมยไป เพราะเขาคิดว่ามันเป็น
  7. 7. 7บทนํา ต้นกัญชา!จะบ้าเหรอไงนั่นมันแค่ต้นไม้ธรรมดาๆที่แม่ผมให้มาเท่านั้น ผมรู้ว่าเพื่อนร่วมห้องของผมเป็นคนขโมยไป เพราะวันหนึ่ง ผมเห็นต้นไม้นั้นอยู่ในห้องเรียนตรงฝั่งเขาโดยบังเอิญผมเลยเข้าไปพูด กับเขาว่า “เพื่อน นายขโมยต้นไม้ฉันไปใช่ไหม?” เขาบอกให้ผมใจเย็นก่อน ผมเลยตอบกลับไปว่า “ฉันไม่รู้หรอก ว่านายคิดอะไรอยู่ แต่ไอ้ต้นไม้นั้นน่ะ มันไม่ใช่ต้นกัญชาหรอกนะ!” แล้วผมก็ผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้ นี่แหละชีวิต เหตุผลที่สองคือ ถ้าคุณสนใจท�าธุรกิจหรือก�าลังท�าธุรกิจอยู่ ยิ่งคุณเรียนรู้ทักษะหลายๆ ด้าน ยิ่งเป็นผลดีต่อคุณมากกว่า เพราะ คุณจะมีความสามารถรอบด้านกว่าคนที่เก่งเพียงด้านเดียว และคุณ ยังประยุกต์ใช้ทักษะต่างๆ ร่วมกันเพื่อสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่นได้ด้วย นี่คือสิ่งที่ผมตั้งใจจะสอนคุณดังนั้นคุณแค่ท�าตัวสบายๆรออ่านได้เลย เหตุผลสุดท้ายก็คือความสุข คนเราจะมีความสุขเมื่อรู้สึกมี ส่วนร่วมและเพลิดเพลินไปกับการท�าสิ่งดีๆ ความสุขไม่ได้มาจากสิ่ง ที่เราได้รับแต่มาจากสิ่งที่เราพยายามท�าต่างหากพูดอีกอย่างคือทักษะ ต่างๆ คือสิ่งที่ดี เพราะมันจะน�าพาสิ่งดีๆ มาให้เรา สรุปว่าหนังสือเล่มนี้จะสอนให้คุณเก่งหรือเก่งมากๆ ในหลายๆ ด้าน จากนั้นค่อยเรียนรู้ที่จะน�าความสามารถเหล่านั้นมาหลอมรวม กันเพื่อสร้างข้อได้เปรียบซึ่งน�าไปสู่ความส�าเร็จและความสุขในเวลา เดียวกัน เคล็ดลับก็คือ การเป็นเป็ดที่เก่งสารพัดเรื่องแต่ไม่ได้เก่งที่สุด สักอย่าง (ผมบอกคุณไปแล้วล่ะ)
  8. 8. วิถีผู้ชนะฉบับคนเก่งแบบเป็ ด8 ส่วนศัตรูของคุณก็คือคนที่เชี่ยวชาญด้านเดียวเป็นพิเศษนั่นเอง (จุ๊ๆ อย่าเสียงดังไปครับ) ผมอยากสอนให้คุณรู้จักเลือกทักษะที่จะฝึกและวิธีพัฒนา ทักษะต่างๆ ให้เก่งขึ้น แล้วคุณก็ใช้ทักษะที่มีเพื่อสร้างชื่อเสียงหรือ น�าพาธุรกิจของคุณไปถึงฝันแต่ปัญหาก็คือหนังสือพัฒนาตัวเองสมัยนี้ ส่วนใหญ่มักมีเนื้อหาเฉพาะทาง เช่น “วิธีสร้างความมั่นใจเมื่อคุณเริ่ม อ้วนเกินไป” หรือ “วิธีสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์” ไม่มีใครสอนคุณ เหมือนที่ผมจะสอนในหนังสือเล่มนี้เลย แม้ว่าผมจะเห็นด้วยกับการสร้างความมั่นใจเมื่อคุณเริ่มอ้วน เกินไป(ผมเคยเป็นแบบนั้นมาก่อนผมจะเล่าให้ฟังภายหลังครับ)และ การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์แต่ทักษะพวกนี้ไม่ช่วยให้คุณมีความสุข และประสบความส�าเร็จในขั้นพื้นฐานเลยแม้แต่น้อย อยากมีความสุขก็ต้องใช้ทักษะนึงอยากท�าธุรกิจส�าเร็จก็ต้องใช้ อีกทักษะนึงดังนั้นผมจะสอนแนวทางในการรับเอาทักษะที่คุณต้องการ จากนั้นก็น�าทักษะดังกล่าวมาผสมผสานกันเพื่อค้นหาความกระหาย ในการแข่งขันและปลุกความคิดสร้างสรรค์ในตัวคุณ แล้วผมล่ะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์แบบสุดๆ หรือเปล่า? ผมน่าจะมีความคิดสร้างสรรค์นะ ผมวาดรูป อัดเพลง และ เขียนหนังสือ แถมผมยังเคยลงแข่งเล่นวิดีโอเกมด้วย ผมท�าผลงาน ได้ดีกว่าที่คิดเชียวนะ เพราะผมชนะคู่แข่งรอบแรกมาได้ แต่เหตุผลที่ ผมมีความคิดสร้างสรรค์ก็เพราะเป็ดแบบผมเป็น “คนเก่งกว้าง” นั่นเอง
  9. 9. 9บทนํา ผมเก่งหลายอย่างและท�าเงินได้จากหลายทักษะที่มีแต่ที่ส�าคัญ กว่าเงินคือผมมีช่วงเวลาที่ค่อนข้างสนุกสนานเวลาท�าสิ่งต่างๆ ผมใช้ ค�าว่า “ค่อนข้างสนุกสนาน” เพราะผมเคยมีประสบการณ์ไม่สวยนัก (ชีวิตแบบผมมันยากเหมือนกันนะ มันมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด ดังนั้น อย่าละสายตาไปจากหนังสือของผมเชียวล่ะ) ล�าดับการเล่าเรื่องในหนังสือเล่มนี้คือ •ผมจะเล่าถึงที่มาที่ไปของการเป็นคนเก่งแบบเป็ด ที่เก่งกว้าง แต่ไม่ได้เก่งสุดๆ สักอย่าง รวมถึงอธิบาย เหตุผลว่าท�าไมวิถีของคนเก่งแบบเป็ดนี้จะช่วยให้ ทุกคนค้นหาความส�าเร็จและความสุขได้ •ต่อไปผมจะพูดถึงการเรียนรู้ทักษะหลายๆ ด้านแล้ว ค่อยน�าทักษะที่มีมาใช้ร่วมกัน ผมจะบอกเหตุผล ด้วยว่าท�าไมวิธีนี้ถึงมีประสิทธิภาพกว่าเก่งทักษะ ด้านเดียวไปเลย •จากนั้นผมจะพูดถึงการใช้หลักการบางอย่างที่จะช่วย ให้คุณเรียนรู้ทักษะใหม่ๆได้ง่ายกว่าเดิม50ล้านเท่า! นอกจากนี้ผมจะแบ่งปันทักษะที่ผมคิดว่า(แทบ)ทุกคน จ�าเป็นต้องมี •สุดท้ายผมจะพูดถึงการน�าทักษะหลายๆด้านมาผสม ผสานกันแล้วน�ามาประยุกต์เพื่อสร้างชีวิตที่ดี
  10. 10. วิถีผู้ชนะฉบับคนเก่งแบบเป็ ด10 ตอนท้ายของหนังสือเล่มนี้ยังมีรายชื่อ“คนเก่งแบบเป็ดชื่อดัง” หรือตัวอย่างของคนที่ท�าหลายอย่างได้เก่งหรือเก่งมากๆ จนค้นพบ เป้าหมายของชีวิตและประสบความส�าเร็จด้วย หลายคนชื่นชอบจอร์จคาร์เวอร์ผมเองก็เคยท�ารายงานเกี่ยวกับ เขาสมัยเรียนมัธยม จอร์จเป็นมากกว่าผู้ริเริ่มนวัตกรรมใหม่ๆ ทางการ เกษตรเกี่ยวกับถั่วลิสงและมันเทศ เขาโด่งดังจากการสนับสนุนให้คน ท�าความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อกับวิทยาศาสตร์อย่างถูก ต้องนอกจากนี้จอร์จยังเป็นผู้สนับสนุนด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ที่มีอิทธิพลคนแรกๆ เป็นคนให้ค�าแนะน�าแก่นักธุรกิจ และจัดตั้ง โครงการส�าหรับกลุ่มคนด้อยโอกาสด้วย ผู้ชายคนนี้ท�างานได้หลายอย่าง เพราะเขามีทักษะหลากหลาย และมีจิตใจกว้างขวาง แถมเขาเป็นจิตรกรที่เก่งมากเช่นกัน ผมยังมี ตัวอย่างบุคคลส�าคัญอีกหลายคนมาเล่าให้คุณฟังในหนังสือเล่มนี้ ผมบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าเป้าหมายของผมไม่ใช่การสอนวิธี เริ่มท�าธุรกิจให้คุณทีละขั้นตอน เพราะมันคงน่าเบื่อเกินไป เป้าหมาย ของผมคือการสอนเทคนิคในการท�า(เกือบ)ทุกอย่างให้เก่งขึ้นจากนั้น ก็ช่วยคุณค้นหาทักษะที่จ�าเป็นต้องใช้ในการท�าทุกสิ่งที่คุณอยากท�าให้ ส�าเร็จ คุณอาจไม่เห็นด้วยกับผมแต่เชื่อผมเถอะว่าการเก่งทักษะเดียว แบบสุดๆนั้นไม่ใช่แนวทางที่ดีนักคนส่วนใหญ่พยายามจะเป็นคนที่เก่ง ที่สุดในด้านหนึ่งแต่พวกเขาไม่ใช่คนที่มีโอกาสชนะมากที่สุดเพราะคนที่ มีโอกาสชนะมากกว่าก็คือคนเก่งกว้างนั่นเอง
  11. 11. 11บทนํา บางทีข้อได้เปรียบที่สุดของคนเก่งกว้างคือคุณไม่จ�าเป็นต้องเก่ง ตั้งแต่เกิด คุณไม่จ�าเป็นต้องมีคิ้วที่สวยสมบูรณ์แบบ มีแขนที่แข็งแรง และขาอันว่องไวคุณแค่เป็นตัวของคุณเองก็พอแล้วพิธีกรรายการเด็ก ชื่อดังอย่างมิสเตอร์ โรเจอร์ส ก็ใช้หลักการง่ายๆ นี้ คุณแค่เป็นตัวของตัวเอง ผมก็เป็นตัวของผมเอง แค่นี้ก็เพียง พอแล้ว ส�าหรับการเตรียมตัวเป็นคนที่จะเก่งขึ้นได้ในเกือบทุกเรื่อง ผมไม่ได้จะบอกว่าโลกนี้ไม่ต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านการวิ่งอย่าง ยูเซน โบลต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการว่ายน�้าอย่างไมเคิล เฟลป์ส หรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่ออกแบบสิ่งต่างๆ ให้องค์การนาซ่าหรอก นะ ผมแค่อยากบอกว่าผมเองไม่มีทางเป็นคนที่เก่งขนาดนั้นได้เลย ซึ่งผมก็คิดว่าหลายคนก็เก่งแบบนั้นไม่ได้เช่นกัน(ผมไม่ได้ตั้งใจดูถูกนะ) แต่มันไม่เห็นจะเป็นปัญหาเลยในเมื่อคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ อะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษจะไม่ดีแต่หลายคน มักยกย่องว่าการเป็นผู้เชี่ยวชาญนั้นพิเศษสุดๆ และเป็นหนทางเดียว ที่ท�าชีวิตให้ก้าวหน้า ทั้งที่พวกเขาควรให้ความส�าคัญกับการเรียนรู้ ทักษะต่างๆ จนกว้างขวางให้เท่าเทียมกับการเรียนรู้ทักษะเดียวให้ลึก คนเก่งกว้างจะมีอิสระมากกว่าในการเรียนรู้แล้วน�าทักษะนั้น มาใช้งานร่วมกัน โดยที่คนอื่นๆ ไม่มีทางรู้เลยว่า “เราจะมาไม้ไหน” (พระเจ้าช่วยบอกพวกเขาที) ตอนนี้คุณน่าจะรู้จักผมเพิ่มขึ้นนิดหน่อยแล้วหรือไม่คุณก็อาจ
  12. 12. วิถีผู้ชนะฉบับคนเก่งแบบเป็ ด12 ยังนึกภาพไม่ออกเลยก็ได้ งั้นผมจะเริ่มจากจุดนี้แหละ ผมรู้จักตัวเองดี มากๆและผมก็อยากให้คุณได้รู้ว่าผมเอาทักษะหลายอย่างมาประยุกต์ ใช้อย่างไร แพท ฟลิน เป็ดเก่งกว้างซึ่งเป็นทั้งนักคิด นักเขียน มือกีตาร์ เจ้าของธุรกิจ และอื่นๆ ด้วย
  13. 13. คนเก่งแบบเป็ ด จะเป็ นคนที่ไม่น่าเบื่อ 13บทนํา
  14. 14. บท 1 เมื่อ “เก่งกว้าง” เป็ นศัตรูกับ “เก่งลึก”
  15. 15. บทที่ 1 เมื่อ “เก่งกว้าง” เป็ นศัตรูกับ “เก่งลึก” 15 ผมค้นพบ “แนวทางคนเก่งกว้าง” หลังจากเดินทางผิดมา แสนนาน ผมก็เหมือนหลายคนที่ตอนเด็กเคยฝันว่า “เมื่อฉัน โตขึ้นจะต้องเป็นคนเก่งที่สุดในโลกสักเรื่องให้ได้” ความฝันของผมคือ การเล่นกีตาร์ ผมอยากเล่นกีตาร์ให้เก่งที่สุดและฝันจะเป็นมือกีตาร์ขั้นเทพ จากนั้นผมก็จะมีชื่อเสียง มีรอยสักเท่ๆ และอาจลองเสพยา พอมานั่งคิดดูดีๆ ผมก็เริ่มลังเล เพราะผมน่าจะต้องรักษาตัว เพราะผลของยาเสพติด ผมเริ่มหนักใจที่ต้องมีรอยสักติดตัวไปทั้งชีวิต จุดจบของผมคงลงเอยไม่สวยนัก เอาเป็นว่าผมจ�าเป็นต้องล้มเลิกเป้าหมายสูงลิ่วนั้นไป เพราะ หลังจากผมเล่นกีตาร์ได้ราว5ปีผมก็เข้าใจว่าถึงจะเล่นกีตาร์เก่งแค่ไหน ผมก็คงไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจเอาไว้แน่นอน สมัยเรียนชั้นมัธยม ผมเป็นมือกีตาร์ที่เก่งที่สุดในโรงเรียน (ใน ความคิดของผมนะ) แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ชอบฟังผมเล่น คงเป็นเพราะ ผมเล่นกีตาร์ในแบบที่นักดนตรีด้วยกันเท่านั้นถึงอยากฟัง
  16. 16. 16 วิถีผู้ชนะฉบับคนเก่งแบบเป็ ด ผมชอบโซโล่กีตาร์ด้วยวิธีดีดกวาด (คุณลองดูตัวอย่างการเล่น ของอิงวี่ มาล์มสทีน มือกีตาร์ระดับพระกาฬในช่วงยุค 1980 จากเพลง Arpeggios from Hell ดูนะครับ) ซึ่งเป็นการเล่นที่มีแต่ผู้เชี่ยวชาญ เท่านั้นที่จะรู้ เมื่อคุณเก่งทักษะด้านใดมากหน่อย คนทั่วไปก็ค่อยๆ หายไป คุณจะดึงดูดผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแทน พอถึงเวลานั้นคุณจะรู้ตัวว่าคุณมาไกลเกินไปแล้วเพื่อนมัธยม ของผมส่วนใหญ่ไม่ได้อยากฟังโซโล่กีตาร์ด้วยเทคนิคเจ๋งๆ พวกเขา แค่อยากได้รับเชิญไปงานเต้นร�าจากหนุ่มนักร้องหรือนักแต่งเพลงที่ ตัดผมทรงเดียวกับศิลปินชื่อดัง ดังนั้นถ้าผมไม่เสียเวลาไปมากโขกับ การฝึกโซโล่กีตาร์ แล้วเอาเวลานั้นไปฝึกร้องเพลงบ้าง ทุกอย่างน่าจะ ดีกว่านี้ นี่คืออีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นชัดเจนว่า “การเรียนรู้ทักษะหลายๆ ด้าน(ร้องเพลงและเล่นกีตาร์)นั้นดึงดูดคนอื่นได้ดีกว่าการเก่งด้านเดียว ให้ลึกไปเลย (โซโล่กีตาร์ด้วยเทคนิคเจ๋งๆ)” ถ้าเป้าหมายของคุณคือการดึงดูดความสนใจจากผู้อื่นคุณควร เป็น“คนเก่งกว้าง”ไม่ใช่เป็น“คนเก่งลึก” ซึ่งนานๆทีจะมีคนประทับใจ โดยทั่วไปคนส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจลีลาการเล่นกีตาร์และเทคนิคการ โซโล่ที่ซับซ้อนพวกเขาแค่ชอบท�านองเพลงเพราะๆที่สามารถร้องคลอ ตามไปได้เท่านั้นเอง สิ่งที่ผมเรียนรู้ก็คือ คนอื่นที่ไม่ได้เล่นกีตาร์เก่งเท่าผมกลับได้ ค�าชมว่าเขาเก่งกาจแค่ไหน ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วคนที่ควรได้รับค�าชม คือ ผม แต่คนทั่วไปจะรู้ได้อย่างไรในเมื่อพวกเขาไม่ได้เป็นนักดนตรี
  17. 17. บทที่ 1 เมื่อ “เก่งกว้าง” เป็ นศัตรูกับ “เก่งลึก” 17 คุณเองน่าจะเดาออกว่าเหตุการณ์นี้ท�าให้ผมหัวเสียแค่ไหน ผมเป็นมือกีตาร์ที่เก่งที่สุดในโรงเรียนมัธยม แต่มันไม่มีความ หมายอะไรเลย เพราะในโรงเรียนมีนักเรียนแค่ประมาณ 10 คนที่เล่น กีตาร์เป็น ผมมีคู่แข่งไม่เยอะจนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย ผมถึงรู้ตัวว่า ทักษะของผมมันธรรมดาเอามากๆ เรื่องต่อมาที่ผมเรียนรู้คือ ถึงผมจะทุ่มเทฝึกเล่นกีตาร์สักเท่าไร ผมก็ยังไม่บรรลุเป้าหมายที่ต้องการเลย ต่อให้ผมฝึกเล่น 7 ชั่วโมงต่อ วัน ผมก็ยังเล่นได้แย่อยู่ดี ผมไม่ได้ “ห่วย” ผมแค่ท�าได้ “แย่” นี่มันอะไรกัน! ผมฝึกมานานหลายปี แต่ผมยังไม่เก่งใกล้เคียง กับที่คิดไว้เลย ผมผิดหวังมากๆ ผมเสียเวลาซ้อมไอ้เครื่องดนตรีบ้า นั่นตลอด แต่กลับแพ้เด็กเกาหลีอายุเพียง 12 ปีคนหนึ่งในรอบออดิชั่น ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับความจริงอันโหดร้ายว่า “ผมได้อะไร กลับมาน้อยมาก” ทั้งที่ผมหมดเวลาหลายชั่วโมงไปกับการฝึกกีตาร์ ผมควรได้อะไรมากกว่านี้ ถ้าผมเอาเวลาไปฝึกฝนทักษะอื่นๆ เช่น ร้องเพลง แต่งเพลง หรือท�าเพลงขึ้นมาแทน ต่อให้เพิ่มชั่วโมงฝึกซ้อมให้มากกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน ผมก็คง โดนเทคนิคอันเหลือล้นของเด็กเกาหลีคนนั้นบดบังอยู่ดีผมยังคงสงสัย ว่าตัวเองจะเก่งได้เท่าเด็กคนนั้นไหม บางทีเด็กเกาหลีคนนั้นอาจจะมี อะไรบางอย่างในสมองที่ผมไม่มี เพราะเขาฝึกเล่นกีตาร์ตั้งแต่ 2 ขวบ ต่างจากผมที่เริ่มฝึกตอนมัธยมต้น หรือบางทีเขาก็แค่ฉลาดกว่าผม อะไรก็เป็นไปได้หมด
  18. 18. 18 วิถีผู้ชนะฉบับคนเก่งแบบเป็ ด บ่อยครั้งที่ความส�าเร็จอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น พ่อแม่ของคุณเป็นใคร คุณเกิดที่ไหน คุณถูกเลี้ยงดูมาอย่างไร คุณ หน้าตาเป็นอย่างไร และอื่นๆ อีกเพียบ นี่คือปัญหาของคนที่อยากเป็น “คนเก่งลึก” ข่าวดีก็คือถ้าคุณอยากเป็นคนเก่งกว้าง คุณไม่ต้องพึ่งพาปัจจัย พวกนี้เลย ไม่ว่าพ่อแม่ของคุณจะเป็นคนดังในสังคมหรือเป็นคนติดยา ไม่ว่าพระเจ้าจะมอบพรสวรรค์ให้คุณหรือไม่คุณก็ประสบความส�าเร็จได้ เพราะผมเคยท�าส�าเร็จมาแล้ว แต่ก่อนที่ผมจะสอนเทคนิคให้กับคุณผมขอเล่าเรื่องชีวิตของผม จากคนที่เคยอยากเป็น“คนเก่งลึก”แต่ไม่ประสบความส�าเร็จจนกลาย เป็น “คนเก่งกว้าง” ที่ประสบความส�าเร็จให้คุณฟัง ตอนเรียนมัธยม ผมซ้อมเล่นกีตาร์จนนิ้วด้านเพราะอยากเป็น มือกีตาร์ที่เก่งที่สุดในโลก สิ่งที่ผมเรียนรู้จากการพยายามครั้งนั้น เป็นสิ่งส�าคัญมาก มันช่วยให้ผมกลายเป็นนักเขียน เจ้าของธุรกิจ และ นักลงทุนได้ในที่สุด ตอนนี้เรารู้จักกันมากขึ้นแล้ว ผมจะเล่าเรื่องลับส่วนตัวสักนิด ให้คุณฟัง ครั้งหนึ่งตอนผมเรียนอยู่ชั้นม.3 เพื่อนๆ ชวนผมให้ลงแข่งเกม เสื้อเปียก เพื่อหาว่าใครมีหน้าอกใหญ่กว่ากันระหว่างผมกับเพื่อนที่ชื่อ ฌอน ผมขอโทษที่ต้องเล่าเรื่องพรรค์นี้ให้คุณฟัง เพราะมันเป็นการ แข่งขันเดียวที่ผมชนะตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยม แต่ในอีกมุมหนึ่งมันก็ จุดประกายให้ผมอยากมีรูปร่างที่ดีขึ้นหลังจากต้องอับอายต่อหน้าทุกคน
  19. 19. บทที่ 1 เมื่อ “เก่งกว้าง” เป็ นศัตรูกับ “เก่งลึก” 19 ผมเริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับโภชนาการและการออกก�าลังกายผม สมัครเรียนเทควันโดผมฝึกความแข็งแรงของร่างกายและใช้เคทเทิลเบล ด้วย (วัตถุส�าหรับยกน�้าหนัก รูปร่างคล้ายกระสุนปืนใหญ่ที่มีที่จับอยู่ ด้านบน) ตอนนั้นผมต้องเผชิญกับอาการวิตกกังวลหลายรูปแบบ ผม เป็นโรคกลัวชุมชน ผมจะไม่ยอมออกจากบ้านถ้าไม่มีพี่เลี้ยงไปด้วย หรือไม่ได้รับคาถาอวยพรให้โชคดี ผมไม่ได้อยากพูดให้ตัวเองดูดีนะ แต่ตอนนั้นชีวิตผมมันค่อนข้างแย่จริงๆมันเป็นช่วงที่ผมตกต�่าถึงขีดสุด คุณก็รู้ว่าการเรียนในโรงเรียนมัธยมเป็นเรื่องยากส�าหรับเด็กเสมอ สมัยที่ผมเรียนเทควันโด ผมฝึกท�าสมาธิและเริ่มเข้าใจตัวเอง มากขึ้นช่วงปี2006ถึง2007ผมตัดสินใจเปิดช่องยูทูปและสร้างบล็อก เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการรักษาหุ่น การยกน�้าหนัก การท�าสมาธิ และอีก หลายเรื่องที่ผมสนใจ ผมอยากช่วยเหลือคนอื่นๆ บ้าง เพราะผมได้ ประโยชน์มากจากการออกก�าลังกายอย่างสม�่าเสมอจนชีวิตเปลี่ยนไป ในทางที่ดีขึ้น ผมตื่นเต้นมากตอนได้เข้าเรียนในโรงเรียนสอนดนตรี แต่ยาย ของผมไม่ค่อยถูกใจนัก (ความจริงแล้วมันไม่ใช่ธุระอะไรของยาย สักหน่อย) ท่านโน้มน้าวให้ผมเรียนเศรษฐศาสตร์และการเงินเพื่อเอา “ใบปริญญา” แต่ผมก็ยังเขียนบล็อกอยู่ คนอ่านให้การตอบรับที่ดีกับผม พวกเขาเห็นผมเป็นคนหนึ่ง ที่สามารถเข้าใจได้ พวกเขาบอกว่าผมเป็นคนที่มีสาระและตลกบ้าง ในบางครั้ง พอผมเขียนบล็อกเข้าปีที่ 2 ผมก็รู้ว่ามันท�าเป็นงานได้
  20. 20. 20 วิถีผู้ชนะฉบับคนเก่งแบบเป็ ด ตอนแรกผมก็ยังลังเล เพราะความล้มเหลวในการเป็นมือกีตาร์ ยังคงวนเวียนอยู่ ทั้งที่ผมฝึกมากกว่าคนอื่น (ผมเชื่อแบบนั้นนะ) บวก กับลองพิจารณาระดับความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ผมยอมรับเลย ว่าตัวเองไม่ได้ใกล้เคียงกับคนที่มีรูปร่างดีที่สุดในโลกเลย ผมรู้ดีว่าผมคงเป็นคนที่แข็งแรงที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุด หรือเก่งที่สุด ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ได้ แต่ผมฟิตร่างกายในแบบปกติได้ ผมท�าให้ หุ่นไร้ไขมัน แข็งแรง มีกล้ามเป็นมัด และยืดหยุ่นได้ ผมรักษาสมดุล ของร่างกายสร้างกล้ามเนื้อและยกของหนักๆได้สิ่งเหล่านี้ท�าให้คนอื่น ประทับใจพวกเขารู้ว่าผมเก่งหลายอย่างและอยากรู้ว่าผมท�าได้อย่างไร เมื่อผมไม่ได้อยากเป็นคนเก่งลึกด้านร่างกายผมจึงไม่บาดเจ็บมาก เท่าคนอื่นๆ เพื่อนของผมที่อยากเป็นนักเพาะกายต่างพาตัวเองไปถึง จุดสูงสุดในทุกการฝึกซ้อมจนบาดเจ็บบางคนถึงขั้นเลิกออกก�าลังกาย ไปเลยก็มี ผมทั้งเขียนบล็อกท�าวิดีโอลงยูทูปนั่งสมาธิและฝึกซ้อมเทควันโด งานเขียนของผมได้รับค�าชมมากขึ้น ค�าชมเหล่านั้นเป็นค�าเชื้อเชิญให้ ผมพัฒนาการเขียนให้ลึกซึ้งกว่าเดิมและเริ่มเรียนรู้การเป็นผู้ถ่ายทอด วิชาต่างๆ ให้ดีขึ้น บล็อกของผมมีคนติดตามมากขึ้น เพราะผมเขียนด้วยภาษา ง่ายๆนอกจากพวกเขาจะติดตามผมเพื่อเรียนรู้วิถีของคนเก่งกว้างและ การออกก�าลังกายแล้วพวกเขายังเพลิดเพลินไปกับเรื่องเล่าของผมด้วย เหตุการณ์นี้ช่วยชี้ทางสว่างให้ผม แม้มันจะสว่างอย่างช้าๆ ก็ตาม ผมเริ่มเห็นคุณค่าของการเรียนรู้ทักษะหลายๆ ด้าน ต่อให้ผม
  21. 21. บทที่ 1 เมื่อ “เก่งกว้าง” เป็ นศัตรูกับ “เก่งลึก” 21 ไม่ได้เก่งด้านใดเป็นพิเศษเลยแต่พอผมน�าทักษะทั้ง2อย่างคือทักษะ ด้านการออกก�าลังกายและทักษะด้านการเขียนมาใช้ร่วมกัน มันกลับ สร้างเรื่องน่าทึ่งขึ้นมาได้ การเรียนรู้ทักษะหลายๆด้านจึงเป็นเหมือนกับแซนด์วิชถึงส่วน ผสมจะไม่ได้พิเศษอะไรแต่เมื่อน�าส่วนผสมทุกอย่างมารวมกันรสชาติ ก็อร่อยขึ้น สุดท้ายผมก็เข้าใจว่าผมไม่จ�าเป็นต้องเก่งด้านใดให้ลึก ผม ไม่จ�าเป็นต้องเป็นเนื้อรมควันชั้นเลิศ ผมแค่เป็นเนื้อรมควันที่ดีพอแล้ว ค่อยหาขนมปัง กะหล�่าปลีดอง และน�้าสลัดครีมมาประดับตัว ผมแทบ ไม่มีคู่แข่งโดยตรงเลยเพราะคู่แข่งส่วนใหญ่ในด้านการออกก�าลังกาย นั้นไม่ได้เป็นนักเขียน และนักเขียนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เขียนเกี่ยวกับการ ออกก�าลังกาย ผมเริ่มเขียนหนังสือเล่มแรกตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ระหว่างที่เขียนหนังสือผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการตลาดธุรกิจและการขาย ผมศึกษาจิตวิทยาและปรัชญาด้วย ผมศึกษาทุกอย่างด้วยความตั้งใจ อันบ้าคลั่ง ผมต้องหาเงินจากทุกอย่างที่ท�าอยู่ให้ได้ ผมได้รับความสนใจจากผู้คนมากขึ้นแต่ผมท�าเงินจากโอกาสนี้ แทบไม่ได้ ผมจึงไปพูดคุยกับนักธุรกิจและเข้าร่วมงานสัมมนาตามที่ ต่างๆมุมมองของผมเปิดกว้างขึ้นจากการพบปะกับคนเก่งๆที่ท�าเงินได้ มากกว่าที่ผมเคยรู้ ขณะที่ผมก�าลังท�าสิ่งต่างๆ ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ผมก็ยังท�าตาม ค�าแนะน�าของยาย ผมเรียนสาขาเศรษฐศาสตร์และการเงิน ครั้งหนึ่ง
  22. 22. 22 วิถีผู้ชนะฉบับคนเก่งแบบเป็ ด ผมบอกอาจารย์ที่ปรึกษาว่า “อาจารย์ฟังผมนะผมมีหนังสือที่ต้องเขียนหลายเล่มและก็ก�าลัง ท�าธุรกิจอยู่ผมเลยอยากถามว่าถ้าผมไม่เรียนวิชาเลือกสามตัวสุดท้าย แต่ขอเป็นหน่วยกิตชีวิตแทนจะได้ไหม?” ความจริงเรื่องมันยาวกว่านี้นิดหน่อย แต่เอาเป็นว่าอาจารย์ ที่ปรึกษาไม่เข้าใจว่าผมก�าลังพูดเรื่องอะไร สุดท้ายผมตัดสินใจพัก การเรียน ผมอยากเล่าเรื่องนี้ให้คุณฟัง เพราะในขณะที่ธุรกิจของผม เติบโตขึ้น ผู้คนก็เริ่มถามว่าผมเรียนที่ไหนและก็เดาเอาเองว่าผมมี ใบปริญญาที่เกี่ยวข้องกับทุกสิ่งที่ท�า ผมไม่ได้จะบอกว่ามหาวิทยาลัย ไม่มีส่วนส�าคัญในการประสบความส�าเร็จการศึกษาเป็นเรื่องดีแต่คุณ สามารถศึกษาจากหนังสือ โค้ช และที่ปรึกษาได้เช่นกัน เรื่องตลกอย่างหนึ่งก็คือ ผมได้รับข้อเสนอให้กลับไปเรียน มหาวิทยาลัยในด้านปรัชญาจากแฟนคลับคนหนึ่งพอดีเขาเป็นอาจารย์ มหาวิทยาลัยเล็กๆ แห่งหนึ่ง เขาหวังว่าผมจะได้ประสบการณ์ที่ดีกว่า เดิมในการเป็นบัณฑิตจบใหม่ โอเคเลย! ลองดูสักตั้ง สิ่งที่ผมอยากจะสื่อก็คือ สุดท้ายแล้วคุณจะได้เป็นคนที่อยาก จะเป็นแน่นอน แม้คุณจะไม่คาดคิดมาก่อน คุณจะเป็นคนที่ประสบ ความส�าเร็จ มีประสิทธิภาพ และมีคุณค่า แต่คุณจะไม่ได้เป็นคนเก่ง ที่สุดอย่างที่หวังเอาไว้ เหมือนกรณีของผมในเรื่องการเล่นกีตาร์ นี่คือวิถีผู้ชนะของคนเก่งแบบเป็ด เริ่มจากสะสมทักษะต่างๆ
  23. 23. บทที่ 1 เมื่อ “เก่งกว้าง” เป็ นศัตรูกับ “เก่งลึก” 23 แล้วน�าทักษะเหล่านั้นมาผสมผสานกัน ตอนแรกเส้นทางของคุณอาจ สะเปะสะปะไปบ้างแต่สุดท้ายมันก็เข้ารูปเข้ารอยเองเมื่อคุณเชื่อมโยง ทุกทักษะที่ได้เรียนรู้มาและใช้มันอย่างครบถ้วน ผลดีจะตามมา จงอย่าละทิ้งทักษะใดไปสิ่งดีๆมักเกิดจากทุกอย่างที่คุณท�าหรือ ก�าลังจะท�า ทักษะต่างๆ ของคุณจะถูกน�ามาใช้รวมกันอย่างรวดเร็ว แล้วคุณก็จะสร้างชื่อเสียงและเงินทองได้เอง เรื่องสุดท้ายที่ผมจ�าเป็นต้องพูดถึงก็คือ ลักษณะนิสัย คนเราจะพัฒนาตัวเองได้ก็ต่อเมื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองได้จริงๆ ไม่ใช่แค่รับสิ่งต่างๆ เข้าตัว คนใหม่ที่เราอยากเป็นต้องใส่ใจกับสิ่งที่เรา “สร้าง”มากกว่าสิ่งที่เรา“รับ”ของบางอย่างมักเป็นผลพลอยได้จากการ ท�างานที่เหมาะสม คุณจึงควรใส่ใจว่าคุณได้สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ ต่อคนอื่นหรือไม่ และพวกเขามีความสุขกับการใช้สิ่งนั้นๆ หรือไม่ อีกเรื่องที่คุณควรใส่ใจก็คือคนอื่นๆชอบเวลาที่อยู่กับคุณหรือไม่? การพัฒนาตัวเองไม่ได้ตัดสินกันแค่สิ่งที่คุณสร้างขึ้นเท่านั้น แต่มันยังเกี่ยวกับว่าคุณเป็นคนประเภทไหนด้วยอย่างผมเองในตอนนี้ ผมท�าทุกอย่างออกมาค่อนข้างดี อย่างน้อยมันก็ไปได้ไกลกว่าที่ ตั้งใจไว้ ชีวิตมันยาก การเขียนก็ยาก ทุกอย่างเป็นเรื่องยาก แต่สุดท้าย คุณจะพบความหมายของทุกอย่างที่คุณท�า คุณจะมีความสุขจากการ ได้ท�าสิ่งดีๆ นี่แหละวิถีของคนเก่งแบบเป็ด วิถีชีวิตแบบนี้ช่วยให้ผม เดินทางมาไกลจนเป็นผมในวันนี้ ซึ่งเป็นคนที่ดีกว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เยอะมาก
  24. 24. 24 วิถีผู้ชนะฉบับคนเก่งแบบเป็ ด ผมเล่าประวัติชีวิตของตัวเองไปมากแล้ว (แต่คุณจะได้อ่าน เรื่องอื่นๆ อีกเพียบ) งั้นตอนนี้ผมขอพูดถึง “อิสรภาพ” ต่อเลย
  25. 25. บทที่ 1 เมื่อ “เก่งกว้าง” เป็ นศัตรูกับ “เก่งลึก” 25 การเรียนรู้ทักษะหลายๆ ด้าน จึงเป็ นเหมือนกับแซนด์วิช ถึงส่วนผสมจะไม่ได้พิเศษอะไร แต่เมื่อนําส่วนผสมทุกอย่างมารวมกัน รสชาติก็อร่อยขึ้น
  26. 26. บท 2 สู่อิสระในการเป็ นเลิศ
  27. 27. บทที่ 2 สู่อิสระในการเป็ นเลิศ 27 ช่วงท้ายมัธยมปลายถึงต้นมหาวิทยาลัย ผมอยู่ในวัยรัก อิสระ ผมอยากทําอะไรก็ทําไม่สนใจโลกเลยสักนิด ผมยัก ไหล่ใส่ทุกปัญหาสังคมว่า “ฟังนะพวก ฉันไม่สนใจการเมือง หรือนายกบ้าบออะไรของแกหรอก” ทัศนคติแบบนั้นไม่ดีหรอกครับ แต่มันท�าให้ผมรู้จักสิ่งหนึ่ง ที่ส�าคัญมากนั่นคือ “อิสรภาพ” แต่พอผมอายุมากขึ้น ฉลาดขึ้น (หวังว่านะ) และเริ่มมองเห็น สิ่งดีๆ ในตัวคนอื่นมากขึ้น ผมถึงเข้าใจว่ายังมีอิสรภาพอีกชนิดที่ผมได้ มองข้ามไป สมัยก่อนผมมองว่าอิสระคือการท�าสิ่งที่เราอยากท�า โดยไม่มี ผู้อื่นหรืออ�านาจใดๆมาขัดขวางผมขอเรียกมันว่า “อิสระในการเลือก” อิสระแบบนั้นก็ดีแหละครับ แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดส�าหรับสร้าง ชีวิตที่มีความสุข เพราะไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าเมื่อคนเรามีอิสระนี้แล้ว เราจะมีชีวิตที่ดี ดูอย่างในอเมริกา ดินแดนแห่งเสรีภาพ ก็ยังมีคน อีกมากที่รู้สึกผิดหวังกับชีวิต
  28. 28. 28 วิถีผู้ชนะฉบับคนเก่งแบบเป็ ด คนเราควรมีอิสระในการเลือกสิ่งที่อยากท�า แต่แค่นั้นไม่พอให้ เรามีความสุขหรอกครับเพราะต่อให้เรา“มีทางเลือก”ดีๆในชีวิตเยอะ แค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะ “ตัดสินใจเลือก” สิ่งที่ดีให้ตัวเอง ได้ เราจึงมีอิสระอีกแบบหนึ่งที่จ�าเป็นต่อความสุขความส�าเร็จ นั่นก็คือ “อิสระในการเป็นเลิศ” อิสระในการเป็นเลิศเกิดจากการที่เราตั้งข้อจ�ากัดให้ตัวเองบังคับ ตัวเองให้จดจ่อกับสิ่งที่ส�าคัญจริงๆไม่ใช่ท�าอะไรตามใจข้อจ�ากัดนี้จะช่วย เราพัฒนาตัวเองในด้านต่างๆ และเปิดโอกาสให้เรามีอิสระในการ ท�าสิ่งที่ต้องการ ผมจึงเรียกมันว่า “อิสระในการเป็นเลิศ” นั่นเอง ถ้าให้ผมเปรียบเทียบง่ายๆ “อิสระในการเลือก” คือการสู้ศัตรู ภายนอก แต่ “อิสระในการเป็นเลิศ” คือการสู้ศัตรูภายใน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมอยากเป็นนักดนตรี ผมก็ต้องพัฒนา ฝีมือด้านดนตรีก่อน แต่ผมจะไม่สามารถพัฒนาทักษะดนตรีได้ ถ้าผม ไม่ตั้งใจปฏิบัติตามกฎและฝึกซ้อมจนเป็นนิสัยเท่ากับว่าผมต้องจ�ากัด ตัวเองให้นั่งฝึกซ้อมเป็นเวลานาน จึงจะมี “อิสระในการเป็นเลิศ” ด้าน ดนตรีขึ้นมา หรือถ้าผมอยากฝึกเล่นกีตาร์ให้เก่ง ผมก็ต้องตั้งข้อจ�ากัด ไม่เล่นมั่วตามใจตัวเอง แล้วฝึกอย่างมีหลักการ จึงจะมี “อิสระในการ เป็นเลิศ” ไปเล่นกีตาร์โชว์คนอื่นได้ ถ้าคุณแค่อยากมีอิสระในการเลือก คุณก็แค่ท�าสิ่งที่อยากท�า ไม่ต้องคิดมาก แต่ขอให้นึกภาพอิสระอีกชนิดที่ร้องเรียกหาคุณว่า “เฮ้ ฉันเข้าใจนะว่าเธออยากเป็นนายตัวเอง แต่คิดจริงๆ เหรอว่าถ้า ท�าตามใจชอบตลอดแล้วชีวิตจะดีเอง?” อันที่จริงผมกลับมองว่า
  29. 29. บทที่ 2 สู่อิสระในการเป็ นเลิศ 29 พอคุณตั้งข้อจ�ากัดให้ตัวเอง คุณจะมีชีวิตที่ดีขึ้นเสียอีก อิสระในการเป็นเลิศไม่ใช่การที่คุณ “เลือกทุกสิ่งตามใจชอบ” มันคือการที่คุณ “เลือกสิ่งที่มีค่าส�าหรับตัวคุณ” และมีวินัยยึดมั่นที่จะ พัฒนาสิ่งนั้น โดยกล้าปฎิเสธสิ่งล่อใจต่างๆ ที่เข้ามาดึงคุณออกจาก เป้าหมายในชีวิต คนที่อยากพัฒนาตัวเองไม่ว่าด้านใดก็ตาม จึงต้องการอิสระ ในการเป็นเลิศในช่วงแรกคุณต้องมีวินัยแล้วพอช�านาญคุณก็ไม่ต้อง ออกแรงอีก เราไม่ได้มีอิสระไว้ใช้เพื่อผลาญจนหมด แต่เรามีอิสระไว้เพื่อ ใช้ประโยชน์จากมันเพื่อตัวคุณและคนที่คุณรักอย่างเต็มที่ต่างหาก คุณต้องหัดเลือกท�าสิ่งส�าคัญก่อนสิ่งที่ท�าง่าย คุณต้องเสียสละอิสระ บางส่วนเพื่อรักษาวินัยกับนิสัยที่ดี สุดท้ายแล้วคุณต้องตั้งข้อจ�ากัดให้ ตัวเองและควบคุมตัวเองเพื่อไม่ใช้อิสระที่พระเจ้ามอบให้ในทางที่ผิด ผมไม่ได้หมายความว่าคุณจะเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเอง ต้องการไม่ได้ผมแค่บอกว่าคุณต้องระวังด้วยว่าอาจเลือกเส้นทางชีวิต ที่ผิดพลาด ซึ่งอาจน�ามาซึ่งผลเสียที่ติดตัวคุณไปชั่วชีวิต ถ้าคุณกินอาหารขยะอยู่ตลอดไม่นานคุณก็จะมีน�้าหนักเกิน10 หรือ20กิโลกรัมและถ้าคุณยังกินต่อไปสักวันคุณก็จะหนักขึ้นจนอาจ ถึง 100 กิโลกรัม ถึงตอนนั้นคุณคงไม่มีความสุข ทั้งหมดมาจากการ ที่คุณไม่ควบคุมการกินของตัวเองตั้งแต่แรก ตอนนี้ผมอยากให้คุณใช้เวลาสักนาที ลองจินตนาการว่าคุณ เริ่มออกก�าลังกาย ยกเวท และรักษาหุ่นให้ดี นึกภาพตามว่าคุณวิดพื้น

×