O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.

การจัดการเชิงกลยุทธ์ด้วยปรัชญาหมากล้อม

1.884 visualizações

Publicada em

การจัดการเชิงกลยุทธ์ด้วยปรัชญาหมากล้อม
บรรยายครั้งแรก เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 ให้ผู้บริหาร บริษัท สยามฟู้ด เซอร์วิส จำกัด

Publicada em: Espiritual

การจัดการเชิงกลยุทธ์ด้วยปรัชญาหมากล้อม

  1. 1. การจัดการเชิงกลยุทธ์ด้วยปรัชญาหมากล้อม นพพร เทพสิทธา
  2. 2. ถาม - ตอบ คิด - ตัดสินใจ - ลงมือทา
  3. 3. คาถามที่ดี ย่อม นาไปสู่คาตอบที่ดี คาถามที่ชาญฉลาด ย่อมนาไปสู่ความสาเร็จที่ไม่ธรรมดา
  4. 4. คาถามเชิงกลยุทธ์ • เราจะใช้ทรัพยากรและเวลาที่มีอยู่อย่างจากัด เพื่อบรรลุเป้าหมายของเราได้อย่างไร • เราจะสามารถบรรลุทั้งความยืดหยุ่นและความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายพร้อมๆ กันอย่างไร • เราจะประเมินแยกแยะผลได้ ผลเสียของแนวทางต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมาย อย่างไร • โครงการไหนที่ควรสานต่อ โครงการไหนที่ควรยุติ • เมื่อไหร่ควรบุกลุยไปข้างหน้า เมื่อไหร่ควรอดกลั้นรอคอยจังหวะโจมตี • เมื่อไหร่ควรเป็นฝ่ ายนาเกมและเมื่อไรควรแค่เกาะตามสถานการณ์ไปก่อน • เราจะรุกเข้าไปอย่างไร ในสถานการณ์ที่ฝ่ ายตรงข้ามมีอิทธิพลเข้มแข็ง • ถ้าคู่แข่งบุกรุกเข้ามาในเขตอิทธิพลของเรา เราควรรับมืออย่างไร • ถ้าเรามีจุดแข็งในหมากบางกลุ่ม และก็มีจุดอ่อนในหมากอีกกลุ่ม เราจะจัดสรร ทรัพยากรอย่างไรให้เหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงในภาพรวม • เมื่อไหร่ควรสละหมากเพื่อรักษาส่วนรวม และเมื่อไหร่ควรลงทุนเพื่ออนาคต • เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เราควรปรับแผนกลยุทธ์อย่างไร
  5. 5. การจัดการเชิงกลยุทธ์ • การมองไปในอนาคตเพื่อตอบคาถามว่า ธุรกิจที่บริษัทกาลัง ดาเนินการอยู่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดหรือลูกค้า หรือไม่ ? บริษัทจะก้าวไปในทิศทางใด ? จะเติบโตอย่างไร ? ผู้บริหารได้เตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆไว้อย่างไรบ้าง ? • การกาหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ของ องค์การในระยะสั้นและระยะยาว จากนั้นจึงวางแผนและ ทา กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้องค์การสามารถดาเนินงานตามพันธกิจ อันนาไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กาหนดไว้
  6. 6. เครื่องมือในการวิเคราะห์กลยุทธ์ • การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส ข้อจากัด SWOT Analysis • การวิเคราะห์ปัจจัย 5 ประการที่มีผลต่ออุตสาหกรรม 5 Forces Analysis • การวิเคราะห์วงจรชีวิตอุตสาหกรรม Industry lifecycle • การวิเคราะห์ปัจจัยแห่งความสาเร็จของอุตสาหกรรม Key Success Factors • การวิเคราะห์ลูกโซ่แห่งคุณค่า Value Chain Analysis • การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า Customer Analysis • การวิเคราะห์คู่แข่งขัน Competitor Analysis
  7. 7. • แนวทางในการดาเนินงานที่ทาให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย • แนวทางในการทาให้องค์กรประสบความสาเร็จ • วิธีการในการแข่งขันที่จะทาให้องค์กรสามารถเอาชนะ คู่แข่งได้ • วิธีการหรือแนวทางที่องค์กรจะนาเสนอคุณค่า ให้กับ ลูกค้า เพื่อให้องค์กรประสบความสาเร็จตามที่ต้องการ
  8. 8. ทาไมต้องมีการจัดการเชิงกลยุทธ์ • กาหนดทิศทางในอนาคต ขององค์กร • ทาให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย • ทาให้องค์กรเดินไปในทางเดียวกัน • ทาให้เกิดคุณค่าสูงสุด ด้วยทรัพยากรที่มีจากัด • ตื่นตัวต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง • ทาให้ได้เปรียบในการแข่งขัน • สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ
  9. 9. ลักษณะสาคัญของการจัดการเชิงกลยุทธ์ • เป็นกระบวนการบริหารองค์การโดยรวม • เเน้นการสร้างกลยุทธ์ เพื่อสร้างความได้เปรียบในระยะยาว • ตัดสินใจที่อาศัยชั้นเชิง ไม่มีวิธีการที่สาเร็จรูป • ต้องอาศัยความร่วมมือ พันธะผูกพัน และ ทรัพยากรในองค์การ • มีทิศทางชัดเจน และ แสดงให้ทุกคนในองค์การเข้าใจตรงกัน • คานึงถึง ลักษณะการดาเนินงานขององค์การ ลักษณะธุรกิจในอนาคต สภาพแวดล้อม การจัดสรรทรัพยากร การปฏิบัติงานให้บรรลุ เป้าหมาย
  10. 10. ปัจจัยแห่งความสาเร็จในการจัดการเชิงกลยุทธ์ • วิสัยทัศน์ และ เป้าหมาย • ข่าวสารข้อมุล • กลยุทธ์ • คน กระบวนการ เทคโนโลยี
  11. 11. "ยุทธศาสตร์" เป็นคาที่ใช้อยู่ในวงการธุรกิจมานาน ถึงแม้ว่าใครๆ จะบอกว่าเป็นศัพท์ทางการทหารก็ตาม แต่เมื่อเราสามารถนาสิ่งต่างๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ได้ แล้วทาไมยุทธศาสตร์ทางการทหาร จะนามาสนับสนุนในการวางยุทธศาสตร์ทางธุรกิจไม่ได้ ในเมื่อวงการธุรกิจนับวันยิ่งปราศจากธรรมเนียมแห่งการช่วยเหลือ ประนีประนอมกัน เหมือนเช่นสงครามเข้าไปทุกที และถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่า "คุณไม่สามารถดาเนินกิจกรรมทางธุรกิจของคุณไปสู่ชัยชนะได้ ถ้าหากคุณไม่มียุทธศาสตร์ที่ใช้การได้" BUSINESS WARGAMES "สงคราม ธุรกิจ-ทหาร เหมือนกัน" นิตยสารผู้จัดการ( กันยายน 2532)
  12. 12. ปัจจัยแห่งความสาเร็จในการทาสงคราม • ธรรม – ความชอบธรรม หลักการ เหตุผล วัตถุประสงค์ • ดินฟ้ าอากาศ – ฤดูกาล ลมพายุ ฝน หิมะ • ภูมิประเทศ – ระยะทาง ลักษณะของพื้นที่ • ขุนพล – บุคคลผู้กอปร สติปัญญา ความเที่ยงธรรม ความ เมตตา ความกล้าหาญ และ ความเข้มงวดเด็ดขาด • ระเบียบวินัย – ระบบการจัดทัพ วินัย การใช้จ่าย การทาสงคราม ต้องมียุทธศาสตร์
  13. 13. ยุทโธบาย • รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ยังไม่ใช่ชัยชนะที่เลอเลิศ ชนะโดยไม่ต้องรบ คือ สุดยอดชัยชนะ • สุดยอดการรบ ต้องรบด้วยกลยุทธ์ รองลงมา คือ ใช้การทูต การเจรจาหว่านล้อม สุดท้าย จึงค่อยใช้กาลังทหาร เลวที่สุด คือ การล้อมตีค่ายของศัตรู • รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ไม่มีพ่ายแพ้ ไม่รู้เขา รู้เรา แพ้ชนะยังก้ากึ่งอยู่ ไม่รู้เขา ไม่รู้เรา ย่อมปราชัยทุกครั้งไป
  14. 14. ท่วงทานองยุทธ์ • รบโดยไม่ให้เพลี่ยงพลั้ง ต้องรบทั้งซึ่งหน้าและพลิกแพลง • ชัยชนะ ตัดสินที่ การรบแบบพลิกแพลง หรือ ยุทธวิธี ผู้เจนจบการรบ ย่อมพลิกแพลงได้ไม่รู้จบ ไม่มีอับจน ดั่งฟ้ าดินอันไม่สิ้นสุด ดุจแม่น้าไหลรินไม่ขาดสาย จบแล้วเริ่มใหม่ ตายแล้วก็ผุดเกิด เช่นเดือนตะวันที่ตกแล้วก็ขึ้น • สายน้าเชี่ยวกราก พัดพาหินใหญ่ให้เคลื่อนลอยได้ ด้วยพลังแรง นกอินทรีย์ที่รวดเร็ว จับเหยื่อได้ ด้วยรู้จังหวะโจมตี ท่วงทานองยุทธ์ ต้องฉับไว น่าเกรงขาม จู่โจมช่วงสั้น
  15. 15. ผู้เชี่ยวชาญศึก • ผู้เชี่ยวชาญศึก พึงคุมความได้เปรียบ ไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกคุม • ผู้เชี่ยวชาญศึก ย่อมเข้าโจมตีจนศัตรูไม่มีทางรับ มุ่งทาลายจุดอ่อน แม้น ตั้งรับ ศัตรูก็ไม่รู้ว่า จะเข้าตีอย่างไร เพราะไร้จุดอ่อนให้เห็น ยามต้องถอย ศัตรูก็ไล่ไม่ทัน เพราะ ความรวดเร็ว • ให้ศัตรูเปิดเผย แต่เราไม่สาแดงร่องรอย ให้ฝ่ายศัตรูแตกแยก แต่เรารวมเป็นหนึ่ง • พิจารณาสภาพเราสภาพเขาให้ถ่องแท้ เพื่อประเมินเชิงได้เชิงเสีย สอดแนม เพื่อหาเบาะแส และ ติดตามความเคลื่อนไหวของศัตรู วางกาลังอย่างรอบคอบ กาหนดจุดเป็นจุดตาย • เข้าปะทะประลองกาลัง เพื่อรู้จุดอ่อนจุดแข็งของเรา
  16. 16. ผู้เชี่ยวชาญศึก • ด้วยหยั่งรู้ลึกตื้นหนาบางของข้าศึก จึงกาชัยชนะ เมื่อชนะ ก็ไม่ให้ผู้ใดหยั่งรู้ เงื่อนงาแห่งชัยชนะ ใช้ยุทธวิธี ไม่ซ้าเดิม ปรับตามสถานการณ์ ไม่มีหมดสิ้น • วางกลยุทธ์ ให้เหมือน ธรรมชาติของน้า หลีกเลี่ยงที่สูง ไหลลงต่า หลีกเลี่ยงแข็ง เข้าตีอ่อน ไหลบ่าตามภูมิประเทศ ปรับตามสภาวะของข้าศึก ไม่มีหลักตายตัว ดังเช่นน้า ที่ไม่มีรูปลักษณ์แน่นอน
  17. 17. การสัปยุทธ์ชิงชัย • การทาสงคราม ความยากอยู่ที่การสัปยุทธ์ชิงชัย ทายากกว่าวางแผน เป็นตายเท่ากัน อาจอยู่รอดปลอดภัย หรือเกิดมหันตภัยถ้าประมาท • หากกองทัพขาดยุทธปัจจัย เสบียงอาหาร กาลังบารุง ต้องแพ้แน่นอน • การสัปยุทธ์ชิงชัย ต้องรู้จักใช้ความคิดพลิกแพลง ต่อสู้ด้วยยุทธวิธี เคลื่อนไหวทันที เมื่อเห็นโอกาส ทุกก้าวย่างต้องได้ผล เกิดคุณค่า ปรับเปลี่ยนได้ทุกรูปแบบ ทั้งรวมกาลัง และ กระจายกาลัง • การสัปยุทธ์ชิงชัย ต้องรวดเร็วประหนึ่งลมพายุ แต่เมื่อต้องเชื่องช้า ก็ช้าประหนึ่งเดินในแมกไม้ไพรพนา รบดั่งเช่นไฟบรรลัยกัลป์ หนักแน่นปานภูผา ศัตรูไม่ทันคาดคิด ดุจท้องฟ้ าอันเวิ้งว้างสุดหยั่งรู้ เมื่อไหวตัวก็เป็นสายฟ้ าที่ก้องคารณ
  18. 18. การทาสงคราม • ผู้นาต้องมีคุณธรรม พึงใคร่ครวญผลได้เสียของสงครามให้จงหนัก ขุนพลที่เก่งกล้า ย่อมเผด็จศึกให้ได้ในเร็ววัน • ไม่เห็นประโยชน์ ไม่พึงเคลื่อนทัพ ไม่สามารถเอาชนะ ไม่พึงใช้กาลังทหาร ไม่คับขันจาเป็นจริงๆ ไม่พึงทาสงคราม • อย่าก่อสงคราม เพราะ ความโกรธ อย่ารุกไล่ เพราะ แค้นเคือง • ทาสงคราม เพราะประโยชน์ของส่วนรวม ประเทศล่มสลาย ผู้คนล้มตาย ไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้
  19. 19. หัวใจแห่งความสาเร็จ อยู่ที่ ปัญญา
  20. 20. ลักษณะของปัญญา • ไม่ใช่เป็นทั้งความรู้ และ ความจา • เป็นสิ่งเฉพาะบุคคล และ มีเอกลักษณ์ • เรียบง่าย แต่ได้ผล • จังหวะเวลาเหมาะสม • มองภาพรวมและภาพย่อย • ปรับเปลี่ยนได้ตามสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอก • ไม่เจือปนด้วยความโน้มเอียงส่วนตัว อารมณ์ • คิดถึงความเสี่ยงและการป้องกันความเสี่ยง
  21. 21. ปัญญาเชิงกลยุทธ์ Strategic Wisdom ปัญญา ที่นาไปสู่ชัยชนะ ในการแข่งขัน การต่อสู้ การทาสงคราม ชนะตนเอง ชนะคู่ต่อสู้ ชนะคู่แข่ง ชนะมวลชน
  22. 22. การฝึกปัญญาเชิงกลยุทธ์
  23. 23. การฝึกปัญญาเชิงกลยุทธ์ด้วยหมากล้อม
  24. 24. ข้อดีในการฝึกปัญญาเชิงกลยุทธ์ด้วยหมากล้อม • หมากล้อม เป็นทั้งเกม และ เครื่องมือ Simulation Tool • จาลองสงคราม ธุรกิจ เครือข่าย Value Chain • ฝึกทั้งความคิด จิตใจ มารยาท และ คุณธรรม • แฝงด้วยปรัชญา ตะวันออก ซุนวู เต๋า เซน พุทธ
  25. 25. จาก HUG MAGAZINE ฉบับ 15 ธ.ค.2556 - 14 ม.ค.2557 ผู้เขียน อ.ขวด
  26. 26. หมากล้อม คือ ห้องแล็บมนุษย์ • ฝึกให้คิดอย่างเป็นระบบ ตัดสินใจอย่างมีขั้นตอน ใช้ข้อมูลประกอบ ไม่ใช้อารมณ์ หรือ ความเคยชิน • ฝึกการวางแผนกลยุทธ์ การจัดการเชิงกลยุทธ์ • ส่งเสริมคุณธรรม เช่น สันโดษ เมตตา เชื่อมั่นในกฎแห่งกรรม • เมื่อเล่นบ่อยๆ จะค่อยๆซึมซับ ปรับเปลี่ยนอุปนิสัย ทัศนคติ
  27. 27. หมากล้อม ภาพย่อยในองค์รวม • ไม่จาเป็นต้องชนะในทุกๆเรื่องราว การพยายามเอาชนะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ต้องทุ่มเททรัพยากรจานวนมากให้กับเรื่องอื่นๆอีกหลายเรื่อง ติดตามมา • บางครั้งควรเจตนายอมแพ้ในบางเรื่อง เพื่อถนอมกาลังไว้ใช้กับเรื่องอื่น ที่สาคัญต่อความสาเร็จของชีวิตมากกว่า • การฝึกให้สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ในวงสนทนา ทาให้เป็นคนมีเสน่ห์ มีเพื่อนมาก เปิดโลกทัศน์จากการฟังความเห็นของผู้อื่น • สนามรบในชีวิตของแต่ละคนย่อมมีมากมายหลายสนาม ต้องแยกแยะให้ออก จัดลาดับความสาคัญให้กับแต่ละสนาม คานึงถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อกันและกัน จัดสมดุล ระหว่างเรื่องราวต่างๆ ให้สามารถดาเนินไปพร้อมๆ กันด้วยดี ตามกาลังความสามารถที่มีอยู่
  28. 28. ประโยชน์ของหมากล้อม
  29. 29. 1. ปรับทัศนคติ พัฒนา จิตใจ  มีจิตใจเปิดกว้าง ทาให้พัฒนาได้อย่างไร้ขีดจากัด  มีน้าใจนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะ อ่อนน้อมถ่อมตน เคารพผู้อื่น  เอาชนะจิตใจตน ไม่ละโมบโลภมาก ไม่หลงตน ไม่ลาพองใจ  อดทนอดกลั้น รอจังหวะเวลาที่เหมาะสม  พากเพียรพยายาม สู้จนถึงที่สุด ไม่ท้อถอยง่ายๆ ไม่ใจเสาะ  มีสติ ควบคุมอารมณ์ได้ดี  มีสมาธิ มีความสงบนิ่ง หนักแน่น รอบคอบ ไม่วู่วาม
  30. 30. 2. พัฒนา ปัญญาเชิงกลยุทธ์  ไม่ยึดติด รู้จักพลิกแพลง คิดนอกกรอบ  รู้จักรุก รู้จักรับ ประเมินสถานการณ์และปรับตัว  มองภาพใหญ่ เชื่อมโยงภาพย่อย มีเป้าหมายชัดเจน  เข้าใจความคิด ความต้องการ จุดอ่อน จุดแข็ง ของผู้อื่น  พัฒนาการใช้สมองซีกขวา (EQ) มีความจาแม่นยา ช่างสังเกต  มองหาทางเลือกได้หลากหลาย ตัดสินใจได้ดีในภาวะกดดัน  บริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เข้าใจเรื่อง Optimizatiom  รู้จักสร้างและปรับสมดุล
  31. 31. 3. สร้างความสัมพันธ์ที่ดี สร้างทีมงาน สร้างเครือข่าย  ชนะด้วยการสร้างความเข้มแข็งภายในที่มั่นคงและยั่งยืน  ชนะด้วยการไม่คิดจะเอาชนะ  ไม่ฆ่าให้ตายทั้งกระดาน ไม่กินรวบหมดคนเดียว  เหลือทางถอย และ พื้นที่ให้ผู้อื่นยืนได้  ไม่เป็นวีรบุรุษคนเดียว ความสาเร็จเกิดจากทุกคน 4. นาไปใช้ประโยชน์ได้ทุกด้าน ทั้ง การปกครอง, การทาสงคราม , การบริหารธุรกิจ, การทางาน, การศึกษา, และ การดาเนินชีวิต
  32. 32. ปรัชญาหมากล้อม
  33. 33. 1. เป้าหมายที่แท้จริง คือ ผลประโยชน์ของ ส่วนรวม  ความสาเร็จต้องดูจากภาพรวม และ ผลสุดท้าย ชัยชนะต้องดูทั้งกระดาน ตอนจบเกม ชนะเม็ดเดียว ก็คือ ชนะ  สาคัญอยู่ที่ภาพรวม เส้นชัยสุดท้าย ครอบครัว องค์กร ชุมชน สังคม และ ประเทศ  เป้าหมาย คือ การพัฒนาตนเอง เพื่อประโยชน์ส่วนตน & ส่วนรวม นาไปสู่การสร้างคุณค่าและประโยชน์สูงสุด ให้แก่มนุษยชาติ  ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เกมเล่นสนุกๆ ฆ่าเวลา หรือ เชื่อมมิตรสัมพันธ์
  34. 34. 2. เน้นความสัมพันธ์แบบบูรณาการ และ ผสมผสาน เป็นหนึ่งเดียวกัน  หัวใจอยู่ที่การเชื่อมโยง Connectivity  ผสมผสานศาสตร์ต่างๆ ผ่านกระดานและตัวหมาก ใช้สิ่งที่มีรูปลักษณ์ สร้างคุณค่าที่ไร้รูปลักษณ์  ใช้หลักธรรมชาติ เชื่อมโยงได้ทุกแนวคิด พุทธ เต๋า ขงจื้อ ซุนวู รวมทั้ง แนวคิดของตะวันออก และ ตะวันตก  บูรณาการ ทั้ง IQ – EQ – SQ
  35. 35. 3. ทุกเบี้ยมีความสาคัญเหมือนกัน  เบี้ยดา เบี้ยขาว แต่ละเบี้ย มีค่าเท่ากัน ไม่มีเบี้ยใดสาคัญเหนือเบี้ยอื่น  ให้ความสาคัญต่อปัจเจกบุคคล ทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง เฉกเช่นกัน  กาลัง/คุณค่าจะเพิ่มทวีคูณ เมื่อมาอยู่ด้วยกันอย่างแยบคาย มีแบบแผน  ความได้เปรียบที่ยั่งยืน มาจากเครือข่ายที่แข็งแกร่งทั้งภายในภายนอก  ทุกคนทุกหน่วยงาน ต่างมีคุณค่าต่อเครือข่าย และเอื้อประโยชน์ต่อกัน
  36. 36. 4. ผู้ชนะ คือ ผู้ที่ใช้ทรัพยากรเพื่อการสร้างสรรค์ และ สร้างความเข้มแข้ง  คนละโมบ อยากได้อยากชนะ ด้วยความสะใจ ไม่คิดถึงผลที่ตามมา  คนเขลา เอาชนะด้วยกาลัง ใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง และมีต้นทุนสูง  คนมีปัญญาชนะด้วยกลยุทธ์ ใช้ทรัพยากรและเวลาอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ  ไม่เอาชนะด้วยการทุ่มกาลังเข้าจับกิน หรือ หวังเอาชนะทุกสนามรบ เพราะเสียทั้งทรัพยากรและเวลา ได้ไม่คุ้มเสีย  เบี้ยแต่ละตัว หมากแต่ละก้าว มุ่งสร้างความเข้มแข็ง ในจุดที่จาเป็นที่สุดก่อน  เลือกเข้มแข็งในที่ที่ควรเข้มแข็ง ไม่จาเป็นต้องเข้มแข็งทุกจุด  ผู้ชนะ ใช้ทรัพยากรเพื่อการสร้างสรรค์ ไม่ใช่เพื่อทาลายหรือทาร้ายผู้อื่น
  37. 37. 5. ผู้ชนะที่แท้จริง ชนะใจตนเอง ชนะใจผู้อื่น มีแต่เพื่อน ไม่มีศัตรู  ผู้ชนะที่แท้จริง เริ่มจากชนะตนเองก่อน ชนะต่อความต้องการเอาชนะ  เมื่อเริ่มวางหมาก ถ้าใจมุ่งแต่จะเอาชนะ ก็เท่ากับแพ้แล้ว คือ แพ้ตนเอง  อาศัย อดทนต่อสิ่งยั่วได้ดีกว่า สุดท้ายจะชนะ เพราะอีกฝ่ ายทนยั่วไม่ดีเท่า  เคล็ดของผู้ชนะ คือ ไม่คิดเอาชนะ และ ไม่คิดยอมแพ้  ผู้ชอบเอาชนะ มุ่งเอาเปรียบผู้อื่น ย่อมขาดมิตรแท้  มุ่งแต่หาจุดอ่อนคนอื่นๆ ย่อมขาดความรอบคอบในการมองตนเอง  ผู้ไม่ยอมแพ้ แม้แพ้ ก็ยังชนะได้ เพราะชนะใจผู้อื่น
  38. 38. 6. อย่าเปลี่ยนคู่แข่งเป็นศัตรู  ชนะเพียงหนึ่งเม็ด ก็ถือว่า ชนะ ไม่จาเป็นต้องกินอีกฝ่ ายให้หมดสิ้น  การแข่งขันทางธุรกิจ ไม่จาเป็นต้องทาลายคู่แข่ง จนตายไปจากธุรกิจ  ไล่ต้อนจนอีกฝ่ ายหลังชนฝา บีบให้ไม่มีทางเลือก นอกจากสู้ตาย  สุดท้ายอาจจบลงด้วย เสียหายย่อยยับด้วยกันทั้งสองฝ่ าย  คู่แข่งกลับกลายเป็นศัตรู เพาะสร้างความอาฆาตแค้นในวงกว้าง  เปิดโอกาสให้มือที่สาม เข้ามาชุบมือเปิบ เกิดคู่แข่งใหม่ขึ้นมาอีกอยู่ดี  มีคู่แข่งที่อยู่ร่วมกัน แบบคนรู้จัก ดีกว่ามีศัตรูที่อยู่ร่วมฟ้าเดียวกันไม่ได้
  39. 39. 7. หมากล้อมสอนให้รู้จักอ่านใจคู่ต่อสู้  รู้ว่า ตาต่อไป อีกฝ่ ายจะเดินหมากอย่างไร ? กาชัยชนะแน่นอน  รู้ว่า ตนเองจะเดินอย่างไร ? ไม่รู้ฝ่ ายตรงข้าม หวังชัยชนะแค่ครึ่งเดียว  ซุนวู ทาสงคราม รู้เรารู้เขา ขงเบ้ง วางแผนรบ อ่านใจคน  ต้องพยายามเรียนรู้ และ เข้าใจอีกฝ่ ายให้ถ่องแท้ อย่าดูแต่หมากอย่างเดียว ยิ่งรู้จัก ก็ยิ่งได้เปรียบ และ ไม่เอาความได้เปรียบมาใช้ในฆ่าคู่ต่อสู้
  40. 40. 8. เหนือฟ้าย่อมมีฟ้าเสมอ  ผู้มุ่งจะเป็นผู้ชนะตลอดกาล คือ ผู้หลงตนเอง ดูถูกคนทั้งโลก  เหนือฟ้าย่อมมีฟ้าเสมอ ผู้ฝื นกฎธรรมชาติย่อมหายนะ  เมื่อใดที่เข้มแข็งกว่า เราก็ชนะ เมื่อใดที่อ่อนแอ ประมาท เราก็แพ้  แพ้ชนะไม่สาคัญ สาคัญอยู่ที่รู้แพ้รู้ชนะ เรียนรู้จากชัยชนะและพ่ายแพ้  รู้จักรับเมื่อถึงเวลารับ รู้จักรุกเมื่อถึงเวลารุก เกาะกุมเวลาและโอกาส
  41. 41. 9. หมากล้อมสอนให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง  หมากล้อมใช้เพียงเบี้ยกับกระดาน 361 จุด แต่สร้างความเป็นไปได้นับ ไม่ถ้วนถึง 121,645,100,408,832,000 หรือประมาณ 10 ยกกาลัง 17  ดากับขาว เหมือน เลขศูนย์กับหนึ่ง ก่อเกิดเรื่องราวได้มากมาย  ชีวิตของผู้คนมีแต่ความไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา  ฝึกเล่นหมากล้อม ย่อมเรียนรู้วิธีจัดการกับสิ่งที่ซับซ้อน  สามารถร้อยเรียงภาพย่อยๆ ให้สอดคล้องกันได้ในภาพใหญ่  ย่อมพร้อมรับมือกับสถานการณ์และ การเปลี่ยนแปลงใดๆก็ได้
  42. 42. 10. ทุกปัญหามีทางแก้ไข  ปัญหาทุกปัญหา ต้องมีทางแก้ไข  โอกาสที่จะพลิกผันสถานการณ์มีอยู่เสมอ  วิกฤตและโอกาส คือ เหรียญสองด้าน อยู่ที่ปัญญาจะเห็นด้านใด  แต่ละย่างก้าวของหมากล้อม เป็นได้ทั้งวิกฤตและโอกาส  เหมือนกับชีวิตคน ที่ไม่แน่นอน  ขอเพียงมีความมุ่งมั่น อดทน และไม่ย่อท้อ ย่อมเห็นโอกาสเสมอ  แม้มีปัญหา ก็ยังเปลี่ยนปัญหา ให้เป็นปัญญาได้ตลอดเวลา
  43. 43. 11. สร้างเป็น ต้องทิ้งเป็น  เริ่มหมากล้อมด้วยการสร้าง กลางกระดานต้องรู้จักทิ้ง  จบกระดานด้วยการไม่สร้างไม่ทิ้ง เกิดปัญญาจากการรู้สองสิ่งที่ตรงข้าม  ชีวิตที่รู้จักแต่สร้างไม่สิ้นสุด สุดท้ายก็พันธนาการรัดตนจนปางตาย  รู้จักทิ้ง รู้จักปล่อยวาง รู้จักตัดใจจากสิ่งที่คิดว่าเป็นของตน ชีวิตจึงมีสุขได้  น้าย่อมไหลจากที่สูงลงที่ต่า สูงสุดแล้วคืนสู่สามัญ คือ สุขที่แท้จริง  เล่นหมากล้อมใยต้องเอาชนะ มีเพื่อนฝูง มีผู้เข้าใจ แค่นี้ก็สุขแล้ว
  44. 44. 12. ปรัชญาหมากล้อม เข้าใจได้ด้วยปัญญาเชิงกลยุทธ์  เรียนหนังสือเก่ง ไม่แน่ว่า จะเล่นหมากล้อมเก่ง  ผู้บังคับบัญชา ก็ไม่แน่ว่า จะเล่นหมากล้อมเก่งกว่าลูกน้อง  เล่นหมากล้อมเก่ง ไม่แน่ว่า จะประสบความสาเร็จในชีวิต  เทคนิคดี ความจาดี แต่ถ้าไม่มีปัญญาเชิงกลยุทธ์ ก็ไม่มีทางเข้าใจปรัชญาหมากล้อม ไม่เข้าใจกฎของธรรมชาติ  ปัญญาเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่มาจาก IQ อย่างเดียว  ความคิด อารมณ์ จิตวิญญาณ ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน  ไอน์สไตน์ สอนว่า จินตนาการสาคัญกว่าความรู้
  45. 45. 13. โลกของหมากล้อม คือ จักรวาลอันไร้ขอบเขต อู๋ชิงหยวน ปรมาจารย์หมากล้อมแห่งศตวรรษที่ 20 (สุวินัย ภรณวลัย)  หมากล้อมเป็นโลกที่ไร้รูปไร้ขอบ เขต ไม่อาจควบคุมหรือจัดการได้ด้วย เทคนิคล้วนๆ แต่เพียงอย่างเดียว ต้องคานึงถึงดุลยภาพและความ ปรองดองของหมากทั้งกระดานเป็นสาคัญ  หมากล้อมเปลี่ยนแปลงไม่สิ้นสุด เช่นเดียวกับจักรวาล แต่ละหมาก แต่ ละความเคลื่อนไหว สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับทั้งกระดาน วิธีที่จะ รักษาดุลยภาพไว้ได้ ก็คือ การปรองดองกับจักรวาล ทาจิตของตนให้ใส กระจ่าง ดุจกระจกที่สามารถสะท้อนภูมิปัญญาอันล้าเลิศของจักรวาล ออกมาในการเดินหมาก แต่ละหมากที่มีประสิทธิภาพสูงสุดได้
  46. 46. 14. หมากล้อมส่งเสริมมิตรภาพ  หมากล้อมส่งเสริมมิตรภาพ ผู้แพ้ก็ไม่โกรธ ผู้ชนะก็ไม่จองหอง  สองฝ่ ายร่วมกันสร้างปัญญา พัฒนาฝีมือ สร้างจุดแข็ง เสริมจุดอ่อน ของตนเอง  สร้างพันธมิตรที่มั่นคงและยั่งยืน เพราะทุกฝ่ ายชนะ ทุกฝ่ ายได้ ประโยชน์
  47. 47. ขอบคุณ และ สวัสดี

×