O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.

Window

555 visualizações

Publicada em

  • Seja o primeiro a comentar

  • Seja a primeira pessoa a gostar disto

Window

  1. 2. ระบบปฏิบัติการ <ul><li>เรียกย่อ ๆ ว่า โอเอส ( Operating System : OS) เป็นซอฟต์แวร์ใช้ในการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการนี้ ระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้กันมากและเป็นที่รู้จักกันดีเช่นดอส ( Disk Operating System : DOS) วินโดวส์ ( Windows) โอเอสทู ( OS/2) ยูนิกซ์ ( UNIX) </li></ul>
  2. 3. <ul><li>DOS เป็นซอฟต์แวร์จัดระบบงานที่พัฒนามานานแล้ว การใช้งานจึงใช้คำสั่งเป็นตัวอักษร </li></ul><ul><li>Windows ระบบปฏิบัติการที่พัฒนาต่อจากดอส เพื่อเน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น สามารถทำงานหลายงานพร้อมกันได้ โดยงานแต่ละงานจะอยู่ในกรอบช่องหน้าต่างที่แสดงผลบนจอภาพ การใช้งานเน้นรูปแบบกราฟิก </li></ul><ul><li>OS/2 เป็นระบบปฏิบัติการแบบเดียวกับวินโดวส์ แต่บริษัทผู้พัฒนาคือ บริษัทไอบีเอ็ม </li></ul><ul><li>Unix ระบบปฏิบัติการที่พัฒนามาตั้งแต่ครั้งใช้กับเครื่องมินิคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถใช้งานได้หลายงานพร้อมกัน และทำงานได้หลาย ๆ งานในเวลาเดียวกัน </li></ul>
  3. 4. ส่วนประกอบต่างๆของ Windows <ul><li>Start - คลิกปุ่มนี้ จะมีเมนูแสดงขึ้นมา </li></ul><ul><li>Desktop - บริเวณพื้นที่ของ Windows เพื่อแสดงไอคอน หรือโปรแกรมที่เราเรียกใช้งาน </li></ul><ul><li>Task Bar - บริเวณที่แสดงว่ามีโปรแกรมใดทำงาน ค้างอยู่ </li></ul><ul><li>Icons - รูปภาพแทนคำสั่ง สำหรับไอคอนพื้นฐาน ได้แก่ ( บางไอคอนมีเฉพาะใน Windows 98) </li></ul>
  4. 5. ตัวอย่าง Icons พื้นฐาน <ul><li>My Computer ไอคอนแสดงดิสก์ไดร์ฟในเครื่องคอมฯของคุณ </li></ul><ul><li>My Document เก็บตำแหน่งของเอกสารที่มีการเปิดใช้งาน </li></ul><ul><li>Internet Explorer เวบบราวเซอร์สำหรับเล่น WWW </li></ul><ul><li>Recycle Bin ถังขยะสำหรับเก็บไฟล์ที่มีการลบ สามารถกู้คืนกลับมาได้ Outlook Express โปรแกรมสำหรับรับ - ส่ง อีเมล์ </li></ul><ul><li>Network Neighborhood ไอคอนแสดงระบบเครือข่าย หรือกลุ่มคอมพิวเตอร์ของคุณ </li></ul>
  5. 6. ขั้นตอนการเปิด - ปิด Windows <ul><li>ขั้นตอนการปิดเครื่องในลักษณะต่าง ๆ </li></ul><ul><li>คลิกปุ่ม Start เลือก Shutdown จะได้ดังภาพประกอบ </li></ul>
  6. 7. <ul><li>2. จากภาพประกอบของ Windows ME ด้านบน ถ้าเป็น 95, 98 จะมีปุ่ม ให้คลิกเลือก สำหรับความหมายแต่คำสั่งมีดังนี้ - Shutdown : ปิดเครื่องทันที - Restart : ให้เริ่มเข้า windows ใหม่ ( ใช้กรณีมีปัญหาการใช้ windows) - Stand by : ให้เข้าระบบพักเครื่อง </li></ul><ul><li>3. หลังจากเลือกหัวข้อที่ต้องการแล้ว ให้คลิกปุ่ม OK </li></ul><ul><li>4. รอจนกระทั่ง Windows ถูกปิดไป ( สำหรับเครื่องคอมฯ รุ่นใหม่ ๆ เวลา Shutdown เครื่อง ระบบ power ของเครื่องจะปิดให้อัตโนมัติ ส่วน Monitor อาจยังไม่ปิด ดังนั้น ให้ปิดสวิทซ์ Monitor ด้วย ) </li></ul>
  7. 8. <ul><li>5. คำแนะนำ :: ห้ามปิดเครื่อง โดยไม่ Shutdown Windows ทั้งนี้อาจะทำให้ไม่สามารถเข้า Windows ได้อีก </li></ul><ul><li>6. ยกเว้นกรณีเครื่อง Hank หรือ กดปุ่มใด ๆ ไม่ได้ ให้กดปุ่ม Power เพื่อทำการปิดได้ ( คอมพิวเตอร์บางรุ่น จะต้องกดแช่ ค้างไว้ สักครู่ ) </li></ul>
  8. 9. การปรับแต่งหน้าตาของ Windows เราสามารถปรับแต่งหน้าตาของ Windows ในรูปแบบของเราได้ ไม่ว่าจะเป็น Wallpaper, Screen Saver, และแม้แต่รูปแบบตัวอักษร ตลอดจนขนาดของหน้าตา และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยการเข้าคลิกขวา บริเวณหน้าจอ ( Desktop) จากนั้นเลือกคำสั่ง Properties
  9. 10. รายละเอียดแต่ละคำสั่งบนแท็ป <ul><li>Background - สำหรับปรับแต่ง Wallpaper ของหน้าจอภาพ หรือ Desktop </li></ul><ul><li>Screen Saver - สำหรับปรับเปลี่ยนโปรแกรมพักหน้าจอ สามารถกำหนดระยะเวลาให้แสดง Screen Saver ได้ </li></ul><ul><li>Appearance - แสดงรูปแบบ ขนาดตัวอักษร </li></ul><ul><li>Effects - สำหรับปรับขนาดไอคอน รูปแบบการแสดงเมนู </li></ul><ul><li>Web - สำหรับแสดงหน้า Desktop ในรูปแบบของ Web </li></ul><ul><li>Settings - สำหรับกำหนดขนาดของหน้าจอ และจำนวนสีที่แสดง </li></ul>
  10. 11. Control Panel <ul><li>Control Panel ที่เป็นที่เก็บโปรแกรมสำคัญๆ ของ Windows เป็นโปรแกรมที่เกี่ยวกับการควบคุมการทำงานของ Windows ทั้งหมด ดังนั้นถ้าต้องการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมอุปกรณ์อะไรก็ตาม หรือจัดการอะไรเกี่ยวกับ Windows ก็จำเป็นจะต้องใช้บริการในส่วนของ Control Panel เสมอ แต่อย่างไรก็ตาม บางโปรแกรมอาจสามารถเรียกโดยไม่ต้องผ่าน Control Panel ก็ได้ </li></ul>
  11. 12. Windows Explorer <ul><li>Windows Explorer เป็นโปรแกรมที่ช่วยในการเข้าถึงไฟล์ โฟลเดอร์ และไดร์ฟต่างๆ ภายในเครื่องคอมฯ ของเรา โดยหน้าต่างทางซ้ายมือจะแสดงรายชื่อ ไดร์ฟ และโฟลเดอร์ ส่วนหน้าต่างทางขวามือจะแสดงรายชื่อโฟลเดอร์ และรายละเอียดของชื่อไฟล์แต่ละไฟล์ </li></ul>
  12. 13. การเรียนใช้ Windows Explorer <ul><li>1. เรียกจากเมนู Start </li></ul><ul><li>2. คลิกเมนู Programs </li></ul><ul><li>3. คลิกเลือก Accessories เลือก Windows Explorer ( สำหรับ Windows ME) </li></ul><ul><li>4. หรือสามารถเรียกได้จาก คลิกไอคอนที่ My Computer </li></ul><ul><li>5. คลิกขวา เลือก Explore </li></ul><ul><li>6. กรณีต้องการปรับเปลี่ยนการดูรายชื่อ ไฟล์และโฟลเดอร์ ให้คลิกเมนู View เลือก Large Icons , Small Icons, List, Details ทั้งนี้จะแสดงรายละเอียดต่างกันบ้างเล็กน้อย สำหรับ Windows แต่ละเวอร์ชั่น </li></ul>
  13. 14. การปรับแต่งไอคอน บน Desktop <ul><li>1. เปลี่ยนชื่อไอคอน : ให้คลิกเลือกไอคอน จากนั้นกดปุ่ม F2 พิมพ์ชื่อใหม่ตามต้องการ สามารถพิมพ์ชื่อภาษาไทยได้ด้วย </li></ul><ul><li>2. ลบไอคอน : ให้คลิกเลือกไอคอน จากนั้นกดปุ่ม Del </li></ul><ul><li>3. จัดเรียงไอคอน : ให้คลิกขวาบริเวณว่าง ๆ บนหน้าจอ เลือก Arrange Icons ดังภาพประกอบ จากนั้นเลือกว่าจะให้เรียงตามอะไร เช่น Name, Type, Size, Date แต่ถ้าต้องการให้เรียงอัตโนมัติให้คลิก Auto Arrange </li></ul><ul><li>4. เปลี่ยนไอคอน : ให้คลิกเลือกไอคอนนั้นๆ จากนั้นคลิกขวา เลือก Properties เลือก Change Icon เลือกรูปแบบที่ต้องการ </li></ul>
  14. 16. <ul><li>เมื่อมนุษย์มีความจำเป็นที่จะติดต่อสื่อสารระหว่างกัน   พัฒนาการทางด้านคอมพิวเตอร์จึงต้องตอบสนองเพื่อให้ใช้งานได้ตามความต้องการ   แรกเริ่มมีการพัฒนาคอมพิวเตอร์แบบ รวมศูนย์    เช่น มินิคอมพิวเตอร์ หรือ เมนเฟรม โดยให้ผู้ใช้งานใช้พร้อมกันได้หลายคน   แต่ละคนเปรียบเสมือน เป็นสถานีปลายทาง ที่เรียกใช้ทรัพยากร การคำนวณจากศูนย์คอมพิวเตอร์และให้คอมพิวเตอร์ตอบสนองต่อ การทำงานนั้น ต่อมามีการพัฒนาไมโครคอมพิวเตอร์ที่ทำให้สะดวกต่อการใช้งานส่วนบุคคล   จนมีการเรียกไมโครคอมพิวเตอร์ ว่า   พีซี ( Personal Computer:PC) การใช้งานคอมพิวเตอร์จึงแพร่หลายอย่างรวดเร็ว   เพราะการใช้งานง่ายราคา ไม่สูงมาก สามารถจัดหามาใช้ได้ไม่ยาก   เมื่อ มีการใช้งานกันมาก บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ต่างๆ ก็ปรับปรุง และพัฒนาเทคโนโลยีให้ตอบสนองความต้องการที่จะทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มในรูปแบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์   จึงเป็นวิธีการหนึ่ง   และกำลังได้รับความนิยมสูงมาก   เพราะทำให้ตอบสนองตรงความต้องการที่จะติดต่อสื่อสาร ข้อมูลระหว่างกัน </li></ul>
  15. 17. บทบาทที่สำคัญของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ต่อหน่วยงานต่างๆ <ul><li>1.  ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม และสามารถทำงานพร้อมกัน 2.  ให้สามารถใช้ข้อมูลต่างๆ ร่วมกัน ซึ่งทำให้องค์การได้รับประโยชน์มากขึ้น 3.  ทำให้สามารถใช้ทรัพยากรได้คุ้มค่า เช่น ใช้เครื่องประมวลผลร่วมกัน แบ่งกันใช้แฟ้มข้อมูล ใช้เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์ที่มีราคาแพงร่วมกัน 4.  ทำให้ลดต้นทุน เพราะการลงทุนสามารถลงทุนให้เหมาะสมกับหน่วยงานได้ </li></ul>
  16. 18. ชนิดของเครือข่าย <ul><li>เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบ่งแยกตามสภาพการเชื่อมโยงได้ 2 ชนิด -  เครือข่ายแลน ( Local Area Network : LAN) -  เครือข่ายแวน ( Wide Area Network : WAN ) </li></ul>
  17. 19. เครือข่ายแลน <ul><li>  หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ท้องถิ่นเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารที่อยู่ในท้องที่ บริเวณเดียวกันเข้าด้วยกัน เครือข่ายแลนจัดได้ว่าเป็นเครือข่ายเฉพาะขององค์การ   การสร้างเครือข่ายแลนนี้องค์การสามารถดำเนินการทำเองได้   โดยวางสายสัญญาณสื่อสารภายในอาคารหรือภายในพื้นที่ของตนเอง   เครือข่ายแลน มีตั้งแต่เครือข่ายขนาดเล็กที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปภายในห้องเดียวกันจนเชื่อมโยงระหว่างห้อง หรือองค์การขนา ดใหญ่ </li></ul>
  18. 20. เครือข่ายแวน <ul><li>เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ในระยะไกล จึงต้องอาศัยระบบบริการข่ายสายสาธารณะ เครือข่ายแวนจึงเป็นเครือข่าย ที่ใช้กับองค์การที่มีสาขาห่างไกลและต้องการเชื่อมสาขาเหล่านั้นเข้าด้วยกัน เครือข่ายแวน เป็นเครือข่ายที่ทำให้เครือข่ายแลนหลายๆ เครือข่ายเชื่อมถึงกันได้ </li></ul>
  19. 21. อีเทอร์เน็ต ( Ethernet) <ul><li>อีเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่พัฒนามาจากโครงสร้างการเชื่อมต่อแบบสายสัญญาณร่วมที่เรียกว่า บัส ( Bus) โดยใช้สายสัญญาณแบบแกนร่วม คือ สายโคแอกเชียล ( Coaxial Cable) เป็นตัวเชื่อม   สำหรับระบบบัส เป็นระบบ เทคโนโลยีที่คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเชื่อมโยงเข้ากับสายสัญญาณเส้นเดียวกัน คือ เมื่อมีผู้ต้องการส่งข้อมูล   ก็ส่งข้อมูลได้เลย   แต่เนื่องจากไม่มีวิธีการค้นหาเส้นทางที่ส่งว่างหรือเปล่า   จึงไม่ทราบว่ามีอุปกรณ์ใดหรือคอมพิวเตอร์ เครื่องใดที่ส่งข้อมูลมาในช่วงเวลาเดียวกัน   จะทำให้เกิดการชนกันขึ้นและเกิดการสูญหายของข้อมูล   ผู้ส่งต้องส่งข้อมูล ไปยังปลายทางอีกครั้งหนึ่ง   ทำให้เสียเวลามาก จึงมีการพัฒนาระบบการรับส่งข้อมูลผ่านอุปกรณ์กลางที่เรียกว่า ฮับ ( Hub)   และเรียกระบบใหม่นี้ว่า เทนเบสที ( 10 base t)  โดยใช้สายสัญญาณที่มีขนาดเล็กลงและราคาถูกซึ่งเรียกว่า   สายคู่บิตเกลียวชนิดไม่หุ้มฉนวน ( Unshielded twisted    pair : UTP) ทำให้การเชื่อมต่อนี้ มีลักษณะ แบบดาว </li></ul>
  20. 22. โทเก็นริง <ul><li>โทเก็นริง เป็นเครือข่ายที่บริษัท ไอบีเอ็ม พัฒนาขึ้น   รูปแบบการเชื่อมโยงจะเป็น วงแหวน   โดยด้านหนึ่งเป็นตัวรับสัญญาณและอีกด้านหนึ่งเป็นตัวส่งสัญญาณ   การเชื่อมต่อแบบนี้ทำให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องสามารถส่งข้อมูลถึงกันได้   โดยผ่านเส้นทางวงแหวนนี้     การติดต่อสื่อสารแบบนี้จะมีการจัดลำดับให้ผลัดกันส่งเพื่อว่าจะได้ไม่สับสน และมีรูปแบบ ที่ชัดเจน โทเก็นริงที่ใช้กันอยู่ในขณะนี้มีความเร็วในการรับส่งสัญญาณได้ 16 ล้านบิตต่อวินาที   ข้อมูล แต่ละชุดจะมี การกำหนดตำแหน่งแน่นอนว่ามาจากสถานีใด และจะส่งไปที่สถานีใด </li></ul>
  21. 23. สวิตชิง <ul><li>สวิตชิง เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาเพื่อให้สามารถรับส่งข้อมูลระหว่างสถานีทำได้เร็วยิ่งขึ้น     การคัดเลือกชุดข้อมูล ที่ส่งมาและส่งต่อไปยังสถานีปลายทาง   จะกระทำที่ชุมสายกลาง ที่เรียกว่า   สวิตชิง   รูปแบบของเครือข่ายแบบนี้จะมีลักษณะ เป็นแบบดาว   ซึ่งโครงสร้างนี้จะเหมือนกันกับแบบอีเทอร์เน็ตที่มีฮับเป็นศูนย์กลาง   แต่แตกต่างกันที่ฮับเป็นจุดร่วมของสาย สัญญาณที่จะต่อกระจายไปยังทุกสาย   แต่สวิตชิงจะเลือกการสลับสัญญาณไปยังตำแหน่งที่ต้องการเท่านั้น   สวิตชิงจึงมีข้อดี กว่าฮับเนื่องจากแต่ละสายสัญญาณจะมีความเป็นอิสระต่อกันมาก   ทำให้รับส่งสัญญาณไม่มีปัญหาเรื่องการชนกัน ของข้อมูล </li></ul>
  22. 24. การใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์ <ul><li>เครือข่ายแลนหนึ่งเครือข่ายจะมีการทำงานกันเป็นกลุ่ม เรียกว่า กลุ่มงาน (Workgroup)  แต่เมื่อเชื่อมโยงหลาย ๆ   กลุ่มงานเข้าด้วยกันก็จะเป็นเครือข่ายขององค์กร   และถ้าเชื่อมโยงระหว่างองค์กรผ่านเครือข่ายแวน   ก็จะได้เครือข่าย ขนาดใหญ่ </li></ul>
  23. 25. <ul><li>การใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน        งานขององค์กรบางอย่างมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน   ถ้าแต่ละฝ่ายทำการหาหรือรวบรวมข้อมูลเอง   ข้อมูลอาจ จะมีความคลาดเคลื่อนไม่ตรงกันก็ได้    นอกจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้วยังทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรบุคคลและวัสดุอุปกรณ์   สิ้นเปลืองเวลาอีกด้วย   แต่ถ้าองค์กรนั้นมีระบบการจัดเก็บข้อมูลที่ดี   มีสถานีให้บริการเก็บข้อมูล   แล้วให้ผู้ใช้บริการในองค์กร นั้นดึงข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายไปใช้   ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ ได้   นอกจากนั้นยังสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ เช่น   เครื่องพิมพ์   เครื่องสแกน   กล้องดิจิตอล   ฯลฯ   การดำเนินงานก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันเนื่องจากใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน </li></ul>
  24. 26. <ul><li>การติดต่อสื่อสารระหว่างกันบนเครือข่าย      เมื่อมีการเชื่อมโยงอุปกรณ์เข้าด้วยกัน   ผู้ใช้ ทุกคนที่อยู่บนเครือข่าย จะสามารถ ติดต่อสื่อสารระหว่างกันสามารถส่ง ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิคส์ระหว่างกัน   ตลอดจนสามารถโอนย้ายข้อมูลระหว่างกันได้ </li></ul><ul><li>สำนักงานอัตโนมัติ      แนวคิดของสำนักงานสมัยใหม่   ก็คือ   ลดการใช้กระดาษ   หันมาใช้ระบบการทำงาน ด้วยคอมพิวเตอร์ที่สามารถ แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ทันทีทันใด   ระบบสำนักงานอัตโนมัติ จึงเป็นระบบการทำงานที่ทุกสถานีงานเปรียบเสมือน โต๊ะทำงาน   ทำให้เกิดความคล่องตัว   และรวดเร็ว </li></ul>
  25. 27. ตัวอย่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ <ul><li>อินเทอร์เน็ต ตัวอย่างการใช้งานอินเทอร์เน็ต เช่น </li></ul><ul><li>- การรับส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิคส์ </li></ul><ul><li>- การโอนย้ายแฟ้มข้อมูลระหว่างกัน </li></ul><ul><li>- การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในที่ห่างไกล </li></ul><ul><li>- การเรียกค้นข้อมูลข่าวสาร </li></ul><ul><li>- การอ่านจากกลุ่มข่าว </li></ul><ul><li>- การสนทนาบนเครือข่าย </li></ul><ul><li>- การบริการสถานีวิทยุและโทรทัศน์บนเครือข่าย </li></ul>
  26. 28. <ul><li>     เมื่ออินเทอร์เน็ตได้รับการพัฒนามาจนเป็นที่ยอมรับและแพร่หลาย   จึงมีผู้ต้องการสร้างเครือข่ายใช้งานเฉพาะในองค์กร    โดยนำวิธีการในอินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้กับเครือข่ายของตนเอง เครือข่ายที่ใช้งานเฉพาะในองค์การนี้จึงเรียกว่า   เครือข่ายอินทราเน็ต      การประยุกต์ใช้บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตใช้หลักการที่มีสถานีให้บริการ และสถานีผู้ใช้บริการ   สถานีผู้ใช้บริการมีโปรแกรมเชื่อมต่อที่ทำให้ใช้งานระบบฐานข้อมูลได้ง่าย อินทราเน็ตจึงใช้วิธีการเดียวกันนี้     เพราะทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลาในการเรียนรู้การพัฒนาขึ้น และพร้อมที่จะเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต </li></ul>อินทราเน็ต
  27. 29. <ul><li>ผู้จัดทำ </li></ul><ul><li>นศท . ไตรรงค์ เมธีผาติกุล ชั้นปีที่ 3 เลขที่ 1 ม .6/1 </li></ul><ul><li>นศท . โอวาท ม่วงศรี ชั้นปีที่ 3 เลขที่ 31 ม .6/1 </li></ul>

×