O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.

เรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาใหม่สำหรับเด็ก - สมุดระบายสี

2.297 visualizações

Publicada em

เรื่องราววิดีโอและหน้าสีสำหรับเด็ก - www.freekidstories.org

Publicada em: Espiritual
  • Seja o primeiro a comentar

เรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาใหม่สำหรับเด็ก - สมุดระบายสี

  1. 1. มารีสาวพรหมจารีได้รับการบอกว่าเธอจะให้กาเนิดพระเยซู ทูตสวรรค์เกเบรียลมาบอกกับมารีสาวพรหมจารีว่าเธอจะมีบุตรชายชื่อเยซู เมื่อใกล้กาหนดที่มารีย์จะคลอด ผู้ปกครองโรมันได้ประกาศให้ทุกคนไปลงทะเบียน สามะโนครัวยังบ้านเกิดที่บรรพบุรุษของพวกเขาเคยอาศัยอยู่ โยเซฟและมารีย์ได้เดิน ทางไกลจากที่พวกเขาอาศัยอยู่ในนาซาเร็ธไปยังเบธเลเฮม เมื่อพวกเขามาถึงเบธเลเฮม ที่นั้นไม่มีสถานที่พักให้กับพวกเขา ที่เดียวที่พวกเขาสามารถหา ได้คือที่สัตว์อาศัยอยู่ พระบุตรก็ได้กาเนิดที่นั้นและมารดาของพระองค์ก็วางพระองค์ไว้ใน รางหญ้าเลี้ยงสัตว์เพราะไม่มีที่นอนสาหรับพระองค์ พวกเขาตั้งชื่อพระองค์ว่า เยซู
  2. 2. โหราจารย์มาเข้าเฝ้ าพระกุมารเยซู ในเวลาต่อมาเหล่าโหราจารย์จากเมืองไกลทางทิศตะวันออกได้เห็นดาวประหลาดบนท้องฟ้ า พวกเขาจึงรู้แล้วว่ามันหมายถึงกษัตริย์องชาวยิวได้มาบังเกิดแล้ว พวกเขาจึงได้รู้แล้วว่ามัน หมายถึงกษัตริย์ของชาวยิวได้มาบังเกิดแล้ว พวกเขาได้เดินทางมาไกลมากเพื่อมาพบ กษัตริย์องค์นี้ เมื่อพวกเขามาถึงเบธเลเฮมจึงหาบ้านหลังที่พระเยซูและบิดามารดาของ พระองค์พักอาศัยอยู่ เมื่อเหล่าโหราจารย์ได้พบพระเยซูกับมารดาของพระองค์ พวกเขาจึงก้มกราบลงและ นมัสการพระองค์ พวกเขานาของขวัญที่มีราคาแพงมาให้พระเยซูแล้วพวกเขาก็เดินทางกลับ บ้านไป
  3. 3. พระเยซูไปเยือนวิหารตอนที่เยาว์วัย เมื่อพระเยซูอายุประมาณ 12 ปี พระองค์ไปเยือนวิหารในกรุงเยรูซาเร็ม ซึ่งเป็นเมืองหลวง ของแคว้นยูดา ขณะที่อยู่ในวิหาร พระเยซูกล่าวถึงพระเจ้าและข้อพระคา ความรู้ของ พระองค์เป็นที่ประทับใจผู้คนที่อยู่ในวิหารวันนั้น
  4. 4. พระเยซูรับบัพติศมาจากยอห์นผู้ให้บัพติศมา เมื่อพระเยซูมีอายุประมาณ 30 ปี ซึ่งเกือบถึงเวลาที่พระองค์จะเริ่มปฏิบัติภาระกิจ แต่ ก่อนที่จะเริ่มงานพระองค์ไปหายอห์นเพื่อรับบัพติศมา (การชาระบาปด้วยน้า) ที่แม่น้า จอร์แดน เมื่อพระเยซูทรงรับบัพติศมาแล้ว ทันทีที่พระองค์เสด็จขึ้นจากน้า ฟ้ าสวรรค์ก็เปิดออก และ พระองค์ทรงเห็นพระวิญญาณของพระเจ้าดุจนกพิราบลงมาประทับอยู่กับพระองค์ และมี พระสุรเสียงตรัสจากฟ้ าสวรรค์ว่า “นี่เป็นลูกของเรา ผู้ที่เรารัก เราพอใจเขายิ่งนัก”
  5. 5. พระเยซูเรียกสาวกคนแรก ขณะพระเยซูทรงดาเนินอยู่ริมทะเลกาลิลี ทรงเห็นชาวประมงสองพี่น้องคือซีโมนที่เรียกกัน ว่าเปโตรกับอันดรูว์น้องชายของเขากาลังทอดแหอยู่ที่ทะเลสาบ พระเยซูตรัสว่า “จงตามเรา มาเถิด และเราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา” ทั้งสองก็ละแหแล้วติดตามพระองค์ไป ทันที เมื่อเสด็จต่อไปทรงพบพี่น้องอีกสองคน คือยากอบบุตรเศเบดีกับยอห์นน้องชายของเขากาลัง ชุนอวนอยู่ในเรือร่วมกับเศเบดีบิดาของพวกเขา พระเยซูทรงเรียกพวกเขา ทั้งสองก็ละเรือ และบิดา แล้วติดตามพระองค์ไปทันที
  6. 6. พระเยซูเลือกมัทธิว เมื่อพระเยซูเสด็จจากที่นั่น พระองค์ทรงเห็นชายคนหนึ่งชื่อ มัทธิวนั่งอยู่ที่ด่านเก็บภาษี จึงตรัสกับเขาว่า “จงตามเรามา” มัทธิวก็ลุกขึ้นติดตามพระองค์ไป ขณะพระเยซูเสวยพระกระยาหารที่บ้านของมัทธิว คนเก็บภาษีและ “คนบาป” หลายคน มาร่วมรับประทานกับพระองค์และเหล่าสาวก เมื่อพวกฟาริสีเห็นเช่นนั้นก็ถามสาวก ของพระองค์ว่า “ทาไมอาจารย์ของท่านจึงรับประทานอาหารร่วมกับคนเก็บภาษีและ ‘คนบาป’?” เมื่อพระเยซูทรงได้ยินเช่นนี้จึงตรัสว่า “คนสุขภาพดีไม่ต้องการหมอ แต่คนป่วยต้องการ เพราะเราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม แต่มาเพื่อเรียกคนบาป”
  7. 7. พระเยซูทามหัศจรรย์ต่อหน้าสาธารณะชนครั้งแรก โดยเปลี่ยนน้าเป็นเหล้าองุ่น ภายหลังพระเยซูไปที่เมืองคานา ในแคว้นกาลิลี เพื่อร่วมงานเลี้ยงฉลองแต่งงาน มารี มารดาของพระองค์อยู่ที่นั่นด้วย คืนนั้นเจ้าภาพงานเลี้ยงมีเหล้าองุ่นไม่พอเลี้ยงแขก ที่มากันมากมาย นี่เป็นเรื่องน่าอับอายขายหน้าต่อเจ้าภาพ มารีจึงเข้ามาช่วยเพื่อเห็นแก่ เจ้าภาพ นางเล่าถึงปัญหาให้พระเยซูฟัง พระเยซูจึงเปลี่ยนโถดินใส่น้าหกโถให้ กลายเป็นเหล้าองุ่นอย่างน่าอัศจรรย์ สาหรับงานเลี้ยงคืนนั้น
  8. 8. พระเยซูกล่าวถึงความรักของพระเจ้า และแผนการเรื่องความรอด พระเยซูอธิบายให้นิโคเดมัสฟังว่าบุคคลใดต้องทาอย่างไรบ้าง ถึงจะได้รับความรอดและชีวิต นิรันดร์ พระเยซูพูดว่า "เพราะว่าพระเจ้ารักผูกพันกับมนุษย์ในโลกนี้มาก จนถึงขนาดยอมสละพระ บุตรเพียงองค์เดียวของพระองค์ เพื่อว่าทุกคนที่ไว้วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่สูญสิ้น แต่จะมี ชีวิตกับพระเจ้าตลอดไป พระเจ้าไม่ได้ส่งพระบุตรของพระองค์เข้ามาในโลกนี้เพื่อตัดสิน ลงโทษโลกนี้ แต่เพื่อช่วยโลกนี้ให้รอดพ้น"
  9. 9. พระเยซูบอกหญิงชาวสะมาเรียถึง "น้าแห่งชีวิต" ขณะที่พระเยซูและผู้ติดตามของพระองค์เดินทางผ่านสะมาเรีย พระเยซูหยุดพักใกล้บ่อน้า ที่ นั่นพระองค์ได้พบกับหญิงชาวสะมาเรียคนหนึ่ง และบอกนางถึงเรื่อง "แม่น้าแห่งชีวิต" พระ เยซูพูดว่า "ทุกคนที่ดื่มน้าจากบ่อนี้ก็จะหิวน้าอีก แต่คนที่ดื่มน้าที่เราให้ จะไม่หิวน้าอีกเลย เพราะน้าที่เราให้เขาดื่มจะกลายเป็นน้าพุที่ไหลไม่หยุดอยู่ในตัวเขาและนาชีวิตที่อยู่กับพระ เจ้าตลอดไปมาให้” หลังจากที่พระเยซูเปิดเผยตัวต่อเธอว่าพระองค์คือใคร เธอได้พาผู้คนจานวนมากในเมือง มา รู้จักพระเยซูทันที
  10. 10. คาอุปมาอุปไมยของพระเยซู เมื่อพระเยซูกล่าวกับฝูงชน บ่อยครั้งพระองค์อธิบายความจริงที่ลึกซึ้งด้วยการใช้คา อุปมาอุปไมย ได้แก่ เรื่องราวจากเหตุการณ์ทั่วไป สภาพแวดล้อม และสิ่งต่าง ๆ ซึ่งผู้ที่รับฟัง พระองค์นึกภาพออกได้อย่างง่ายดาย ถึงแม้กาลเวลาจะล่วงเลยไป แต่ความจริงอันอมตะที่แฝง อยู่ในคาอุปมาอุปไมยของพระเยซู ยังคงนามาใช้ได้ในปัจจุบันนี้ และยังหล่อเลี้ยงจิตใจเราได้ เช่นเดียวกับที่เคยหล่อเลี้ยงจิตใจผู้คนกลุ่มแรกที่รับฟัง เมื่อ 2000 ปีก่อน!
  11. 11. พระเยซูเลี้ยงอาหาร 5,000 คน พระเยซูนั่งเรือไปเพื่ออธิษฐานอย่างสงบคนเดียว แต่มีคนกลุ่มใหญ่มาชุมนุมกันริมฝั่งเพื่อรอ พบพระเยซู พระองค์รู้สึกสงสารเขา พระองค์จึงกลับเข้าฝั่ง และรักษาคนป่วยที่มาชุมนุมกัน เวลาล่วงเลยไปมากแล้วในวันนั้น ศิษย์ของพระเยซูเป็นห่วงว่าฝูงชนไม่มีอาหารติดตัวมาด้วย พระเยซูบอกให้พวกศิษย์เลี้ยงอาหารฝูงชน แต่พวกศิษย์ตอบว่าเขามีเพียงขนมปังห้าก้อน กับ ปลาอีกสองตัว ส่วนฝูงชนกลุ่มใหญ่ มีชายถึง 5,000 คน รวมทั้งผู้หญิงและเด็ก พระเยซูกล่าว ขอบคุณพระเจ้า แล้วจึงหักขนมปังให้ศิษย์นาไปแจกจ่ายผู้คน ทุกคนได้กินจนอิ่มหนา มีเศษ ขนมปังเหลือ รวมกันได้ 12 ตระกร้า อาหารทวีคูณขึ้นมากมายอย่างมหัศจรรย์
  12. 12. พระเยซูเดินบนผืนน้า พระเยซูบอกให้พวกศิษย์ลงเรือไป ส่วนพระองค์ไปหาที่เงียบสงบเพื่ออธิษฐาน ต่อมาพระ เยซูเดินมาที่เรือ ทาให้พวกศิษย์ตกตะลึง พวกเขาคิดว่าเห็นผีเดินมาบนน้า แต่หลังจากที่เขา จาได้ว่าเป็นพระเยซู พวกเขาก็นมัสการพระองค์ แล้วกล่าวว่า "ท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า แน่แท้"
  13. 13. พระเยซูชุบชีวิตบุตรสาวของไจรัส ผู้ปกครองประชาชนคนหนึ่งมาหาพระเยซู และบอกว่าบุตรสาวของเขาเพิ่งเสียชีวิต พระ เยซูกับพวกศิษย์จึงไปที่บ้านผู้ปกครองนั้น และได้พบเห็นผู้คนพากันร้องห่มร้องไห้ พระ เยซูบอกให้คนเหล่านั้นออกไปนอกบ้าน พร้อมกับบอกว่าเด็กหญิงผู้นั้นยังไม่ตาย แต่นอน หลับอยู่ พวกเขาหัวเราะเยาะพระองค์ แต่หลังจากที่เขาออกไปนอกบ้าน พระเยซูจับมือ เด็กหญิง แล้วเธอก็ลุกขึ้นมา เธอฟื้นคืนชีพ
  14. 14. การจ่ายภาษี เมื่อพระเยซูและเหล่าสาวกของพระองค์มาถึงเมืองคาเปอรนาอุมแล้ว ผู้เก็บค่าบารุงพระ วิหารมาถามเปโตรว่า “อาจารย์ของท่านไม่เสียค่าบารุงพระวิหารหรือ?” เปโตรตอบว่า “เสีย” เมื่อเปโตรเข้าไปในบ้าน พระเยซูตรัสว่า “ท่านจงไปวางเบ็ดที่ทะเลสาบ จงอ้าปากปลาตัว แรกที่ตกได้แล้วจะพบเหรียญสี่แดรกมา จงนาเงินนั้นไปชาระค่าบารุงพระวิหารสาหรับ เราและท่านเถิด”
  15. 15. พระเยซูทรงรับการชโลมจากหญิงชั่ว ฟาริสีคนหนึ่งเชิญพระเยซูไปรับประทานอาหารมื้อค่า พระองค์จึงเสด็จไปที่บ้านของเขาและ ทรงนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่โต๊ะ หญิงคนหนึ่งในเมืองนั้นเคยเป็นหญิงชั่วเมื่อรู้ว่าพระเยซูกาลังเสวยพระกระยาหารที่บ้านฟาริสี คนนั้น ก็นาขวดน้ามันหอมเข้ามา และมายืนอยู่ข้างหลังพระองค์ที่พระบาท นางร่าไห้หลั่ง น้าตารดพระบาทแล้วเอาผมเช็ด จูบพระบาท และรินน้ามันหอมชโลมพระบาทของพระองค์ แล้วพระเยซูตรัสกับนางว่า “บาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว ความเชื่อของเจ้าได้ทาให้เจ้ารอด จงไปเป็นสุขเถิด”
  16. 16. พระ‍เยซูเสด็จเยี่ยมมารธาและมา‍รีย์ ในระหว่างการเดินทาง พระเยซูกับเหล่าสาวกมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีผู้หญิงชื่อ มารธา เปิดบ้านของนางต้อนรับพระองค์ มารีย์น้องสาวของมารธานั่งอยู่แทบพระบาท ขององค์พระผู้เป็นเจ้า และฟังคาตรัสของพระองค์ ฝ่ายมารธาวุ่นอยู่กับการตระเตรียม สิ่งทั้งปวงที่ต้องทา นางมาทูลพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า พระองค์ไม่ทรงห่วงใยบ้าง หรือที่น้องสาวปล่อยให้ข้าพระองค์ทางานอยู่คนเดียว โปรดบอกให้นางมาช่วยข้า พระองค์เถิด!” องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบว่า “มารธา มารธาเอ๋ย เธอว้าวุ่นกังวลในหลายสิ่งนัก แต่มี เพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่จาเป็น มารีย์ได้เลือกสิ่งที่ดีกว่า และไม่มีใครจะเอาสิ่งนั้นไปจาก นางได้”
  17. 17. ศักเคียสคนเก็บภาษี ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองเยรีโคไม่ชอบ ศักเคียสเป็นอย่างมาก เพราะว่าเขาเก็บเงินภาษีจาก ประชาชน ศักเคียสส่งเงินบางส่วนให้รัฐ แต่เขายักยอกเงินจานานมากเพื่อตัวเขาเอง ทันทีหลังจากที่ได้พบปะและพูดคุยกับพระเยซู ทั้งชีวิตของศักเคียสเปลี่ยนไปอย่างกลับ ตาลปัตร ในวันนั้นศักเคียสลุกขึ้นบอกองค์เจ้าชีวิตว่า “อาจารย์ ผมจะบริจาคทรัพย์สมบัติ ครึ่งหนึ่งของผมให้กับคนจน และถ้าผมได้โกงใครมา ผมยินดีจะคืนให้เขาถึงสี่เท่า” พระเยซูจึงพูดถึงเขาว่า “วันนี้ความรอดมาถึงครอบครัวนี้แล้ว บุตรมนุษย์ มาก็เพื่อเรื่องนี้ แหละคือเพื่อค้นหาและช่วยคนที่หลงหายให้รอด”
  18. 18. พระเยซูบันดาลให้ลาซารัสฟื้นคืนชีพ เมื่อพระเยซูทราบข่าวว่าลาซารัสเพื่อนของพระองค์ป่วยหนัก พระองค์กล่าวว่า "ความ เจ็บป่วยนี้ไม่ถึงตาย แต่เกิดขึ้นเพื่อถวายสง่าราศีพระเจ้า เพื่อพระบุตรจะได้รับสง่าราศีด้วย" หลังจากนั้นพระองค์รออยู่สองวัน จึงเดินทางไปยังเมืองที่ลาซารัสอยู่ แล้วรับทราบว่าลาซารัส เสียชีวิตสี่วันแล้ว พระเยซูบอกมาธาน้องสาวของลาซารัสว่า "เราบันดาลให้คนทั้งปวงฟื้นคืน ชีพและมีชีวิต ผู้ที่วางใจในเรา แม้ว่าเขาตายแล้ว ก็ยังมีชีวิตอีก ผู้ที่มีชีวิตและวางใจในเรา จะ ไม่ตายเลย เจ้าเชื่อเช่นนี้ไหม?" มาธาจึงตอบพระเยซูว่า "พระองค์ ข้าฯเชื่อ" นางบอกพระองค์ว่า "ข้าฯเชื่อว่าพระองค์คือพระ คริสต์ พระบุตรของพระเจ้า ผู้เสด็จมาสู่โลกนี้" พระเยซูไปที่อุโมงค์ฝังศพ และเรียกลาซารัส ออกมา ลาซารัสฟื้นคืนชีพ และเดินออกมาจากอุโมงค์
  19. 19. อาหารเย็นมื้อสุดท้าย พระเยซูกับเหล่าอัครทูตก็นั่งลงรับประทานที่โต๊ะ และพระองค์ทรงหยิบขนมปัง ขอบพระคุณพระเจ้า แล้วหักส่งให้พวกเขาและตรัสว่า “นี่คือกายของเราซึ่งให้แก่ท่าน จง ทาเช่นนี้เป็นการระลึกถึงเรา” หลังจากรับประทานแล้ว พระองค์ทรงหยิบถ้วยและกระทาอย่างเดียวกัน แล้วตรัสว่า “ถ้วยนี้คือพันธสัญญาใหม่ด้วยโลหิตของเราซึ่งหลั่งรินออกเพื่อท่าน"
  20. 20. พระเยซูทรงอธิษฐานบนภูเขามะกอกเทศ พระเยซูเสด็จไปยังภูเขามะกอกเทศเช่นเคยและเหล่าสาวกก็ตามพระองค์ไป แล้วทรงเลี่ยง ห่างจากเขาออกไปประมาณระยะขว้างหินตก ทรงคุกเข่าลงอธิษฐานว่า “ข้าแต่พระบิดา ถ้า พระองค์พอพระทัย ขอทรงเอาถ้วยนี้ไปจากข้าพระองค์ อย่างไรก็ตามอย่าให้เป็นไปตามใจ ของข้าพระองค์ แต่ขอให้สาเร็จดังพระประสงค์ของพระองค์”
  21. 21. พระเยซูถูกตรึงกางเขน พวกผู้นาชาวยิวคิดหาอุบายเพื่อจับกุมพระเยซู ร่วมกับยูดาซึ่งเป็นผู้ติดตามคนหนึ่งของ พระเยซู พระองค์ถูกใส่ร้ายว่าต่อต้านขัดขืนทางการ และสมควรถูกสังหารด้วยการตรึง กางเขน ก่อนหน้าที่พระองค์จะถูกจับกุม คือพระเยซูคริสต์ กล่าวว่า "เขาไม่อาจแตะต้องเราด้วยซ้า หากไม่ได้รับอนุญาตจากพระบิดา ถ้าเราแค่ชูนิ้วก้อยขึ้น พระองค์จะส่งกองทัพทูตสวรรค์ มากอบกู้เราไว้!" ทว่าพระองค์เลือกสละชีวิตแทน เพื่อช่วยคุณและผมให้รอด ไม่มีใครคร่า ชีวิตไปจากพระองค์ พระองค์ยอมสละให้ พระองค์เลือกที่จะสละชีวิต เพราะพระองค์ ทราบว่านั่นเป็นทางเดียวที่จะให้เป็นไปตามแผนการเรื่องความรอดของพระเจ้า
  22. 22. พระเยซูทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย สามวันหลังจากร่างที่ไร้ชีวิตนอนอยู่ในหลุมศพ พระเยซูฟื้นขึ้นมาจากความตาย ในวันนั้นสาวกสองคนกาลังจะไปหมู่บ้านเอมมาอูสซึ่งห่างจากกรุงเยรูซาเล็มประมาณ 11 กิโลเมตร ทั้งสองสนทนากันเกี่ยวกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่เขากาลังพูดคุยเรื่องต่างๆ กันอยู่ นั้น พระเยซูเองได้เสด็จมาและทรงดาเนินไปกับพวกเขา แต่ทรงบันดาลให้ทั้งคู่จาพระองค์ ไม่ได้ เมื่อเข้ามาใกล้หมู่บ้านที่เขาทั้งสองจะไปนั้น พระเยซูทรงทาทีว่าจะเลยไป แต่ทั้งคู่ทูล คะยั้นคะยอว่า “แวะอยู่กับเราก่อนเถิด เพราะใกล้ค่าจวนจะหมดวันแล้ว” ดังนั้นพระองค์จึง ทรงพักอยู่กับพวกเขา เมื่อพระองค์ทรงร่วมโต๊ะกับพวกเขา ทรงหยิบขนมปัง ขอบพระคุณ พระเจ้าและหักส่งให้พวกเขา แล้วตาของพวกเขาก็สว่างและจาพระองค์ได้
  23. 23. พระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ หลังจากที่พระเยซูมาหาศิษย์ทั้งสิบสองคน เพื่อบอกให้เขาออกไปทั่วโลก และประกาศ พระกิตติคุณของพระเจ้า แล้วพระเยซูก็ถูกรับขึ้นสู่สวรรค์ เหล่าทูตสวรรค์มาปรากฏ และ สัญญาว่าพระองค์จะกลับมา เหมือนที่พระองค์ถูกรับขึ้นไป! พระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ หลังจากที่ฟื้นคืนชีพ 40 วัน
  24. 24. www.freekidstories.org Art by Didier Martin, www.mylittlehouse.org Text adapted from The Bible, www.openbiblestories.org, www.bibleforchildren.org, Activated magazine and TFI writings.

×