O slideshow foi denunciado.
Utilizamos seu perfil e dados de atividades no LinkedIn para personalizar e exibir anúncios mais relevantes. Altere suas preferências de anúncios quando desejar.
เมืองปราจีนบุรี
สร้างเมืองสมุนไพร ด้วยแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business)
ณัฐธิดา เย็นบารุง
ฐิติรัตน์ รู้เหสี่ยม
ปู้ช...
2
เมืองปราจีนบุรี
สร้างเมืองสมุนไพร ด้วยแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม (Social
Business)
ณัฐธิดา เย็นบารุง
ฐิติรัตน์ รู้เสงี่ยม
ผู...
3
สารบัญ
เรื่อง หน้า
สภาพความเป็นเมืองของปราจีนบุรี..........................................................................
4
เมืองปราจีนบุรี
สร้างเมืองสมุนไพร ด้วยแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business)
จังหวัดปราจีนบุรีที่เรามักเข้าใจกันคือเป็...
5
ภาพ แสดงอาณาเขตอาเภอเมืองปราจีนบุรี (ในกรอบสีแดง)
ที่มา www.google.co.th
ที่มา www.google.com
สาหรับด้านประชากร ในปี 256...
6
เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแม่น้าสาคัญคือ แม่น้าบางปะกง สามารถกล่าวได้ว่าจังหวัดปราจีนบุรีเป็นอีก
พื้นที่หนึ่งที่เหมาะสมกับกา...
7
จากโครงการนี้เป็นจุดสาคัญที่ทาให้การพัฒนาสมุนไพรของโรงพยาบาลเชื่อมโยงกับชุมชนกลุ่ม
สมุนไพรดงบัง ในฐานะเป็นผู้ผลิตสมุนไพร...
8
โรงพยาบาลและชุมชน สามารถแบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 ส่วนสาคัญ คือ ส่วนแรก คือ การพัฒนา
แหล่งเพาะปลูกและผลิตสมุนไพร ร่วมกับชุมช...
9
ต้องเข้าไปรับบริการยามเจ็บป่วย อีกทั้งโรงพยาบาลจะอยู่ใกล้บ้านและคุณสมัยเองก็เป็นคนในพื้นที่อยู่
แล้ว น่าจะทาให้การผลิตสม...
10
นอกจากดูแลเรื่องการทาเกษตรกรรมและสิ่งแวดล้อมแล้ว มูลนิธิฯ ยังดูแลเรื่องคุณภาพชีวิต
และสังคม ดูแลให้ความรู้ในเรื่องของกา...
11
กล่องที่ 1 ภูมิหลังและการพัฒนาของหมู่บ้านดงบัง
หมู่บ้านสมุนไพรดงบังเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ใน ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบ...
12
- กาหนดมาตรฐานทุกกระบวนการของการผลิตสมุนไพร
สมาชิกทุกคนจะต้องทาข้อตกลงเข้าร่วมโครงการสมุนไพรเกษตรอินทรีย์เป็นลายลักษณ์
...
13
ขมิ้นชั้น สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาได้รูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในรูปแคปซูล ยาหม่อง้า
น้ามันต่างๆ โลชั่นกันยุง เป็นต...
14
ในการทาธุรกิจเพื่อสังคม การหารายได้เป็นสิ่งสาคัญ มูลนิธิต้องทาการสร้างแหล่งจัดจาหน่ายที่
หลากหลาย เพื่อให้คนสามารถเข้าเ...
15
16
ความสาเร็จของการพัฒนาเมืองสมุนไพร
1. การเป็นศูนย์สมุนไพรครบวงจรและมีชื่อเสียง
การทางานของมูลนิธิ ฯ ทาให้โรงพยาบาลเจ้าพร...
17
- เยาวชน มีองค์ความรู้ในการใช้สมุนไพรและมีพฤติกรรมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- ผู้บริโภค มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ปัจจัยควา...
18
แผนพัฒนาในอนาคต : นโยบายยกระดับเมืองสมุนไพร
การพัฒนาเมืองสมุนไพรของปราจีนบุรีเป็นการทางานร่วมกันในรูปแบบประชารัฐ ทั้งหน...
19
ที่มีความพร้อมในด้านการพัฒนาสมุนไพรโดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมาอย่างต่อเนื่อง
และยาวนานจนกลายเป็นจุดเด่นของโรงพยาบ...
Próximos SlideShares
Carregando em…5
×

เมืองปราจีนบุรี สร้างเมืองสมุนไพร ด้วยแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business)

267 visualizações

Publicada em

การพัฒนาเมืองสมุนไพรปราจีนบุรี จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและชุมชน พัฒนาเป็นธุรกิจชุมชน (Social Business) ที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งโรงพยาบาลและชุมชน สามารถแบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ ส่วนแรก คือ การพัฒนาแหล่งเพาะปลูกและผลิตสมุนไพร ร่วมกับชุมชนกลุ่มสมุนไพรบ้านดงบัง ภายใต้แนวคิดระบบเกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยของทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนหรือกลุ่มเกษตรกรไปพร้อมกัน ในส่วนที่ 2 คือ การแปรรูปและจัดจำหน่ายสมุนไพร ดำเนินการและบริหารโดยมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มูลนิธิฯ จะรับซื้อผลิตภัณฑ์จากชาวบ้านที่ได้รับมาตรฐาน นำมาเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตเป็นสินค้าสมุนไพรทั้งในลักษณะของยารักษาโรค และผลิตภัณฑ์สำหรับอุปโภคและบริโภคในครัวเรือน ส่งจำหน่ายทั้งในเมือง ในประเทศ

Publicada em: Economia e finanças
  • Seja o primeiro a comentar

  • Seja a primeira pessoa a gostar disto

เมืองปราจีนบุรี สร้างเมืองสมุนไพร ด้วยแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business)

  1. 1. เมืองปราจีนบุรี สร้างเมืองสมุนไพร ด้วยแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business) ณัฐธิดา เย็นบารุง ฐิติรัตน์ รู้เหสี่ยม ปู้ช่วยวิจัย ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  2. 2. 2 เมืองปราจีนบุรี สร้างเมืองสมุนไพร ด้วยแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business) ณัฐธิดา เย็นบารุง ฐิติรัตน์ รู้เสงี่ยม ผู้ช่วยวิจัย ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต บรรณาธิการ ยุวดี คาดการณ์ไกล กองบรรณาธิการ ณัฐธิดา เย็นบารุง อรุณ สถิตพงศ์สถาพร ภาพปก มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศวร ปก ณัฐธิดา เย็นบารุง รูปเล่ม ณัฐธิดา เย็นบารุง ปีที่เผยแพร่ ธันวาคม 2561 เผยแพร่โดย ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้สนับสนุน สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  3. 3. 3 สารบัญ เรื่อง หน้า สภาพความเป็นเมืองของปราจีนบุรี....................................................................................................4 ต้นทุนทางภูมิศาสตร์และการทาเกษตรกรรมของเมือง.........................................................................5 จุดเริ่มต้นและเหตุการณ์สาคัญของการสร้างเมืองสมุนไพร...................................................................6 การจัดตั้งมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กลไกหลักในการขับเคลื่อนเมืองสมุนไพร...............7 แนวคิดและเครื่องมือในการพัฒนาเมืองสมุนไพร.................................................................................7 กระบวนการในการสร้างและพัฒนาเมืองสมุนไพร................................................................................8 ระบบและกลไกในการขับเคลื่อนเมืองสมุนไพรปราจีนบุรี...................................................................14 ความสาเร็จของการพัฒนาเมืองสมุนไพร ..........................................................................................16 ปัจจัยความสาเร็จของเมืองสมุนไพรปราจีนบุรี..................................................................................17 แผนพัฒนาในอนาคต : นโยบายยกระดับเมืองสมุนไพร.....................................................................18 บทสรุป............................................................................................................................................19 อ้างอิง..............................................................................................................................................19
  4. 4. 4 เมืองปราจีนบุรี สร้างเมืองสมุนไพร ด้วยแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business) จังหวัดปราจีนบุรีที่เรามักเข้าใจกันคือเป็นเมืองอุตสาหกรรม แต่ในอีกด้านหนึ่ง ปราจีนบุรีมี ต้นทุนภูมิศาสตร์เป็นแหล่งธรรมชาติที่มีผืนป่าใหญ่อันเขียวขจี มีแม่น้าปราจีนบุรีที่ได้นาพาความ สมบูรณ์มาสู่วิถีชีวิตและเกษตรกรรม อีกทั้งตัวจังหวัดเองก็มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาตั้งแต่อดีตอย่าง ยาวนาน และที่สาคัญขณะนี้ปราจีนบุรีมีชื่อเสียงในเรื่องของ “การเป็นเมืองแห่งสมุนไพร” จากแนวคิด และการทางานของมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ได้เข้าไปสร้างการส่วนร่วมกับชุมชน ให้ ชุมชนรักษาทรัพยากรท้องถิ่น เน้นที่กระบวนการเรียนรู้ให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ ดาเนินกิจกรรม ครอบคลุมตั้งแต่การรวบรวมข้อมูลสมุนไพรจากหมอยาพื้นบ้าน อนุรักษ์ตารายาโบราณ ส่งเสริมการปลูก พืชสมุนไพรแก่ชาวบ้าน รวมทั้งรับซื้อสมุนไพรทาให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้แก่ชาวบ้านในชุมชน อีกทั้งมีการพัฒนาการผลิตยาจากสมุนไพรที่เหมาะสม ทาให้ปราจีนบุรีในวันนี้ แหล่งปลูกและผลิต สมุนไพรแปรรูปปลอดสารเคมีที่แรกของไทยให้กลายเป็นของกิน ยา เครื่องสาอาง และอุปกรณ์สปา ฯลฯ นอกจากนี้ ร้านอาหารหลายร้านในจังหวัดก็นาเอาสมุนไพรมาเป็นส่วนประกอบในการประกอบอาหาร เพื่อดึงดูดลูกค้า สร้างเอกลักษณ์และรายได้ให้กับเมืองอย่างมาก สภาพความเป็นเมืองของปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรีตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศ ห่างจากกรุงเทพมหานคร 136 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 33, 305 ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมง 30 นาที เป็นจุดเชื่อมโยงการคมนาคม จากกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และราชอาณาจักรกัมพูชา ในรัศมี 100 กว่ากิโลเมตร ในย่านของความเป็นเมือง เมื่อศึกษาข้อมูลในอาเภอเมือง พบว่า มีพื้นที่ ขนาด 451.896 ตร.กม. ซึ่งไม่ใช่พื้นที่เมืองทั้งหมด บางส่วนยังเป็นพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม สาหรับ ย่านใจกลางอาเภอเมืองของปราจีนบุรี มีความเป็นเมืองค่อนข้างสูง พื้นที่บางส่วนได้กลายเป็นพื้นที่ อุตสาหกรรมโรงงานต่างๆ1 1 ภาวะการลงทุนด้านอุตสาหกรรมในจังหวัด ณ กันยายน 2558 เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันกับปีก่อน พบว่า มีอัตราการ ขยายตัวของจานวนโรงงานที่ได้รับอนุญาตใหม่ เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 1.89 จานวนเงินลงทุนเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 1.08 และอัตราการ จ้างเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 0.73 จะเห็นได้ว่าการลงทุนด้านอุตสาหกรรมภายในจังหวัดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอดปี
  5. 5. 5 ภาพ แสดงอาณาเขตอาเภอเมืองปราจีนบุรี (ในกรอบสีแดง) ที่มา www.google.co.th ที่มา www.google.com สาหรับด้านประชากร ในปี 2560 อาเภอเมืองปราจีนบุรีประกอบด้วยประชากรวัยเด็ก 13,758 คน ประชากรวัยแรงงาน 58,014 คน และประชากรวัยผู้สูงอายุ 13,827 คน และจากการเปรียบเทียบ ข้อมูลประชากรในเขตอาเภอเมืองปราจีนบุรีย้อนหลัง 5-10 ปี พบว่าจานวนประชากรวัยเด็กนั้นมีจานวน ลดลง ในขณะที่ประชากรวัยผู้สูงอายุกลับมีจานวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แสดงสถิติประชากรในเขตอาเภอเมืองปราจีนบุรีแบ่งตามช่วงวัย ระหว่างปี 2550-2560 ปี 2550 ปี 2555 ปี 2560 วัยเด็ก วัยแรงงาน วัยผู้สูงอายุ 15,293 55,520 9,252 14,358 58,486 11,192 13,758 58,014 13,827 รวม 80,065 84,036 85,599 ที่มา สานักงานสถิติแห่งชาติ ต้นทุนทางภูมิศาสตร์และการทาเกษตรกรรมของเมือง แม้ว่าปัจจุบันปราจีนบุรี จะเป็นเมืองอุตสาหกรรม มีการค้าการลงทุน อย่างไรก็ตาม ต้นทุน ดั้งเดิมของปราจีนบุรีมีต้นทุนทางภูมิศาสตร์และการทาเกษตรกรรมที่ดี แม้ในอาเภอเมืองที่เป็นโรงงานมี ความเป็นเมืองแล้ว ยังมีกลุ่มเกษตรกรปลูกพืชหลายอย่างจานวนมาก เพราะปราจีนบุรีมีดินที่อุดม สมบูรณ์ คือ กลุ่มดินนา เหมาะสมกับการปลูกข้าวและไม้ผล และกลุ่มดินไร่ ที่มีความอุดมสมบูรณ์น้อย กว่าดินนา เหมาะสมกับการปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพด มันสาปะหลัง และพืชไร่อื่น จากลักษณะดิน ดังกล่าวจึงมีความเหมาะสมกับการทานา ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้นและพืชไร่ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ป่าส่วน ใหญ่เป็นป่าดิบป่าแดงและป่าเบญจพรรณ มีไม้ไผ่ที่สามารถนามาทาหัตถกรรมเป็นสินค้าส่งออกทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ ไม้ยูคาลิปตัส ไม้เศรษฐกิจที่สาคัญที่นามาเป็นวัตถุดิบสาหรับผลิตเยื่อกระดาษ ภาพแสดง ย่านความเป็นเมืองในอาเภอปราจีนบุรี
  6. 6. 6 เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแม่น้าสาคัญคือ แม่น้าบางปะกง สามารถกล่าวได้ว่าจังหวัดปราจีนบุรีเป็นอีก พื้นที่หนึ่งที่เหมาะสมกับการทาเกษตร มีพื้นที่ทาการเกษตร 1,124,836 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 37.79 ของ พื้นที่ทั้งหมด จุดเริ่มต้นและเหตุการณ์สาคัญของการสร้างเมืองสมุนไพร จุดเริ่มต้นงานสมุนไพรของปราจีนบุรี เริ่มขึ้นใน พ.ศ.2526 จากการที่นโยบายสาธารณสุขมูล ฐาน กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้รับการผลักดันและสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก มุ่งหวังให้เกิด สุขภาพดีถ้วนหน้า โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งมีแพทย์หญิง ดร. สุภาภรณ์ ปิติพร เป็นผู้นา ได้วางแผนทางานตอบรับนโยบาย โดยมีแนวคิด ต้องการเน้นการพัฒนาทรัพยากรใช้ในท้องถิ่น การ พัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม และการมีส่วนร่วมของชุมชน ดังนั้น การผสมผสานการแพทย์พื้นบ้านและ สมุนไพรในท้องถิ่นให้เข้ามามีส่วนในการรักษาพยาบาล เนื่องจากการแพทย์พื้นบ้านและสมุนไพร เป็น ภูมิปัญญาที่สามารถหาได้ในชุมชน ทั้งยังสอดคล้องกับสังคมและวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่นนั้น ๆ (สุภาภรณ์ ปิติพร. 2544 อ้างถึงใน ปิติมน ล้อมสมบูรณ์.2554 : 38) ในปีดังกล่าว แพทย์หญิง ดร. สุภาภรณ์ ปิติพรและทางโรงพยาบาล ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมเป็น วิทยากร เผยแพร่ความรู้เรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพให้กับชุมชน จากการฝึกอบรม ดังกล่าวพบว่า ชาวบ้านจังหวัดปราจีนบุรี โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ มีความรู้มากมายด้านการใช้ยาสมุนไพร ซึ่งการเรียนที่คณะเภสัชศาสตร์ไม่เคยสอนหรือสอนเพียง 200-300 ตัวเท่านั้น และเมื่อเทียบกับความรู้ ที่ชาวบ้านมีและความรู้ที่บุคลากรของโรงพยาบาลฯ นาไปสอนนั้น เป็นเพียงความรู้ที่จามาจากตารา ไม่ มีประสบการณ์ในการใช้จริง ต่างจากความรู้ของชาวบ้าน ซึ่งล้วนเคยเก็บสมุนไพรมาใช้เป็นยา มี ประสบการณ์จากความรู้ที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน (สุภาภรณ์ ปิติพร. 2544 อ้างถึงใน ปิติมน ล้อม สมบูรณ์.2554 : 39) พ.ศ.2529 นับเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตยาสมุนไพรของโรงพยาบาลฯ เภสัชกรจึงได้นา เสลดพังพอนตัวเมีย ซึ่งเป็นความรู้ที่ได้จากชาวบ้านมาใช้ในการรักษาโรคเริม และงูสวัด ฝ่ายเภสัช กรรมจึงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมถึงความเป็นพิษ ให้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลวิจัย ปรากฏว่าไม่ พบพิษ ยกเว้นให้รับประทานในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลดังกล่าวฝ่ายเภสัชกรรมนาใบ เสลดพังพอนตัวเมียหรือพญายอมาแปรรูปพัฒนาเป็นยาใช้รักษาโรคเริมในปาก ในรูปแบบกลีเซอรีน ซึ่งใช้ได้ผลดีมาก ยิ่งทาให้มั่นใจว่าสมุนไพรไทยตัวอื่นๆ น่าจะมีศักยภาพในการรักษาและต่อยอดทาง การแพทย์ได้ (มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร.2554 อ้างถึงใน ปิติมน ล้อมสมบูรณ์.2554 : 40) พ.ศ.2540 ประเทศไทยเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ การพึ่งพาตนเองด้านการดูแลสุขภาพจึงเป็น หนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหา เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ยั่งยืน รัฐบาลเล็งเห็นศักยภาพและมอบโอกาสแก่ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้การสนับสนุนในการจัดทาโครงการสาธิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ สมุนไพรอย่างครบวงจร โดยทาการศึกษาตั้งแต่กระบวนการปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว การแปร รูปวัตถุดิบสมุนไพร การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ เพื่อหาแนวทางพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพร ไทย สนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นและช่วยเหลือเศรษฐกิจในชุมชน
  7. 7. 7 จากโครงการนี้เป็นจุดสาคัญที่ทาให้การพัฒนาสมุนไพรของโรงพยาบาลเชื่อมโยงกับชุมชนกลุ่ม สมุนไพรดงบัง ในฐานะเป็นผู้ผลิตสมุนไพรภายใต้แนวคิดระบบเกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยของทั้ง เกษตรกร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม การจัดตั้งมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กลไกหลักในการขับเคลื่อนเมือง สมุนไพร พ.ศ. 2545 โครงการสาธิตการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และ ได้รับความสนใจจากต่างประเทศอย่างมาก แต่เนื่องจากกฎระเบียบทางราชการ ทาให้โรงพยาบาล เจ้าพระยาอภัยภูเบศรไม่สามารถขึ้นทะเบียนตารับจากสานักงานคณะกรรมอาการและยาได้ จึงได้มีการ จัดตั้งมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรขึ้นเพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล ภายใต้การบริหารงานใน รูปแบบคณะกรรมการบริหารของมูลนิธิ มีมติให้จัดสรรผลกาไรของมูลนิธิ แบ่งกาไรร้อยละ 70 มอบให้ โรงพยาบาลเป็นค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ ส่วนอีกร้อยละ 30 เป็นของมูลนิธิที่จะใช้ในการพัฒนาสมุนไพร และดาเนินกิจกรรมเพื่อสังคม รูปแบบการบริหารจัดการ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีการบริหารงานภายใน มูลนิธิอย่างเป็นอิสระและเป็นระบบ ซึ่งประกอบด้วย ประธานมูลนิธิ ซึ่งได้แก่ผู้อานวยการโรงพยาบาล เจ้าพระยาอภัยภูเบศร และแบ่งภารกิจหลักของมูลนิธิเป็น 3 ฝ่าย คือ 1. ฝ่ายกิจกรรมโรงพยาบาล ทาหน้าที่ดาเนินในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลในด้านต่างๆ 2. ฝ่ายพัฒนาภูมิปัญญาไทย ทาหน้าที่ในการผลิตภัณฑ์สมุนไพร การวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สมุนไพรใหม่ๆ รวมถึงการดาเนินงานในส่วนการขึ้นทะเบียนและจดสิทธิบัตรพัฒนาผลิตภัณฑ์ สมุนไพรใหม่ๆ 3. ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสังคม ทาหน้าที่ ในส่วนของการดาเนินงานเพื่อชุมชน รวมทั้งเก็บรวบรวม ความรู้ตารายาจากหมอยาพื้นบ้าน อนุรักษ์ตารายาโบราณ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การลดช่องว่างทางสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อม แนวคิดและเครื่องมือในการพัฒนาเมืองสมุนไพร มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ใช้แนวคิดกิจการเพื่อสังคม (Social enterprise) เข้า มาเป็นแนวคิดและเครื่องมือในการพัฒนาเมืองสมุนไพร โดยกิจการเพื่อสังคมเป็นกิจการทางธุรกิจที่ มุ่งหวังผลประโยชน์ให้แก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยใช้กลไกการบริหารจัดการที่ดีของภาคธุรกิจ มาบวกกับความรู้และนวัตกรรมสังคม มีความยั่งยืนทางการเงินจากรายได้หลักที่มาจากสินค้าหรือ บริการโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินบริจาค และมีการนาผลกาไรที่เกิดขึ้นไปลงทุนซ้าเพื่อขยายผลกระทบทาง สังคมที่เกิดขึ้น ดังนั้น การพัฒนาเมืองสมุนไพรปราจีนบุรี จะเป็นการทางานร่วมกันระหว่างมูลนิธิโรงพยาบาล เจ้าพระยาอภัยภูเบศรและชุมชน พัฒนาเป็นธุรกิจชุมชน (Social Business) ที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้ง
  8. 8. 8 โรงพยาบาลและชุมชน สามารถแบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 ส่วนสาคัญ คือ ส่วนแรก คือ การพัฒนา แหล่งเพาะปลูกและผลิตสมุนไพร ร่วมกับชุมชนกลุ่มสมุนไพรบ้านดงบัง ภายใต้แนวคิดระบบเกษตร อินทรีย์เพื่อความปลอดภัยของทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการสร้าง ความเข้มแข็งให้กับชุมชนหรือกลุ่มเกษตรกรไปพร้อมกัน ในส่วนที่ 2 คือ การแปรรูปและจัดจาหน่าย สมุนไพร ดาเนินการและบริหารโดยมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มูลนิธิฯ จะรับซื้อ ผลิตภัณฑ์จากชาวบ้านที่ได้รับมาตรฐาน นามาเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตเป็นสินค้าสมุนไพรทั้งในลักษณะ ของยารักษาโรค และผลิตภัณฑ์สาหรับอุปโภคและบริโภคในครัวเรือน ส่งจาหน่ายทั้งในเมือง ในประเทศ และต่างประเทศ ภาพ ที่ตั้งระหว่างมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและกลุ่มสมุนไพรบ้านดงบัง ที่มา www.google.com กระบวนการในการสร้างและพัฒนาเมืองสมุนไพร 1. พัฒนาแหล่งผลิตสมุนไพร : คุณภาพชีวิตเกษตรกร จากแนวคิดที่ต้องการพัฒนาสมุนไพรพร้อมกับการพัฒนาสังคม มูลนิธิฯ เห็นว่าปราจีนบุรีมี ต้นทุนที่ดีในการทาเกษตรกรรม และชาวบ้านมีประสบการณ์ในการปลูกพืชเป็นอย่างดี จึงเริ่มสร้าง เครือข่ายกับชุมชนให้เข้ามาพัฒนาสมุนไพรร่วมกัน ซึ่งการเข้าร่วมกับมูลนิธิฯได้นั้น ชุมชนจะต้องปฏิบัติ ตามข้อบังคับของมูลนิธิฯ เพื่อเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนพฤติกรรม นาไปสู่พัฒนาตนเองและชุมชน กลุ่มสมุนไพรบ้านดงบัง จังหวัดปราจีนบุรีเป็นเกษตรกรกลุ่มแรกที่ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาล เจ้าพระยาอภัยภูเบศรในการผลิตวัตถุดิบสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ คุณสมัย คูณสุข ในฐานะผู้นาชุมชน มองว่าบรรพบุรุษของเขานั้นมีความชานาญในเรื่องการทาเกษตรเป็นทุนเดิม และโรงพยาบาลเป็นที่ที่เรา
  9. 9. 9 ต้องเข้าไปรับบริการยามเจ็บป่วย อีกทั้งโรงพยาบาลจะอยู่ใกล้บ้านและคุณสมัยเองก็เป็นคนในพื้นที่อยู่ แล้ว น่าจะทาให้การผลิตสมุนไพรกับโรงพยาบาลประสบความสาเร็จได้ เมื่อมีชุมชนที่มีพื้นฐานในการทา เกษตรกรรมเข้าร่วม มูลนิธิฯ ได้ทาการพัฒนาแหล่งผลิตสมุนไพรโดยมีชุมชนเป็นกลุ่มสาคัญในการผลิต สามารถสรุปกระบวนการได้ ดังนี้2 - ส่งเสริมการรวมกลุ่ม มูลนิธิฯ ให้ความสาคัญอย่างยิ่งในการรวมกลุ่มของเกษตรกร ไม่เพียงแค่ต้องการพัฒนาใน ระดับปัจเจกเท่านั้น ยังต้องการให้เกิดการพัฒนาทั้งชุมชน และป้องกันการเกิดการแตกแยกและ แข่งขันกันเองในชุมชน มูลนิธิฯ จะรับซื้อผลผลิตสมุนไพรจากการรวมกลุ่มเท่านั้น ไม่รับซื้อผ่าน บุคคล ในช่วงเริ่มต้นของการรวมกลุ่มนั้นเป็นไปอย่างยากลาบาก เพราะเกษตรกรไม่ชุมชนไม่เชื่อ ในแนวคิดของมูลนิธิฯ ในการประชุมช่วงแรก มีผู้เข้าร่วมประชุมที่สนใจจะทาเรื่องสมุนไพรกว่า 400 คน ทางโรงพยาบาลมีเงื่อนไขว่าปลูกแล้วต้องรู้จักกิน หากเหลือจึงนามาขายเป็นรายได้เสริม ที่ สาคัญคือห้ามให้มีการใช้สารเคมีในการปลูก แต่ด้วยความเชื่อของชาวบ้านที่ไม่เชื่อว่าสามารถไม่ใช้ สารเคมีในการปลูกได้ ทาให้จากผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 400 คน เหลือเพียง 12 คน เท่านั้น ซึ่งการ รวมกลุ่มโดยธรรมชาติเช่นนี้ทาให้ได้ผู้ที่สนใจและเป็นเครือญาติกัน ทาให้สามารถทางานร่วมกับ มูลนิธิฯ ได้อย่างต่อเนื่อง - ปรับกระบวนทัศน์ใหม่แก่ชุมชน มูลนิธิฯ ได้ให้แนวคิดแก่ชาวบ้านว่า “ปลูกแล้วต้องกิน ใช้ ในชีวิตประจาวัน เหลือค่อยขาย” ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 และต้องปลูกพืชตามแบบเกษตรอินทรีย์เท่านั้น เพราะในอดีตชาวบ้านในหมู่บ้านดงบังปลูกพืชไม้ดอกและไม้ประดับเพื่อจาหน่ายเป็นอาชีพหลักโดย มีการใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า และยาปราบศัตรูพืชก่อให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและต่อคนในชุมชน แม้ว่าการใช้ปุ๋ยเคมีจะทาให้พืชเจริญเติบโดและสร้างผลผลิตได้อย่างรวดเร็ว แต่เกิดผลเสียและ ผลกระทบตามมาอย่างมากมาย ในช่วงเริ่มต้นการปลูกพืชสมุนไพรระบบเกษตรอินทรีย์ มูลนิธิฯได้ให้ความรู้แก่ชาวบ้าน และให้เรียนรู้จากชุมชนอื่นที่ประสบความสาเร็จในการปลูกพืชระบบเกษตรอินทรีย์ มีบุคลากรของ มูลนิธิเข้าไปให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้และสรรพคุณของสมุนไพร แนะนาวิธีเก็บเกี่ยว และการทาให้ แห้งเพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ มีการจัดกิจกรรมโรงเรียนเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นกระบวนการ เรียนรู้แบบมีส่วนร่วม อีกทั้งมีการเรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับระบบนิเวศในแปลง การบารุงดิน การ พัฒนาวิธีการปลูก การจัดการศัตรูพืชด้วยวิธีธรรมชาติ ด้วยการทดลองปลูกในแปลง รวมถึงการ พัฒนาการแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ดีในการปลูก และการปฏิบัติหลังการ เก็บเกี่ยวเพื่อเลิกใช้สารเคมี 2 ถอดความและเรียบเรียงจากการบรรยายของคุณสมัย คูณสุข ในวันที่ 17 กันยายน 2561 ณ หมู่บ้านดงบัง อาเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี
  10. 10. 10 นอกจากดูแลเรื่องการทาเกษตรกรรมและสิ่งแวดล้อมแล้ว มูลนิธิฯ ยังดูแลเรื่องคุณภาพชีวิต และสังคม ดูแลให้ความรู้ในเรื่องของการจัดทาบัญชีครัวเรือน เพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนมีแผนการใช้ จ่ายให้เหมาะสมกับรายได้และสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีสนับสนุนให้ชาวบ้านมีเงินออมโดยส่งเสริม ให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ของชุมชน จากการที่มูลนิธิมีความเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลจึงเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมการส่งเสริม สุขภาพด้วย เช่น การให้ความรู้การดูแลตนเองสาหรับโรคไข้หวัด 2009 เพื่อป้องกันการระบาดของ โรค และมูลนิธิฯ ได้ร่วมกับมูลนิธิภูมิแผ่นดินในการดูแลเรื่องยาเสพติด ไม่ให้เยาวชนไปยุ่งเกี่ยวกับ ยาเสพติด ให้รู้ถึงพิษภัยของยาเสพติด ซึ่งสอดคล้องกับการให้เยาวชนไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ ให้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ เช่น การเข้าโครงการรักษ์เขาใหญ่ การปลูกพืชสมุนไพรระบบเกษตร อินทรีย์ เป็นต้น (ปิติมน ล้อมสมบูรณ์.2554 : 58) เมื่อใช้เวลาปรับกระบวนทัศน์ให้กับชุมชมชนในระยะเวลาหนึ่ง เกิดผลประสบความสาเร็จดี มาก เพราะชุมชนเปลี่ยนกระบวนทัศน์ เปลี่ยนวิธีคิด และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้หันมาบริโภค สมุนไพรที่ตัวเองปลูก และเลิกการใช้สารเคมี เป็นผลทาให้สิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชนดีขึ้น มูลนิธิฯ จึงใช้หมู่บ้านดงบังเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นแหล่งศึกษาดูงานแก่ผู้สนใจ ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการจัดการในกระบวนการต่าง ๆ ของปลูกและแปรรูปสมุนไพร ร่วมกัน วางแผนในการทางานกับชุมชน
  11. 11. 11 กล่องที่ 1 ภูมิหลังและการพัฒนาของหมู่บ้านดงบัง หมู่บ้านสมุนไพรดงบังเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ใน ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี คาว่า “ดงบัง” มาจาก ภาษาอีสาน โดย คาว่า ดง แปลว่าป่า ส่วนคาว่า บัง คือบดบัง เนื่องจากสมัยก่อนนั้นเป็นป่าดงดิบ มีต้นยางนาขึ้น บังหมู่บ้านไว้ จึงกลายเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน เมื่อมีป่าที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นก็จะมีต้นไม้บางชนิดที่มีขนาดเล็กกว่าอาศัย ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ในการงอกงาม คือ “สมุนไพร” นานาชนิด ทั้งนี้การเรียกว่าสมุนไพร มาจากคาว่า สมุน ที่แปลว่า ลูกน้อง สมุนไพรคือ ลูกน้องป่าที่เป็นต้นเล็ก ๆ เป็นสมุนของต้นไม้ใหญ่ สภาพเศรษฐกิจของพื้นที่ในอดีต ก่อนที่จะเป็นหมู่บ้านสมุนไพร ดงบังเป็นหมู่บ้านที่ปลูกพืชเศรษฐกิจมาก่อน ประชากรในรุ่นแรกยึดอาชีพ ทาไร่ ทานา แต่ประชากรในรุ่นถัดมามองว่าการทาไร่ทานานั้นทาให้พอมีกินแต่ไม่พอเก็บ จึงได้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต โดยการปลูกไผ่ตงหวาน ซึ่งเป็นที่มาของคาขวัญประจาจังหวัด นามาปลูกแซมตามคันนา ทาให้มีรายได้เฉลี่ยจาก การขายหน่อไม้ไผ่ตงหวานสัปดาห์ละ 30,000-40,000 บาท คุณสมัย คูณสุข ผู้ก่อตั้งกลุ่มสมุนไพรบ้านดงบัง ในขณะนั้นเห็นว่ารายได้จากการขายหน่อไม้ไผ่ตงหวาน นั้นดี จึงทาการกู้เงินจากธนาคารเพื่อเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาลงทุนทาสวนหน่อไม้แทนการทาไร่ ทานา แต่เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตเกิดปัญหาคือ ไผ่ตงหวานออกดอกทั้งประเทศ ราคาจึงตกมาก หลังจากนั้นจึง ได้หาอาชีพอื่น ด้วยความที่บ้านคุณสมัยอยู่ใกล้กับทางไปเขาใหญ่ จึงทาการไปหาต้นโมกข์ในป่ามาขายส่งในราคา ต้นละ 200-300 บาท เมื่อชาวบ้านเห็นว่าการขายส่งต้นโมกข์ทารายได้ดีก็ประกอบอาชีพนี้บ้าง ทาให้ราคาต้นโมกข์ ลดลงเหลือเพียงแค่ต้นละ 10-20 บาท ตามกฎอุปสงค์-อุปทาน จากเรื่องดังกล่าว สะท้อนให้เห็นได้ว่าการขาด รวมกลุ่ม ต่างคนต่างทา ทาให้ไม่มีกาลังในการจะกาหนดราคาเอง แม้ในช่วงแรกนั้นจะมีการรวมกลุ่มกันกับชาวบ้าน แต่เพราะพวกเขาไม่ค่อยเข้าใจและเห็นความสาคัญของการรวมกลุ่มทาให้กลุ่มแตกไป หมู่บ้านดงบังมีชื่อเสียงอีกเรื่องหนึ่ง คือ ไม้ล้อม (ต้นไม้ที่พร้อมลงดิน) หลังจากไผ่ตงหวานตาย คุณสมัยจึง หันมาทาการค้าไม้ดอกไม้ประดับ แต่ระยะห่างของบ้านไกลจากเส้นทางหลักที่มีการทาการค้า พ่อค้าคนกลางขายได้ ในราคาที่ถูกกว่า คุณสมัยจึงจาเป็นต้องลดราคา ทาให้มีราคาที่ตกลงไปเรื่อย ๆ หลังจากที่การจาหน่ายไม้ดอกไม้ประดับไม่ประสบความสาเร็จ คุณสมัยจึงมองหาอาชีพอื่น ทางธนาคาร เพื่อเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จึงแนะนาให้คุณสมัยไปดูงานที่จังหวัดพิษณุโลกซึ่งมีการรวมกลุ่มกันทา มะระขี้นก ประกอบกับในขณะนั้นทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้มีการทาวิจัยเพื่อนาสมุนไพรมาใช้ใน โรงพยาบาล จึงเข้าร่วมกับโรงพยาบาลฯ ส่วนหนึ่งคุณสมัยมองว่าบรรพบุรุษของเขานั้นมีความชานาญในเรื่องการ ทาเกษตรเป็นทุนเดิม และโรงพยาบาลเป็นที่ที่เราต้องเข้าไปรับบริการยามเจ็บป่วย อีกทั้งโรงพยาบาลจะอยู่ใกล้บ้าน และคุณสมัยเองก็เป็นคนในพื้นที่อยู่แล้ว น่าจะทาให้การผลิตสมุนไพรกับโรงพยาบาลประสบความสาเร็จได้ กล่องที่ 1 ถอดความและเรียบเรียงจากการบรรยายของคุณสมัย คูณสุข ในวันที่ 17 กันยายน 2561 ณ หมู่บ้านดงบัง อาเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี
  12. 12. 12 - กาหนดมาตรฐานทุกกระบวนการของการผลิตสมุนไพร สมาชิกทุกคนจะต้องทาข้อตกลงเข้าร่วมโครงการสมุนไพรเกษตรอินทรีย์เป็นลายลักษณ์ อักษร ยอมรับการปฏิบัติตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และยินยอมให้มีการตรวจพื้นที่ทาเกษตรทุก แปลง เพื่อให้สามารถรับรองกระบวนการผลิตและการจัดการในการแปรรูปวัตถุดิบให้เป็นไปตาม มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ คือไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีในการป้องกันกาจัดศัตรูพืชและโรคพืช และมีระบบการผลิตที่มีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานหน่วยงานจากสหพันธ์ เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (International Federation of Organic Agriculture Movements – IFOAM) และมาตรฐานจากสานักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) พื้นที่ที่ปลูกสมุนไพรต้อง ตรวจสอบได้ ซึ่งกาหนดให้เกษตรกรต้องมีมาตรการในการป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมี ตั้งแต่ การทาแนวกันชนในบริเวณที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนทั้งทางน้าและอากาศ การนาเข้าปัจจัยการผลิต การปลูก การดูแล การเก็บเกี่ยว รวมถึงการดูแลรักษาและการแปรรูป เพื่อที่จะทาการตรวจสอบ ย้อนหลังกลับได้ โดย มกท. จะส่งผู้ตรวจสอบมาทาการตรวจปีละครั้ง ประเมินระบบควบคุม คุณภาพของโครงการ เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่คุณภาพ ปลอดภัยจากการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อ โรค และมีปริมาณสาระสาคัญที่เพียงพอต่อการนาไปผลิต หากสมาชิกปฏิบัติไม่ตรงตามมาตรฐาน อาจถูกพิจารณาให้พ้นจากความเป็นสมาชิกของกลุ่ม3 - รับซื้อผลผลิตในราคาที่สูง4 เมื่อกลุ่มสมุนไพรหมู่บ้านดงบัง สามารถทาตามแนวคิด และมาตรฐานของการปลูกสมุนไพรให้ มีประสิทธิภาพ มูลนิธิเจ้าพระยา ฯ จะทาหน้าที่รับซื้อผลผลิตสมุนไพรตากแห้งทุกชนิดทั้งหมดที่ มูลนิธิฯ ต้องการในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด ปัจจุบันหมู่บ้านดงบังปลูกสมุนไพรส่งขายมูลนิธิฯ ประมาณ 15 ชนิด ได้แก่ หญ้าปักกิ่ง ฟ้าทะลายโจร เสลดพังพอนตัวเมีย เพชรสังฆาต ใบชะพลู รางจืด อัญชัน ชุมเห็ดเทศ ทองพันชั่ง อัคคีทวาร หญ้ารีแพร์ หญ้าหนวดแมว เถาวัลย์เปรียง ขมิ้นชัน และว่านสาวหลง สร้างรายได้เฉลี่ย 2 ล้านบาทต่อปี บนพื้นที่กว่า 70 ไร่ 2. พัฒนาและวิจัยสมุนไพร มูลนิธิฯ มีการพัฒนาและวิจัยสมุนไพรอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาสรรพคุณสมุนไพรตัวใหม่ นามา ต่อยอดเป็นยารักษาโรค หรือผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคในครัวเรือนได้มากขึ้น อาศัยความร่วมมือจาก มหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เข้ามาช่วยในเรื่องการทาแปลงทดลองสมุนไพรแต่ละชนิดให้ ระหว่างช่วงการทดลองได้มีการส่งตัวอย่าง สมุนไพรไปที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทุกๆ เดือน รวมถึงติดต่อกับหน่วยงาน ต่างประเทศในการทาวิจัย เช่น ร่วมโครงการ GTZ ที่สนับสนุนจากประเทศเยอรมนี ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร 3 ถอดความและเรียบเรียงจากการบรรยายของคุณสมัย คูณสุข ในวันที่ 17 กันยายน 2561 ณ หมู่บ้านดงบัง อาเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี 4 Ibid,
  13. 13. 13 ขมิ้นชั้น สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาได้รูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในรูปแคปซูล ยาหม่อง้า น้ามันต่างๆ โลชั่นกันยุง เป็นต้น 3. สร้างโรงงานในการผลิตยาสมุนไพร มูลนิธิ ฯ ได้ก่อสร้างโรงงานสาหรับผลิตยา เพื่อรองรับการพัฒนาและการผลิตที่มีคุณภาพ จัดซื้อ เครื่องจักรสาหรับการผลิต ด้วยกาลังการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร แคปซูล 500,000 แคปซูลต่อวัน ชาชง 2,000 ซองต่อวัน เครื่องดื่มสมุนไพร 5,000 ขวดต่อวัน เครื่องสาอางแต่ละชนิดผลิตได้ 3,000 ชิ้นต่อวัน สามารถสกัดสารจากสมุนไพรด้วยเครื่องสกัดขนาด 100 ลิตรต่อชั่วโมง เครื่องมือตรวจวิเคราะห์คุณภาพ รวมทั้งห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา พร้อมพัฒนากระบวนการผลิต และในปีเดียวกันโรงงานผลิตจึงได้รับ การรับรองมาตรฐานตามหลักเกณฑ์การผลิตที่ดี หรือ GMP (Good Manufacturing Practice) และไดรับ การรับรองอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยที่มูลนิธิได้พยายามปรับปรุงกระบวนการผลิต การตรวจ วิเคราะห์ทั้งในหมวดของยา อาหาร และเครื่องสาอาง ปัจจุบันมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้รับการรับรอง GMP ในหมวดเครื่องสาอาง ยาแผนโบราณและอาหารประเภทเครื่องดื่ม ครอบคลุม กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ (มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร.2554 อ้างถึงใน ปิติมน ล้อม สมบูรณ์.2554 : 42) 4. พัฒนาความรู้เรื่องสมุนไพรให้ประชาชน และสร้างพื้นที่จัดจาหน่ายที่หลากหลาย หลังจากสามารถพัฒนาสมุนไพรมากมาย ออกมาเป็นยารักษาโรคที่ใช้ในโรงพยาบาลอภัย ภูเบศรแล้ว มูลนิธิฯ ต้องการให้ประชาชนคนทั่วไป ได้เปลี่ยนกระบวนทัศน์หันมาใช้สมุนไพรอุปโภคและ อุปโภคในชีวิตประจาวันให้มากขึ้น มูลนิธิฯ จึงต้องทางานในการความรู้และประชาสัมพันธ์สมุนไพร ควบคู่ไปกับการพัฒนาสมุนไพร มูลนิธิฯ ดาเนินการพัฒนาความรู้สมุนไพรอย่างเป็นระบบ หลากหลาย กิจกรรม เช่น - การสร้างสูตรอบรมที่เหมาะกับกับเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ - พัฒนาและแจกจ่าย เมล็ดพันธ์ เพื่อให้เกษตรกรและคนทั่วไปได้ทดลองปลูกพืชสมุนไพรได้อย่าง แพร่หลาย - เชื่อมโยงเครือข่ายหมอชาวบ้านในต่างประเทศ เช่น อินเดีย แอฟริกา เพื่อบูรณาการความรู้ให้ ต่อยอดและหลากหลายยิ่งขึ้น - จัดสวนสมุนไพรสาธิต ส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกสมุนไพรระบบเกษตรอินทีย์ - ฝึกอบรมพัฒนาประสิทธิภาพหมอนวดแผนไทย ให้มีมาตรฐานทางานได้ - ประชาสัมภาษณ์องค์กรมากกว่าขายผลิตภัณฑ์ การเผยแพร่ความรู้เรื่องสมุนไพร ตามสื่อต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคทราบถึงสรรพคุณของสมุนไพรแต่ละชนิด เช่น วารสารอภัยภูเบศรศาสน์ทุก เดือนไปถึงประชาชน การแจกแผ่นพับให้ความรู้ด้านสรรพคุณสมุนไพร เว็บไซต์ หนังสือ สมุนไพร ออกสื่อวิทยุ - จัดงานมหกรรมสมุนไพรแหงชาติ ทามา 8 ปีแล้วที่เมืองทองธานี ให้ประชาชนได้เข้ามาเรียนรู้ เรื่องสมุนไพร
  14. 14. 14 ในการทาธุรกิจเพื่อสังคม การหารายได้เป็นสิ่งสาคัญ มูลนิธิต้องทาการสร้างแหล่งจัดจาหน่ายที่ หลากหลาย เพื่อให้คนสามารถเข้าเลือกซื่อผลิตภัณฑ์ได้ เฉพาะในพื้นที่เมืองปราจีนบุรี มีแหล่งจัด จาหน่ายสินค้าสมุนไพรหลายจุด เช่น พิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้การ ดูแลสุขภาพภาคประชาชนด้านการแพทย์ไทยอภัยภูเบศร ร้านยาไทยต้นแบบโพธิ์เงินอภัยภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้โรงงาน GMP ต้นแบบสมุนไพรอภัยภูเบศร สาหรับนอกพื้นที่ ได้ขยายช่องทางกระจายสินค้าสู่เขตจังหวัดอื่น ๆ ทาการส่งสินค้าผ่านตัวแทน ในแต่ละภาคและในส่วนของกรุงเทพมีผู้ตัวแทนถึง 3 ราย กระจายสินค้าให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย มีการ วางจาหน่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ โรงพยาบาลเอกชน ปั๊มน้ามัน และศูนย์หนังสือ มหาวิทยาลัยต่างๆ ในส่วนของต่างประเทศนั้นยังมีการส่งออกเล็กน้อยมาก เนื่องจากผลิตสินค้าไม่ทัน กับความต้องการ และยังไม่ได้ขยายตลาดต่างประเทศที่เท่าที่ควร5 ระบบและกลไกในการขับเคลื่อนเมืองสมุนไพรปราจีนบุรี จากกระบวนการข้างต้น สามารถสรุประบบและกลไกการขับเคลื่อนเมืองสมุนไพรปราจีนบุรี ได้ ตามแผนภาพ (หน้าถัดไป) คือ เมืองสมุนไพรปราจีนบุรีมีเป้าหมายทาให้เกิดเมืองสุขภาวะและความ เป็นอยู่ที่ดี คือ ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมกับมีสุขภาพที่ดี โดยกลไกหลักในการขับเคลื่อนเมือง สมุนไพร คือ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ใช้แนวคิดกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) เป็นเครื่องมือในการสร้างและพัฒนาเมืองสมุนไพร สร้างรายได้และผลประโยชน์ตกแก่ชุมชนและสังคม พร้อมกับกระบวนทัศน์ใหญ่ คือ “ปลูกแล้วต้องกิน ใช้ ในชีวิตประจาวัน เหลือค่อยขาย” และต้องเป็น เกษตรอินทรีย์เท่านั้น มูลนิธิ ฯ ได้พัฒนาแบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ คือ 1. การพัฒนาแหล่งผลิตสมุนไพรร่วมกับกลุ่ม สมุนไพรบ้านดงบัง 2. กระบวนการพัฒนาวิจัยและแปรรูปสมุนไพร ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ และ หน่วยงานในต่างประเทศ 3. การสื่อสารและแหล่งจาหน่าย ทางานร่วมกับกลไกอื่นๆ เช่น โรงพยาบาล ร้านขายยา และตัวแทนจาหน่ายสมุนไพรทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ 5 สรุปจากการบรรยาย โดย เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ณ วันที่ 17 กันยายน 2561 ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
  15. 15. 15
  16. 16. 16 ความสาเร็จของการพัฒนาเมืองสมุนไพร 1. การเป็นศูนย์สมุนไพรครบวงจรและมีชื่อเสียง การทางานของมูลนิธิ ฯ ทาให้โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อันเป็นโรงพยาบาลประจา จังหวัดปราจีนบุรี เป็นโรงพยาบาลนาร่องเรื่องการแพทย์แผนไทยครบวงจร ใช้สมุนไพรบาบัดรักษา โรค มีการนวด อบ ประคบ และฝังเข็ม แปรรูปสมุนไพรไทยเป็นเวชภัณฑ์และเครื่องสาอาง ผสมผสาน คู่ขนานกับการแพทย์แผนปัจจุบัน จนได้รับรางวัล อย. Quality Award 2016 ประเภทสถาน ประกอบการพยาบาลด้านยาและเครื่องสาอาง อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่าง โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) เป็นแหล่งศึกษาดู งานระดับชาติและนานาชาติ (จิราภรณ์ วิหวา .2559 : 7) 2. ด้านรายได้ ปี พ.ศ.2560 มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีรายได้จากการประกอบการจานวน 320 ล้านบาทโดยประมาณ เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ.2543 เกือบ 10 เท่า หรือประมาณ 39 ล้านบาท รายได้ที่ มูลนิธิฯ ได้รับจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ร้อยละ 70 ของรายได้จะถูกนามาใช้ในโรงพยาบาลฯ เพื่อ นาไปซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยสาหรับรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ สาหรับส่วนที่ 2 คือ ร้อยละ 30 ของรายได้จะถูกนามาใช้ในการพัฒนา ค้นคว้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรใหม่ ๆ ไปจนถึงพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ6 3. ด้านผลตอบแทนทางสังคม ผลตอบแทนทางสังคมของมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ต่อ stakeholders ใน 5 กลุ่ม ได้แก่7 - ชุมชน มีองค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพและการทาเกษตรกรรม สมุนไพรของหมู่บ้านดงบังมี คุณภาพสูง ปราศจากสารปนเปื้อน กลายเป็นฟาร์มตัวอย่างที่เกษตรกรและองค์กรต่าง ๆ ทั่ว ภูมิภาคมาศึกษาดูงานจนได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เกิดเป็นโครงการ “หมู่บ้านท่องเที่ยว สมุนไพร” ในปี 2548 จนได้รับการคัดเลือกให้เป็น “”หมู่บ้าน OTOP ต้นแบบ” ซึ่งกลายเป็น หมู่บ้านท่องเที่ยวสมุนไพรเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร และยังมีการจัดศูนย์การเรียนรู้สวน สมุนไพรเกษตรอินทรีย์อีกด้วย - เกษตรกร มีรายได้หลังค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นรายได้ที่มั่นคงและแน่นอน อันเป็นการประกัน การขาดทุนของเกษตรกร ส่งผลให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ เนื่องจากมีองค์ความรู้ ในการดูแลสุขภาพด้านสมุนไพร นอกจากนี้สภาพแวดล้อมถูกทาให้สะอาดขึ้นจากการทาเกษตร อินทรีย์ ทาให้ผลผลิตดีขึ้นและเกษตรกรสุขภาพดีขึ้น - หมอยาพื้นบ้าน มีรายได้เพิ่มขึ้นและได้รับการยกย่องในชุมชน 6 Ibid, 7 Ibid,
  17. 17. 17 - เยาวชน มีองค์ความรู้ในการใช้สมุนไพรและมีพฤติกรรมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม - ผู้บริโภค มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปัจจัยความสาเร็จของเมืองสมุนไพรปราจีนบุรี - มีผู้นาที่มีวิสัยทัศน์ นาโดยแพทย์หญิง ดร. สุภาภรณ์ ปิติพร หรือหมอต้อมของชาวบ้าน ใช้ ความรู้ทางวิชาการและวิสัยทัศน์ทางการพัฒนาสังคมมาประยุกต์ร่วมกันอย่างดี อีกทั้งมูลนิธิฯ มี การพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องในเรื่องขององค์ความรู้ เพื่อนาความรู้ที่ได้มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงให้ความรู้กับบุคคลทั่วไปในเรื่องของการดูแลสุขภาพ การใช้ยา เป็นต้น นอกจากนี้ใน ด้านชุมชน คุณสมัย คูณสุข ผู้ก่อตั้งกลุ่มสมุนไพรบ้านดงบัง เป็นคนกล้าคิดกล้าทา มีความเป็น ผู้นาสูง ทั้งยังเคยเป็นอดีตประธานสภาท้องถิ่น นอกจากวิธีคิดและวิสัยทัศน์แล้ว สิ่งที่สาคัญอีก สิ่งหนึ่งคือเรื่องของความเสียสละ การมีใจเป็นกลาง และการมีใจเป็นสาธารณะ ซึ่งทาให้ กระบวนการกลุ่มดาเนินต่อไปได้ - การใช้แนวคิดเป็นผู้ประกอบการทางสังคม (social entrepreneur) ได้ดี มูลนิธิฯ มีการ ประกอบการเพื่อให้เกิดรายได้แต่ยังคงยืดถือการดาเนินงานเพื่อสังคมเป็นหลัก ใช้รายได้ ดังกล่าวในการดาเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งทางมูลนิธิฯ ทาได้ดีทั้งในด้านการหา รายได้และการพัฒนาสังคมและชุมชน - การใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเข้าใจ มูลนิธิฯ และหมู่บ้านดงบังได้น้อมนาหลักคิด เกษตรทฤษฎีใหม่ของรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในการปลูกสมุนไพร คือการปลูกเพื่อใช้ก่อน หาก เหลือแล้วจึงนามาจาหน่าย เป็นหลักคิดหนึ่งที่ช่วยทาให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลด รายจ่ายด้านสมุนไพร พืช ผัก และสามารถพัฒนาจนกลายเป็นรายได้ - การรวมกลุ่มจากทุนทางสังคม/ การรวมกลุ่มด้วยเครือญาติ การรวมกลุ่มของเกษตรกรแม้ จะเหลือเพียง 12 คน แต่เป็น 12 คนที่คิดเห็นตรงกันและเป็นกลุ่มที่เข้มแข็ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ การรวมกลุ่มจากทุนทางสังคม การรวมกลุ่มด้วยเครือญาติ สะท้อนให้เห็นได้ชัดว่าสังคมไทยเป็น ระบบอุปถัมภ์แบบครอบครัว กล่าวคือสังคมไทยยังคงเป็นสังคมพวกพ้อง หากเป็นการรวมกลุ่ม กับเครือญาติจะทาได้ง่ายกว่า สามารถรวมกลุ่มได้ดีเกือบทุกเรื่อง ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องเกษตรกรรม เท่านั้น - ความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยและองค์กรต่างๆ มูลนิธิฯได้รับความร่วมมือในการทาวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับหลายมหาวิทยาลัยและองค์กรต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มี คุณภาพ ปลอดภัยกับผู้บริโภค - ให้ความสาคัญกับคุณภาพผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดมีงานวิจัยรองรับ ทาให้ตราสินค้า อภัยภูเบศรเป็นที่ยอมรับในคุณภาพ ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้รับ
  18. 18. 18 แผนพัฒนาในอนาคต : นโยบายยกระดับเมืองสมุนไพร การพัฒนาเมืองสมุนไพรของปราจีนบุรีเป็นการทางานร่วมกันในรูปแบบประชารัฐ ทั้งหน่วยงาน ภาครัฐต่าง ๆ ผู้ประกอบการ นักวิจัย องค์กรสาธารณประโยชน์ รวมถึงประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรี ในขับเคลื่อนให้เกิดการนาเอาสมุนไพรท้องถิ่นมาใช้ในการดูแลสุขภาพ เพื่อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและ สังคมอย่างยั่งยืน มีการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์เพื่อลดความซ้าซ้อนทั้งในด้านการจัดการและการ ลงทุน ทาให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่องทั้งวงจร ในอนาคตเมืองปราจีนบุรีมีแผนในการพัฒนาที่สามารถ แบ่งออกเป็นแผนพัฒนาของรัฐบาลและแผนพัฒนาของจังหวัด ดังนี้ 1. แผนพัฒนาระดับจังหวัด - จัดตั้งคณะกรรมการเมืองสมุนไพร จังหวัดปราจีนบุรีจัดตั้งคณะกรรมการเมืองสมุนไพรขึ้นมาทา หน้าที่ในการกาหนดยุทธศาสตร์และประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัดให้เกิดการพัฒนา เมืองสมุนไพรปราจีนบุรี โดยการกาหนดยุทธศาสตร์ของเมืองสมุนไพรปราจีนบุรีได้นา Thailand Model 4.0 มาปรับใช้ในการวางกลยุทธ์ เนื่องจากจังหวัดปราจีนบุรีมีความได้เปรียบในความ หลากหลายทางชีวภาพอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อีกทั้งยังความหลากหลายทางวัฒนธรรม เนื่องจากมีผู้คนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ ซึ่งความได้เปรียบเหล่านี้สามารถนามารังสรรค์ต่อยอดเป็น นวัตกรรมได้8 - พัฒนาเวชสาอางจากสมุนไพรเพื่อส่งออก ตลาดเครื่องสาอางสมุนไพรมีศักยภาพมาก มี ดุลการค้าบวกต่อเนื่องมาหลายปี เพราะประเทศไทยมีสมุนไพรหลากหลาย มีนักวิจัยที่เข้มแข็ง เชื่อมโยงความรู้ภูมิปัญญาเข้ากับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ มีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย ทาให้มี การส่งออกสมุนไพรไปขายต่างประเทศมากมาย9 - จัดตั้งศูนย์รวบรวมพันธุ์สมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เพื่อรักษาพืชพันธุ์สมุนไพรในพื้นที่เขา ใหญ่ พัฒนาคนมาทางานกับความรู้ ทางานกับพันธุ์พืช เพื่อสร้างสมุนไพรไทยให้มีคุณค่าในหลาก มิติ10 2. แผนพัฒนาของรัฐบาล - สร้างแผนแม่บทว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรแห่งชาติ พ.ศ.2560-2564 ได้ระบุให้มีการพัฒนา เมืองสมุนไพรใน 4 ภูมิภาค เพื่อเป็นกลไกการพัฒนาสมุนไพรครบวงจรแบบบูรณาการระดับพื้นที่ ซึ่งจังหวัดปราจีนบุรี ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 4 เมืองสมุนไพรของประเทศ เนื่องจากเป็นจังหวัด 8 MGR Online, 1 ใน 4 เมืองสมุนไพร ชูโมเดลประเทศไทย 4.0 (ออนไลน์), 5 มกราคม 2560, แหล่งที่มา: https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9600000001217 9 ฐานเศรษฐกิจ, ปราจีนบุรีผนึกอภัยภูเบศรปักธงสร้างเมืองสมุนไพร (ออนไลน์), 28 กันยายน 2559, แหล่งที่มา: https://www.thansettakij.com/content/101906 10 มปต., “Get Well Soon เรื่องเล่าในเร็ววันนี้ของเจ้าบ้านนักเยียวยา”, หน้า 20.
  19. 19. 19 ที่มีความพร้อมในด้านการพัฒนาสมุนไพรโดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมาอย่างต่อเนื่อง และยาวนานจนกลายเป็นจุดเด่นของโรงพยาบาล11 - สร้างเป้ าหมายประเทศไทยต้องมีศักยภาพด้านสมุนไพร รัฐบาลมีแผนขับเคลื่อนนโยบาย สมุนไพรเพื่อให้อีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยต้องมีศักยภาพด้านสมุนไพรมากที่สุดในโลก พัฒนา ศักยภาพสมุนไพรให้มีประสิทธิภาพเฉพาะทางแทนยาสังเคราะห์ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นอีกแนวทางใน การแก้ปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ12 บทสรุป เมืองปราจีนบุรี มีเป้าหมายเรื่องการสร้างเมืองสมุนไพร เป็นต้นแบบเมืองที่มีกลไกหลักในการ ขับเคลื่อนเมืองสมุนไพร คือ การทางานร่วมกันระหว่างมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและ ชุมชน พัฒนาเป็นธุรกิจชุมชน (Social Business) ที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งโรงพยาบาลและชุมชน สามารถแบ่งกระบวนการคือ การพัฒนาแหล่งเพาะปลูกและผลิตสมุนไพร ร่วมกับชุมชนกลุ่มสมุนไพร บ้านดงบัง ภายใต้แนวคิดระบบเกษตรอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยของทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค และ สิ่งแวดล้อม ในส่วนที่ 2 คือ การแปรรูปและจัดจาหน่ายสมุนไพร โดยมูลนิธิฯ จะรับซื้อผลิตภัณฑ์จาก ชาวบ้านที่ได้รับมาตรฐาน นามาเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตเป็นสินค้าสมุนไพรทั้งในลักษณะของยารักษาโรค และผลิตภัณฑ์สาหรับอุปโภคและบริโภคในครัวเรือน ส่งจาหน่ายทั้งในเมือง ในประเทศ และต่างประเทศ เกิดผลทั้งด้านรายได้และด้านสังคมที่มีผู้ได้ประโยชน์ทั้งชุมชน เกษตรกร หมอยาพื้นบ้าน และผู้บริโภค ในเมืองที่หันมาสนใจใช้สมุนไพรในการบริโภคและอุปโภคมากขึ้น อ้างอิง ปิติมน ล้อมสมบูรณ์. (2554). “รูปแบบและกลยุทธ์ในการเป็นผู้ประกอบการสังคมของมูลนิธิ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร”.วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต บัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร จิราภรณ์ วิหวา .(2559). “The Healing Land”. THERE. 11 MGR Online, 1 ใน 4 เมืองสมุนไพร ชูโมเดลประเทศไทย 4.0 (ออนไลน์), 5 มกราคม 2560, แหล่งที่มา: https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9600000001217 12 มปต., นายกฯ พบชาวปราจีนฯ ชูนโยบายเมืองสมุนไพรโลก (ออนไลน์), 5 มกราคม 2560, แหล่งที่มา: http://news.ch3thailand.com/ข่าว การเมือง/38300/

×